ก้าวแรกที่จะทำให้เห็นปลาหางนกยูงเกล็ดตั้ง**วันนี้ขออาสานำท่านทั้งหลาย มาเจาะลึก ถึงก้าวแรกที่จะทำให้เรามีโอกาสได้เห็นปลาหางนกยูงเกล็ดตั้ง
** หรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียง
(ถ้าฝึกฝนกันบ่อยๆ คงไม่ยาก) ความจริงแล้วอาการเกล็ดตั้งนั้นอาจเกิดขึ้นได้จากหลายๆ สาเหตุ บางครั้งเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ความประมาทเลินเล่อ ความไม่ดูแลไม่เอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ปล่อยให้สภาพน้ำเป็นพิษ เน่าเสีย จนส่งผลกระทบต่อปลาอย่างรุนแรง
หรือเกิดขึ้นได้จากสาเหตุอื่นๆ ก็สุดแล้วแต่จะพรรณากันไป...เอาเป็นว่าตอนนี้ขอให้ทุกท่านจงลืมข้อมูลเก่าๆ เดิมๆ ที่มีอยู่ โล๊ะมันทิ้ง
ไปให้หมด ข้อมูลที่ถูกต้องนั้นน่ะดีอยู่แล้ว...พอเคลียร์ได้สมองว่างๆ แล้ว เชิญอ่านตามกันเพลินๆ เลย (
เน้น..อ ย่ า ซี เ รี ย ส)
เนื้อหาข้อมูลทั้งหลายทั้งปวงต่อจากนี้ไปนั้น เกิดขึ้นจากประสบการณ์ตรงของผมเอง เผื่อว่าใครจะได้ใช้เป็นอุทาหรณ์ หรือเผื่อจะ
เป็นประโยชน์สำหรับใครที่กำลังอยากรู้อยู่พอดี (อยากรู้หน่อยน่า..นะ..นิดนึง) ส่วนท่านใดที่ทราบเป็นอย่างดีแล้ว ก็อาจช่วยเสริม
เพิ่มเติมข้อมูลกันให้สมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นไป หรือหากทนไม่ไหวจริงๆ ก็อนุญาตให้ปิดหน้านี้ผ่านเลยไปได้ครับ เดี๋ยวจะรำคาญ จะพาล
คิดไปว่าถ่ายรูปเป็น/ถ่ายรูปได้แค่พื้นๆ ผิวๆ ฝุ่นๆ แค่นี้เอง ยังจะมีหน้ามาคุยมาแนะนำคนอื่นอีก
หวังว่าบางแง่มุมที่ผมได้ทดลองมาด้วยตนเองนี่ คงพอที่จะเป็นประโยชน์บ้าง สำหรับผู้ที่สนใจ หรือใช้กล้องรุ่นนี้/ตระกูลนี้อยู่
หรือเป็นประโยชน์บ้างสำหรับนักถ่ายรูปปลาหางนกยูงมือใหม่ๆ ที่เพิ่งจะหัดถ่ายรูปปลา จะได้นำไปใช้ประกอบการฝึก เพิ่มเติม
ทักษะ หรือประยุกต์ใช้สำหรับพัฒนาฝืมือ จะได้ถ่ายรูปปลาของตัวเองให้ออกมาดูดี ดูสวยงามเหมือนอย่างที่ได้ตั้งใจกันไว้ แล้วก็
จะได้เอารูปปลาของตัวเองมาโชว์ มาแบ่งให้คนอื่นได้ดูกัน ถือเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันดีกว่า อย่าคิดไปว่าเป็นการ
โอ้อวดว่าปลาของใครจะดีกว่า สวยกว่ากันหรอกนะจ๊ะ..อย่าคิดมาก เดี๋ยวผมร่วง เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า..เริ่มจริงๆ แล้วนะ..เอายัง...
Finepix s5600 with Unabashed Guppy Studio Showcase ระยะเวลาการทดลอง : ก็ควรที่จะลองถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ว่างเมื่อไหร่ถ่ายเมื่อนั้น ใครจะบ่น ใครจะนินทา (เบาๆ แต่ดันให้เราได้ยิน)
ก็ช่างเขาปะไรไป ไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องซีเรียส เดี๋ยวจะเสียสมาธิ แล้วจะเสียฟอร์มช่างภาพมือโปร๊..โปร อย่างเราได้ เพราะว่า
เรื่องท่าทางในการถ่ายรูปนั้น จำเป็นต้องให้ดูดีเอาไว้ก่อน อันนี้ถือว่าสำคัญมากกว่าการได้รูปสวยๆ ซะอีก..กินไม่ได้ แต่เท่ห์!!
