Author Topic: เกี่ยวกับ "หินภูเขาไฟ"  (Read 13638 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Watery_Wing

  • Guest
เกี่ยวกับ "หินภูเขาไฟ"
« on: March 24, 2007, 04:19:17 pm »
เคยซื้อมาใช้อยู่ครั้งนึง แต่ว่าเป็น สีเทาๆออกฟ้าๆเป็นเกล็ดค่อนข้างละเอียด

 ไม่ใช่สีออกน้ำตาล ก้อนใหญ่ๆ เหมือนอย่างที่พวกพี่ๆใช้กัน

 ??? เลยอยากทราบว่าหินภูเขาไฟที่พวกพี่ๆใช้กันเนี่ย เวลาไปซื้อต้องบอกเขาว่าอะไรคะ

 :-\ ไม่รู้ว่ากระทู้ เกี่ยวกับหินภูเขาไฟที่คุณคมบัวเอามาลงหายไปไหนแล้ว -*-

ที่อยากใช้เพราะว่า ชอบจัดให้มีหินอะคะ ดูสวยดี (หาเรื่องอีกแล้ว  :P)

Offline siangchai

  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 697
  • Gender: Male
    • View Profile
Re: เกี่ยวกับ "หินภูเขาไฟ"
« Reply #1 on: March 24, 2007, 05:07:23 pm »
ทั้งสี ::)น้ำตาลและเทา รวมถึงขาว ก็เป็นหินภูเขาไฟ ที่จริงจะเรียกอย่างนั้นก็ดูจะไม่ค่อยถูกเพราะไม่ได้ทุบมาจากภูเขาไฟ  แต่เป็นหินลาวา ของภูเขาไฟที่เวลาระเบิดแล้วไหลลงใต้น้ำ ทำให้เกิดรูพรุนๆ นี้จึงเป็นประโยชน์ต่อระบบจุลินทรีย์เรียกว่า บ้านของจุลินทรีย์ แต่ไม่ใช่เอาไปใส่หรือวางไว้เฉยๆ จะกลายเป็นที่หมักหมมของอะไรต่อมิอะไรในตู้ปลา ควรเป็นองค์ประกอบของระบบกรองจึงจะดี เพราะของเสียที่ไหลผ่านจะไหลผ่ายบ้านของจุลินทรีย์ ของเสียก็จะถูกจับด้วยรูพรุนและถูกจุลินทรีย์กินหรือย่อยสลาย
หินที่ออกสีน้ำตาลหรือสีดินๆ จะเป็นหินที่ได้จากแถบเอเซีย เช่น อินโดนีเซีย สีที่ได้เป็นสีตามสินแร่ของลาวา แบบนี้จะกร่อนง่ายกว่า แต่ก็ถื่อว่าใช้ได้ทนทีเดียวเพียงแต่กร่อนง่ายกว่าแบบสีเทาหรือขาว ซึ่งเป็นหินของภูเขาไฟแถบยุโรป เช่น ตรุกี จะแกร่งกว่าตามสินแร่
ที่โรงงาน ก็ใช้ฟอกยีนส์ด้วย แต่ของเฮีย เวลาใช้อยากได้แบบลอยน้ำตามประโยชน์ใช้งาน แต่ถ้าเอามากรองก็อาจใส่ให้เพียงพอดี เพราะถ้ามากไปจะลอยกันใหญ่ เท่าที่รู้ในระบบกรองของบ่อปลาใหญ่ๆ เช่นบ่อปลาคราฟ ก็ใช้ เพราะsupplyer ที่ขายหินให้เฮียเขาบอกม่ แถมยังว่าราคาดีกว่า ที่ขายเฮียอีก
HOW TO CREATE THE GIANT AND FIRM CLASSIC FANCY GUPPY IS MY TARGET......GO.