มีเรื่องเล่า (นอกเรื่องอีกหน่อย)..ครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ก่อนเข้าวงการ (ไรหว่า) เคยมีโอกาสไปถ่ายรูปกับสาวๆ อันที่จริง
ก็คนเดียว คนเดิมนี่แหละ ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ (ใกล้ๆ จตุจักร) ผมก็ถือกล้องเดินเลือกมุมถ่ายรูป รอบๆ บริเวณ
ส่วนนางแบบก็แอ๊คท่า (พร้อมเสมอจะให้เธอถ่ายรูป) หยุดถ่ายรูปกันตรงมุมโน้นที มุมนี้ที พอถ่ายไปได้ซักพักนึงเราก็เริ่มสังเกตเห็น
ชายหนุ่มรูปงาม ร่างกำยำบึกบึน ในชุดเครื่องแบบสีทมึน ดูดีมีสง่าราศรี (พี่ รปภ. นั่นเอง) ขี่รถจักรยาน ตามประกบห่างๆ อยู่ไม่ใกล้
ไม่ไกล พร้อมกับทำท่าทางพูดวิทยุสื่อสารอยู่เป็นระยะ เราจะเดินไปทางไหน พี่เค้าก็จะตามเราไปที่นั่น ตามไปเรื่อย เรื่อยซะจน
เอ๊ะ ยังไงกันนะ...และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น โดยที่เราทั้งสองไม่ทันได้ตั้งตัว (ตื่นเต๊น..ตื่นเต้น)
พี่ รปภ. : ปี๊ดดด..ปิ๊ด...ขออนุญาตครับคุณ ห้ามเข้ามาถ่ายรูปเพื่อการพาณิชย์ในสวนนี้นะครับ ถ้าจะถ่ายต้อง
ไปทำเรื่องขออนุญาตอย่างเป็นทางการในสำนักงานฯ ก่อน ถึงจะถ่ายได้ มันเป็นกฎของที่นี่ครับ
ช่างภาพมาดเท่ห์ : ทำหน้างงๆ (อารายหว่า)...ผมไม่ได้มาถ่ายเพื่อการพาณง พาณิชย์ อะไรนะครับพี่ นี่มาถ่ายเล่นๆ
กันเฉยๆ เองน่ะ ก็เพิ่งจะเคยเข้ามา เห็นวิวสวยดี ก็เลยอยากถ่ายรูปเก็บไว้ดูเล่น (ทำหน้า งงๆ ต่อ)
พี่ รปภ. : ทำท่าว่าจะไม่เชื่อสุดฤทธิ์...ไม่ได้หรอกครับ ยังไงก็ไม่ได้ ต้องไปขออนุญาตก่อน พลางชี้ไปที่ป้าย
มีข้อความประมาณว่า ห้ามช่างภาพเข้ามาถ่ายภาพในเชิงพาณิชย์ฯ หรืออะไรทำนองนี้แหละ
จำไม่ได้แล้ว
ช่างภาพมาดเท่ห์ : ก็ยังถ่ายรูปต่อไป (ว่าจะไม่สนใจ) ก็เราตั้งใจมาถ่ายรูปไว้ดูเล่นๆ นี่นา เจตนาก็แค่นี้เองจริงๆ ก็บังเอิญ
มีโอกาสผ่านมาแถวนี้ อีกอย่างก็เห็นคนอื่นๆ เขาก็เข้ามาถ่ายรูปกันตั้งเยอะ ตั้งแยะ (วันนั้นเห็นมีคน
เข้ามาถ่ายรูปกันอยู่เยอะพอสมควร บางคนถือกล้องยี่ห้อดี มีราคา ดูน่าจะโปรกว่าเราเป็นพันเท่า)
พี่ รปภ. : ยังตามอยู่อีกแน่ะ (ตื้อจริงวุ๊ย ตาคนนี้) แล้วพี่เค้าก็พูดซ้ำแนวเดิมๆ อีกนั่นแหละ (ไม่เข้าใจตุ้มเลย)
ช่างภาพมาดเท่ห์ : เริ่มออกอาการเซ็ง (ยุ่งจริงวุ๊ย)...พี่ครับ พี่ดูนี่ดีๆ นะ พร้อมยื่นกล้องให้ดู เป็นกล้องรุ่นเก่าแบบใช้ฟิล์ม
ระบบก็เป็นแบบออโต้ธรรมดา ปรับได้แต่เลนส์ซูมเข้า-ออก ยี่ห้ออะไรเท็กซ์ๆ ซักอย่างนี่แหละ จำไม่ได้
สงสัยเลียนแบบแบรนด์ดัง ส่วนรูปทรงก็ดูเห็นกันชัดๆ ว่าเป็นกล้องคอมแพล็กซ์ธรรมดาๆ นี่แหละ
พี่ชายซื้อมาฝากจากต่างประเทศนานแล้ว ราคาก็คงไม่กี่บาท อีกอย่างสภาพตอนนั้นก็ดูเก่ามากๆ
มีรอยขีดข่วนอยู่เต็มไปหมด..พี่ว่ากล้องอย่างผมเนี่ยอะนะ ที่ผมจะเอามาใช้สำหรับถ่ายรูปเพื่อการ
พาณิชย์ได้ นี่มันเป็นกล้องธรรมดาๆ เลยนะพี่ ราคาไม่กี่ตังค์เอง คงใช้ได้แค่ถ่ายรูปเล่นๆ นี่แหละ
แล้วนี่ผมกับแฟนก็แค่อยากเข้ามาถ่ายรูปเล่นกันเฉยๆ ดูพวกผมแต่งตัวสิ ก็ไม่ได้ดูดีอะไรเป็นพิเศษ
(คิดในใจ..เอ๊หรือว่าจริงๆ แล้ว เราจะดูดีจริงๆ แต่เราเองไม่เคยรู้ตัวมาก่อน..แล้วทำไมไม่ยักกะมีใคร
มาชวนไปเป็นดาราบ้างหว่า) พี่ครับ ถ้าผมจะมาถ่ายรูปเพื่อหาเงิน หารายได้อะไรเนี่ย คงใช้กล้องดีๆ
และคงเตรียมอุปกรณ์อะไรต่อมิอะไรมาเยอะกว่านี้แล้ว พี่ดูโน่นนะ กล้องที่เขาใช้น่ะดีกว่าของผมอีก
ไม่เห็นพี่จะตามไปดู หรือไปเตือนอะไรเค้าเลย...พูด..พูด..แล้วก็พูดไปเรื่อย..เมื่อไหร่จะเชื่อเราซะทีว้า
อย่าให้มีโมโหนะ..เดี๋ยวปั๊ด กลับบ้านซะเลย
พี่ รปภ. : สีหน้า ท่าทางเรื่องอ่อนลง อาจเป็นเพราะเริ่มเชื่อในแม่น้ำทั้งห้าที่ผมชักมา (หรือรำคาญแล้วก็ไม่รู้)
ยอมถอยห่างให้เราได้ถ่ายรูปกันต่อไปได้อย่างมีความสุข แต่ก็ยังแอบตามมาดูอยู่ห่างๆ อีกแน่ะ
(เห็นนะตัวเอง)
........Happy Ending
. นึกถึงเรื่องนี้ทีไรก็เป็นอันได้ยิ้มเองทุกที เดากันเองว่า วันนั้นบังเอิญนางแบบบุคลิกการแต่งกายดูดี ท่าทางแอ๊คชั่นพอจะ
ดูได้ คล้ายๆ นางแบบมืออาชีพ ประกอบกับช่างภาพหนุ่มก็ดูมาดเท่ห์ แลดูดี มีชาติตระกูล (ท่าทางดูดีซะจนไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ช่วย)
มิหนำซ้ำท่าทางในการถ่ายรูปก็คงดูคล้ายกับพวกมืออาชีพซะจนทำให้พี่ รปภ. เข้าใจผิดคิดว่าเราจะเข้ามาใช้สถานที่ถ่ายรูปเพื่อ
การพาณิชย์ซะได้นี่
สรุป เห็นหรือยังครับ ว่าเพียงแค่ท่าทางในการถ่ายรูปดูดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว...5 5 5 5 กลับมาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่า นอกเรื่องไปเยอะแล้ว (แล้วที่เล่ามาน่ะ มีใครเค้าไปอยากรู้ล่ะเนี่ย)
อุปกรณ์และสิ่งจำเป็น : 1. กล้องดิจิตอล ที่คุณภาพพอใช้ได้ ไม่เสียไม่พัง ซัก 1 ตัว (บางท่านคุณภาพจะมาหลังจากความชำนาญ)