Watery_Wing

  • Guest
Re: เกี่ยวกับ "หินภูเขาไฟ"
« Reply #2 on: March 24, 2007, 05:12:58 pm »
 แบบนี้นี่เอง แหะๆ ถ้าเอามาใส่ "กรองกล่อง" ที่บ้านก็น่าจะเหมาะที่สุด (อดแต่งสวยเลย  :P)

ขอบคุณ คุณเซียงชัย มากนะคะ (คงต้องคำนึงถึงน้องปลา มากกว่าความสวยของตาคนเลี้ยง  :-\)

Offline myguppy

  • Experience User
  • ****
  • Posts: 307
  • Gender: Male
    • View Profile
Re: เกี่ยวกับ "หินภูเขาไฟ"
« Reply #3 on: March 25, 2007, 11:58:55 pm »
ได้ยินว่า หินพูเขาไฟนี่ ใส่มากเกินไป มันก็ไม่ดีใช่ไหมครับ
รูปปลานี่ถ่ายยากจัง ถ่ายไม่เคยดีเลย

Offline TGC Admin

  • ADMINISTRATOR
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 899
  • Country: th
  • Gender: Male
  • HALF TUXEDO BLUE MOSAICO
    • View Profile
    • ThaiGuppy.com
Re: เกี่ยวกับ "หินภูเขาไฟ"
« Reply #4 on: March 26, 2007, 07:35:07 am »
ได้ยินว่า หินพูเขาไฟนี่ ใส่มากเกินไป มันก็ไม่ดีใช่ไหมครับ

ได้ยินมาว่าอย่างนั้นเหมือนกันครับ แต่ข้อเท็จจริงไม่ทราบเหมือนกัน
เลี้ยงปลาแบบอนุรักษ์ ดูเหมือนโบราณ ๆ แต่ลองดูสิ ไม่ใช่ง่าย ๆ นะ

Offline kombua

  • k+G+B
  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 1,024
  • Gender: Male
  • Tel. : 084 1557514, 085 2219023
    • View Profile
    • k+G+B Guppy Studio
Re: เกี่ยวกับ "หินภูเขาไฟ"
« Reply #5 on: March 26, 2007, 12:37:38 pm »
หินภูเขาไฟเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

     หินภูเขาไฟ (Volcanic rock) หรือ หินอัคนีพุ (Extrusive rock) เกิดจากการปะทุขึ้นมาของแมกมาจากใต้โลกขึ้นสู่ ผิวโลกเป็นลาวาไหลออกมา ซึ่งการปะทุขึ้นมาของแมกมาเกิดขึ้นได้ หลายรูปแบบ เช่น

1. การปะทุแบบไม่รุนแรง เป็นการปะทุตามปล่องหรือรอยแตก รอยแยกของแผ่นเปลือกโลกลาวาไหลหลากเอ่อล้นไป      ตามลักษณะภูมิประเทศ     ลาวาจะถ่ายโอนความร้อนให้กับบรรยากาศภายนอกอย่างรวดเร็ว  ทำให้อะตอมของธาตุ       ต่าง ๆ มีเวลาน้อยในการจับตัวเป็นผลึก      หินลาวาหลากจึงประกอบด้วยแร่ที่มีผลึกขนาดเล็กหรือเล็กมาก       ไม่สามารถมองเห็นและจำแนกผลึกได้ด้วยตาเปล่า เช่น     
หินบะซอลต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดน้อย มีปริมาณซิลิกาอยู่ในช่วง 45-52 เปอร์เซ็นต์
หินแอนดีไซต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดปานกลาง มีปริมาณซิลิกาอยู่ในช่วง 52-66 เปอร์เซ็นต์
หินไรโอไรต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดมาก มีปริมาณซิลิกามากกว่า 66 เปอร์เซ็นต์
2. การปะทุแบบรุนแรง เป็นการปะทุแบบระเบิด เกิดตามปล่องภูเขาไฟ ขณะที่แมกมาเกิดปะทุพ่นขึ้นมาด้วยแรง      ระเบิดพร้อมกับฝุ่น ก๊าซ   เถ้า  ไอน้ำ และชิ้นวัตถุที่มีรูปร่างขนาดต่างๆ กันกระเด็นขึ้นไปบนอากาศ  ชิ้นวัตถุเหล่านี้อาจเป็นเศษหินและแร่ เย็นตัวบนผิวโลกตกลงมาสะสมตัวทำให้เกิดแหล่งสะสมชิ้นภูเขาไฟ      เมื่อแข็งตัวจะเป็นหินชิ้นภูเขาไฟหรือหินตะกอนภูเขาไฟ (pyroclastic rock) ได้แก่  หินทัฟฟ์   (tuff)      หินแอกโกเมอเรต (agglomerate) หินพัมมิซ  หินสคอเรีย เป็นต้น