เริ่มกันที่การเลือกใช้อาวุธคู่กาย ว่าทำไมต้องเป็นกล้องดิจิตอลล่ะ (แหม! ถ้าใช้กล้องส่องพระแทนได้ ก็คงใช้ไปแล้วครับ)
เหตุผล คือ เพราะกล้องดิจิตอลนั้นใช้งานง่าย สะดวก โดยเฉพาะเราสามารถถ่ายรูปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องกลัวว่าจะเปลืองฟิล์ม
และเราสามารถที่จะเลือกดูรูป และลบรูปที่ไม่ต้องการทิ้ง และถ่ายรูปใหม่ต่อไปได้ทันที อีกทั้งยังสามารถนำรูปที่เราถ่ายไว้นั้น
ไปดำเนินการต่างๆ ต่อได้ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยตกแต่งรูปภาพ เพื่อให้รูปดูดี ดูสวยยิ่งขึ้นได้อีกด้วย
แล้วทำไมผมถึงต้องเลือกใช้ FUJI Finepix s5600 ด้วยล่ะ ทำไมไม่เป็น นิก้อน แคนน่อน โซนี่ พานาโซนิค โตชิบ้า
ยามาฮ่า คูโบต้า หรือรุ่นอื่นๆ ล่ะ...ว่ากันง่ายๆ ตรงๆ ไม่อ้อมค้อม นอกเรื่องให้เสียเวลาเลยครับ เหตุผลก็คือเลือกตามงบประมาณ
ในกระเป๋าจะอำนวยนั่นแหละครับ ก็อุตส่าห์ อดข้าว อดน้ำ เก็บตังค์อยู่ตั้งนาน ก็พอจะซื้อได้แค่นี้แหละ ทนไม่ไหว หิวแล้ว
ว่าแต่ว่าจะได้ค่าช่วยโฆษณาจากทางบริษัท FUJI เค้าบ้างมั๊ยเนี่ย อุตส่าห์ยกให้เป็นตัวเอกของเรื่องเลยเชียว


2. เหลี่ยมใส่ปลากัดใสๆ
เลือกที่ขนาดพอเหมาะ สภาพดี กระจกไม่แตกร้าว ไม่มีริ้วรอยหมองคล้ำ และต้องสะอาด เอาไว้สำหรับช่วยจำกัดพื้นที่
ในการว่ายน้ำไปมาของปลาให้แคบลง จะได้ถ่ายรูปกันได้ง่ายขึ้นอีกนิดนึง บางทีก็ถ่ายจากตู้ที่ใช้เลี้ยงนั่นเลย ขี้เกียจย้ายปลา
(แต่อาจจะเหนื่อยกันหน่อย เพราะพื้นที่ว่ายน้ำเยอะมากๆ)
3. ฉากหลัง
เพื่อความสวยงาม ก็เลือกเอาตามใจชอบเลยครับ จะด่าง จะดำ, น้ำเงิน, ขาว, แดง, เขียว หรือจะเป็นรูปวิวทิวทัศน์
ก็ว่ากันไป คนเรามักจะชอบไม่ค่อยเหมือนกันหรอก
4. โคมไฟตั้งโต๊ะ
ใช้โคมไฟตั้งโต๊ะ (ถ้าไม่ตั้งโต๊ะ จะถือเอาก็ได้นะครับถ้ากลัวมือว่าง) เพื่อช่วยเพิ่มแสงในกรณีที่แสงไม่พอ หรือถ่าย
ในห้อง หรือถ่ายในเวลากลางคืน แต่ถ้าในกรณีที่สภาพแสงมีมากเพียงพอ เช่น มีแสงในตอนกลางวัน หรือสถานที่นั้นมีแสงสว่าง
จากหลอดไฟมากเพียงพออยู่แล้ว (ต้องสังเกตุจากประสบการณ์) โคมไฟนั้นก็ดูจะไม่ค่อยจำเป็นซักเท่าไหร่
5. เก้าอี้สภาพดี แข็งแรงๆ
เก้าอี้มีไว้สำหรับนั่ง ก็เอามานั่งสิครับ ยืนถ่ายรูปนานๆ น่ะมันเมื่อยนะรู้หรือเปล่า กว่าจะได้รูปที่ถูกใจแต่ละรูป
6. ปลาหางนกยูงงามๆ บ้าง งอมๆ บ้าง
นายแบบ นางแบบ ก็เลือกเอาแล้วแต่ว่าจะเทใจให้ใคร ช่วงไหนใครที่แลดูเข้าตากว่า รักใครชอบใครก็ sms โหวตกัน
7. มุมสงบๆ
บริเวณที่จะใช้เป็นสถานที่ถ่ายรูป ควรเลือกบริเวณที่ดูแล้วเป็นส่วนตัวซักหน่อย จะได้ไม่มีใคร หรืออะไรมารบกวนใจ
ในขณะที่กำลังจะเข้าด้าย เข้าเข็ม แต่ก็ไม่แนะนำให้เข้าไปถ่ายรูปปลาในโบสถ์ หรือในป่าช้า เพราะนั่นมันก็สงบเกินไป
8. นึกไม่ออก พอก่อนเถอะ เดี๋ยวนึกได้อีกค่อยว่ากันใหม่
9. (เลขสวยดี) ข้อนี้สำคัญที่สุดในการถ่ายรูปปลา คือ ตัวของช่างภาพเอง เวลา ความพร้อม และความตั้งใจในการฝึกฝน
ขั้นตอน และวิธีการ : 1. การตั้งค่าต่างๆ ของตัวกล้อง อันนี้เลือกใช้โดยความถนัดส่วนตัว (เชิญลอกเลียนแบบ หรือปรับให้ดีกว่านี้ก็ได้นะครับ)
ผมเองก็ลองๆ มั่วๆ ไปเรื่อย แบบว่าที่จริงแล้วคู่มือเขาก็มีให้มา เคยเปิดดูผ่านๆ เห็นอยู่ว่าข้อมูลเขาก็ดีนะ แต่ไม่ยอมอ่านให้จบซักที
หยิบมาอ่านทีไรเริ่มง่วงนอนทุกทีเลย



2. การจัดวางตำแหน่งของเหลี่ยมใส่ปลา และการใช้แสงจากโคมไฟเข้าช่วยในการถ่ายรูป หลังจากที่ได้ลองมาแล้วหลายแบบ
หลายมุม เป็นอันว่าโดยส่วนตัวแล้ว มุมที่ถนัด และใช้ในการถ่ายรูปปลาอยู่บ่อยๆ จะมีระยะการจัดวางและองศาอยู่ประมาณในรูป
ที่เห็นนี้แหละครับ (อาจมีการขยับ ปรับเปลี่ยนบ้างเป็นบางครั้ง ตามความเหมาะสม)


หลอดไฟที่ลองใช้แล้วรู้สึกว่าดี ก็มีอยู่สองแบบด้วยกัน แบบแรกนี่ถือว่าให้แสงสว่างดีมาก ชอบ แต่รู้สึกว่าจะให้ความร้อน
ออกมามากเกินไป สังเกตุได้จากผิวกระจกและน้ำจะร้อนเร็ว เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อปลาได้ เลยจะไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนัก นานๆ ที

ส่วนหลอดไฟแบบที่สองนี้จะใช้บ่อยกว่า แสงสว่างก็ถือว่าเพียงพอ ที่สำคัญคือไม่ค่อยส่งผลกระทบข้างเคียงต่อตัวปลา
ประหยัดค่าไฟกว่าอีกต่างหาก เหมาะสำหรับการถ่ายยามค่ำคืน เพราะส่วนใหญ่จะว่างถ่ายรูปเฉพาะเวลากลางคืนมากกว่า

สำหรับหลอดไฟชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ก็พอจะเคยลองใช้อยู่บ้าง ก็ไม่กี่แบบ เช่น หลอดฟลูออเรสเซ้น์ หลอดตะเกียบ
หรือหลอดไฟสำหรับตู้ปลา (ที่สีแดง) โดยความรู้สึกส่วนตัว ไม่ค่อยพอใจกับแสงสว่างที่ได้ซักเท่าไหร่ ดูแล้วแสงไม่ค่อยพอ รูปที่ได้จะ