หมายเหตุ   นักธรณีวิทยาบางคนได้จัดหินตะกอนภูเขาไฟเป็นหินอัคนีแต่บางคนจัดเป็นหินตะกอนเนื่องจากกระบวนการเกิดในช่วง                       แรกเกิดแบบหินอัคนี แต่ช่วงหลังมีการพัดพาไปสะสมแบบหินตะกอน


ในประเทศไทยพบหินภูเขาไฟที่ใดบ้าง

      จากการสำรวจของนักธรณีวิทยา จากกรมทรัพยากรธรณีของประเทศไทย พบหินภูเขาไฟอยู่ในบริเวณต่าง ๆ ของภาคเหนือ ที่ราบภาคกลาง แนวเขาเพชรบูรณ์ ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และที่ราบสูงโคราช ซึ่งหินภูเขาไฟเหล่านี้จะมีส่วนประกอบของแร่ธาตุต่าง ๆ ตั้งแต่ แร่ธาตุที่มีสีเข้มดำ จนถึงแร่ธาตุที่มีสีจาง หินภูเขาไฟที่พบมีช่วงอายุการเกิดต่างกันที่มีอายุแก่ที่สุดที่พบจะมีอายุอยู่ในยุคไซลูเรียน ถึงช่วงล่างของยุคเพอร์เมียน (ประมาณ 435 ล้านปี จนถึง 280 ล้านปี) ซึ่งหินภูเขาไฟที่เกิดขึ้นในยุคนี้ ส่วนใหญ่มักจะถูกแปรสภาพกลายเป็นหินแปรไปมากแล้ว ต่อมาในช่วงเวลา ตั้งแต่ตอนบนของยุคเพอร์เมียนถึงตอนล่างของยุคไทรแอสซิก (ประมาณ 250 ล้านปี ถึง 200 ล้านปี) มีหินภูเขาไฟเกิดขึ้นมากในบริเวณต่าง ๆ ของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือภาคกลางตอนบน และขอบที่ราบสูงตอนล่าง และในช่วงปลายมหายุคซีโนโซอิก (ประมาณ 0.9-0.6 ล้านปี) นับเป็นช่วงสุดท้ายของการเกิดการระเบิดของภูเขาไฟในประเทศไทย ซึ่งทำให้เกิดหินบะซอลต์เป็นส่วนใหญ่


หินพัมมิสคืออะไร?

หินพัมมิส เกิดขึ้นจากการเย็นตัวของหินหลอมเหลวใต้พื้นโลก หรือที่เราเรียกกันว่า “ลาวา” ซึ่ง ลาวาเหล่านี้เกิดจากการหลอมละลายหิน และ แร่ธาตุต่างๆ ด้วยความร้อนใต้พื้นโลก ด้วยเหตุนี้ หินลาวาจึงมีสสาร และแร่ธาตุมากมายดังตัวอย่างตารางด้านล่างนี้
 
 

Material                                                Percentage

SiO2     Content                                    62.53 %

CaO     Content                                      3.88 %

MgO    Content                                      0.43 %

Na2O   Content                                      1.14 %

K2O     Content                                      0.58 %

Fe2O3   Content                                      3.51 %

Al2O3   Content                                    24.57 %

MnO2   Content                                      0.12 %

TiO2     Content                                    Less than 0.05

Loss on Ignition                                      2.92 %

สมาร์ทพอนด์ (Smart Pond) เป็นวัสดุกรองประเภทใหม่สำหรับทดแทนปะการัง ลักษณะภายนอก มีรูพรุน มีความคงทนสูงไม่แตกหักง่าย อายุการใช้งานยืนยาว น้ำหนักเบาทำความสะอาดง่าย มีพื้นผิวจำเพาะมาก มีความทนทานจากการกัดกร่อนของสารเคมีต่างๆในน้ำ ปรับสภาพน้ำให้ค่า Ph อยู่ในสภาพที่คงที่ ช่วยลดกรด และแอมโมเนียที่เกิดจากของเสียจากปลาในน้ำ ในระยะยาว จะช่วยทำให้น้ำใสขึ้น ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อย จึงช่วยทำให้สุขภาพของปลาดีขึ้น