ค่อนข้างเบลอๆ ไม่ชัดเท่าไหร่..เอาเป็นว่าเลือกเอาตามใจของคนใช้ก็แล้วกัน แต่ละคนชอบและรู้สึกไม่เหมือนกันหรอก
3. การกะระยะในการจับภาพปลา ที่เราคิดว่าเมื่อเรากดชัตเตอร์ลงไปแล้ว น่าจะได้รูปปลาที่ออกมาแล้วสวย หรืออย่างน้อย
ก็น่าจะดูดีเหมือนกับคนอื่นเขาบ้างซักรูปล่ะน่า
3.1 ปัญหาที่ต้องเจอกันแน่ๆ ทุกคน เวลาจะถ่ายรูปปลาหางนกยูง ก็คือ ปลาไม่ยอมว่ายน้ำมาอยู่นิ่งๆ ที่ตำแหน่งตรงกลาง
ของภาพ ซึ่งเป็นจุดที่เราคิดเอาว่ารูปที่ได้น่าจะสวยแน่นอน เป็นเรื่องธรรมชาติที่ปลาจะไม่ยอมให้เราได้ถ่ายรูปสวยๆ อย่างง่ายดาย
อาการอยู่ไม่สุขของปลานี่เองที่ทำให้หลายๆ คนตาลาย จนบางครั้งก็เริ่มจะท้อใจ ก็มันไม่ยอมอยู่นิ่งๆ ซักทีนึง (เดี๋ยวฆ่าให้ตายเลยนี่)
โอกาสที่ปลาจะลอยตัวอยู่นิ่งๆ ให้ถ่ายรูปแต่โดยดีนั้นก็มีให้เห็นบ้าง แต่ก็น้อยมาก เป็นเฉพาะกับปลาบางตัวเท่านั้น หรือใครโชคดี
อาจได้เจอปลาที่นิ่งๆ ซะจน ครีบหุบ หางห่อ ถ่ายรูปแล้วดูไม่สวยเลย เมื่อไหร่มันจะว่ายน้ำซักทีล่ะเนี่ย (เดี๋ยวทุบเลย) เป็นงั้นไป
แล้วเราจะเลือกกดชัตเตอร์เมื่อปลาอยู่ตรงระยะไหนดีล่ะเนี่ย

3.2 ลองมาดูระยะหวังผล ที่ผมใช้เป็นเกณฑ์ในการกดชัตเตอร์แต่ละครั้งบ้างนะครับ สมมุติว่าส่วนที่เป็นสีดำทั้งหมดนั้น
เป็นเหลี่ยมใส่ปลาหรือตู้ปลา ส่วนที่อยู่ในเส้นกรอบสีเหลืองนั่นแหละครับคือระยะที่ใช้ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าปลาจะว่ามาอยู่ตรงตำแหน่งไหน
ก็ให้กดชัตเตอร์ตามๆ ไปได้เลย

3.3 กดชัดเตอร์เบาๆ ลงครึ่งหนึ่ง เพื่อล็อกโฟกัสดูความคมชัด เมื่อเล็งได้ระยะที่ต้องการแล้ว ก่อนกดชัตเตอร์ต่อไปให้กลั้น
หายใจเอาไว้นิดนึง พยายามถือกล้องให้นิ่งๆ ที่สุด บรรจงใช้เพียงปลายนิ้วชี้ กดชัตเตอร์เบาๆ อย่างรวดเร็ว เม่นยำปานสายฟ้าฟาด
เพื่อจะได้ได้ภาพที่ชัดเจน ไม่สั่นไหว (แล้วอย่าลืมหายใจต่อนะครับ กลั้นหายใจนานๆ ไม่ดี เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอกกัน)
4. พยายามถ่ายรูปเก็บไว้หลายๆ รูป หลายๆ มุม เมื่อถ่ายรูปเสร็จแล้วจึงค่อยมาเลือกรูปที่ดี ที่ถูกใจเรามากที่สุด อีกครั้ง
เพราะบางครั้งรูปที่เรามองเห็นผ่านหน้าจอของกล้องนั้น ก็อาจไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดของรูปได้ชัดเจนมากเท่ากับการดูผ่าน
หน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งจะถ่ายทอดความละเอียดคมชัดได้มากกว่า ฉะนั้นควรเลือกรูปจากจอคอมพิวเตอร์ดีกว่า ชัวร์ๆ
5. สุดท้ายกับเคล็ดลับ สูตรเด็ด ภาพสวยๆ ด้วย Adobe Photoshop จะเลือกใช้เวอร์ชั่นไหน เพื่อตกแต่งภาพให้ดูหรูเลิศไฮโซ
หรืออยากอ่อนน้อมถ่อมตนให้ดูว่าโลโซแค่ใหนก็ได้ทั้งนั้นครับ ถามสะดวกเลย (ผมก็ไม่เคยเรียนมาเหมือนกัน ลองมั่วๆ เอาพอได้อยู่)


สรุปผล : ทุกวันนี้ ต้องทนฟังคำครหาจากคนข้างเคียง (ก็ต้องยอมเค้า) ว่ากล้องยี่ห้อนี้ถ่ายได้แต่รูปปลา รูปหมา แล้วก็รูปวิวเท่านั้น
หรือยังไงกัน เสียดายตังค์ ทำไมเวลาถ่ายรูปคน ไม่เห็นเคยได้รูปออกมาสวย ไม่เคยชัดซักทีนึง บางรูปก็มืดตึ๊ดตื๋อ (คิดในใจ..อ้าว
ตั้งแต่ซื้อกล้องมา ผมก็ฝึกถ่ายแต่รูปปลานี่ครับ ตั้งใจแต่ทีแรกแล้วว่าจะซื้อกล้องมาถ่ายรูปปลา ไม่ได้บอกว่าจะซื้อมาถ่ายรูปคน)
หรือบ้างก็ ดูนี่สิกล้องที่ยืมเพื่อนมาเมื่อคราวก่อนยังถ่ายรูปตอนที่ไปเที่ยวกันได้สวยกว่ากล้องเธออีก (แน๊..ว่าไป)...จบดีกว่า
สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณหลายๆ ท่าน ที่กรุณาสละเวลาแวะเข้ามาอ่าน หรือแวะเข้ามาเป็นกำลังใจกัน รวมถึงบางท่าน
ที่บังเอิญหลงทางผ่านเข้ามา หรือบางท่านที่ก็จำใจอ่านๆ ไปอย่างนั้นแหละ (ช่วงนี้ว่างๆ) หรืออาจมีบางท่านที่ตอนนี้ก็ยังนึกไม่ออก
ว่าแวะเข้ามาทำไมเนี่ย
คงถูกใจสำหรับใครที่เคยถามไถ่กันเข้ามาเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ และก็หวังว่าท่านคงจะได้คำตอบที่ต้องการ หรือ
อย่างน้อยๆ ก็น่าจะได้รับประโยชน์จากกระทู้นี้ติดไม้ติดมือกันไปบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ..ส่วนสำหรับใครที่ขออเพลงกันเข้ามา
ก็คงต้องรอกันไปก่อน...THANK YOU หลายๆ.......
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *** ศัพท์เทคนิคพิเศษ Professional : คำว่า
เกล็ดตั้ง เ ก ล็ ด ตั้ ง ใ น ที่ นี้ เ ป็ น คำ อุ ป ม า ใ ช้ เ ป รี ย บ เ ที ย บ เ ป รี ย บ เ ป ร ย
(ปนเย้ยหยัน หมั่นไส้) เกี่ยวกับรูปถ่ายปลาหางนกยูง บางรูป ของใครบางคน ที่เราๆ ท่านๆ มองดูแล้วว่ารูปนั้นถ่ายออกมาได้สวย
ดูคมชัดซะจนแลเห็นเกล็ดบนตัวปลาหางนกยูงได้อย่างชัดเจน น่าอัศจรรย์ใจยิ่ง เป็นที่ตื่นตา ตื่นใจเป็นอย่างมาก ใฝ่ฝันอยากจะถ่ายรูป
ได้แบบนั้นบ้างแต่ทำไมถึงถ่ายไม่ได้แบบนั้นซักที...เฮ้อ!!