วิธีใช้:

 
เนื่องจากสมาร์ทพอนด์มีน้ำหนักเบา ก่อนใช้ควรแช่น้ำทิ้งไว้อย่างน้อยหนึ่งคืนเพื่อชะล้างฝุ่นผงตามธรรมชาติ และให้ผลิตภัณฑ์อุ้มน้ำจนมีน้ำหนัก หลังจากนั้นจึงนำลงวางในบ่อกรอง (กรณีปลาบ่อ) หรือช่องกรอง (กรณีปลาตู้) หากต้องการความสะดวกรวดเร็ว อาจหาวัสดุอื่นกดทับไว้ก่อน เมื่อผ่านไปซักระยะ ผลิตภัณฑ์จะอุ้มน้ำและจมลงได้เอง การทำความสะอาด ให้ล้างด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรนำไปตากแดด เพราะจะทำให้จุลินทรีย์ที่ช่วยกำจัดของเสียในผลิตภัณฑ์สูญสลายไป


ที่มา:

www.lesa.in.th/geo/geo_activities/rock_chart.ppt

http://www.ipst.ac.th/science/vocano.html

http://www.srilava.com/thai-main.html
 



« Last Edit: March 26, 2007, 12:39:18 pm by kombua »

Offline namaru

  • Experience User
  • ****
  • Posts: 463
  • Gender: Male
    • View Profile
Re: เกี่ยวกับ "หินภูเขาไฟ"
« Reply #6 on: May 30, 2007, 03:51:23 pm »
"อยากซื้อหินภูเขาไฟ เลือกอย่างไรไม่ให้โดนหลอก"

เรื่อง/ภาพ  ศรีลาวา

หนังสือ Fancy Fish  ฉบับที่  78  เดือนเมษายนครับ หน้า 116

ครับใครยังไม่ได้อ่านก็ตามซื้อมาอ่านนะครับ สาระดี มีประโยชน์

ในหนังสือมาบอกว่า

หินพัมมิส  เป็นวัสดุกรองที่สามารถปรับสภาพน้ำให้มีค่า Ph เป็นกลาง

หินพัมมิส จะต้อง "ลอยน้ำได้"

หินพัมมิส ไม่มีอยู่ในประเทศไทย ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น

อันนี้คือข้อสังเกตุตามที่หนังสือบอกครับ
เป้าหมายตอนนี้  RREA  Red King Cobra Mosaic High Dorsal Swallow

Noom_sexy

  • Guest
Re: เกี่ยวกับ "หินภูเขาไฟ"
« Reply #7 on: December 19, 2007, 09:23:40 pm »
เคยซื้อเป็นถุงๆละ 1 kg (สีดำ)ราคา 300 บาท เป็นของ imported จาก ญี่ปุ่น ตู้ผม 24" ต้องใช้ถึง 6 ถุง รวม 1800 บาทเป็นค่าวัสดุปูพื้น นี่ยังไม่รวมเครื่องให้ CO2,ต้นไม้,blue grass ribbon,full red ribbon อิ อิ หมดงบพอดี แต่ผ่านมา ปีกว่า แล้ว ผมมี ตู้4ใบ และมีใบเดียวที่ใช้ ดินภูเขาไฟ น้ำใสตลอดเวลา และไม้น้ำก็งามสุดๆ แต่ตู้อื่นทั้งปุ๋ยรองพื้น ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยน้ำIron+ก็ยังไม่เท่า คิดว่าดินต้องมีคุณสมบัติพิเศษบางประการที่ดีต่อคุณภาพของน้ำ(บนถุงเป็นรูปปลาคาร์พและปลาทอง)ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่พัฒนาที่สุดในโลกเรื่องสายพันธ์ปลาสวยงามและเรื่องการเลี้ยงปลามาหลายศตวรรษถึงขนาดว่าปลาคาร์พเป็นสัญลักษ์ของประเทศเลยทีเดียวทั้งๆที่ต้นกำเนิดปลาคาร์พและปลาทอง(ปลาในสีแดงและปลาในต่างๆ)นั้นคือประเทศจีน