Credit "www.aqualink.com"« on: August 10, 2004, 10:26:47 pm »
By Llyn Hutchins
April 8, 1996
ขอขอบคุณ คุณsiangchai ที่กรุณาแปลจากอังกฤษยาวเหยียดมาเป็นภาษาไทยอ่านง่ายๆ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่มือใหม่ทั้งหลายคะ~* ภาคที่ 1 คุณภาพของน้ำ water quality ปลาหางนกยูงสามารถมีชีวิตอยู่ได้ดีในช่วงอุณหภูมิระหว่าง 68 -80 F(-C)และที่ 72 ฟ ดูจะเป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับมันในเรื่องสุขภาพ-ความแข็งแรง ปลาหางนกยูงสามารถทนในอุณหภูมิที่ต่ำถึง 60 ฟ แต่เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำทำให้ขบวนการเมตาโบลิซึม ( การเผาผลาญอาหารในร่างกาย )ต่ำลงมาก ดังนั้นพวกมันจะไม่มีการผสมพันธุ์ มันจะขาดความตื่นตัวactive และไม่ว่าปลาตัวใดที่อ่อนแอจากการเจ็บป่วยที่อุณหภูมินี้มันจะตายอย่างง่ายดาย น้ำในตู้ปลาจะเย็นกว่าอุณหภุมิภายนอก/สิ่งแวดล้อมด้านนอกประมาณ 2 องศา ดังนั้นถ้าห้องที่คุณตั้งตู้ปลามีอุณหภูมิอย่างน้อยอยู่ 70 ฟ ตลอดเวลา คุณก็ไม่จำเป็นต้องซื้อฮีทเตอร์ใส่ในตู้ปลา เป็นเรื่องที่มีประโยชน์มากที่จะมีอุณหภูมิที่คงที่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อเรามีการเปลี่ยนถ่ายน้ำถึงแม้จะบางส่วนก็ควรให้มีอุณหภูมิเดียวกันกับน้ำที่อยู่ในตู้ปลา ขอจงระมัดระวังการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่รวดเร็วจะส่งผลที่ทำให้ปลาช็อค SHOCK
ปลาต้องการอ็อกซิเจนเพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่ได้ ถ้าปลาของคุณมาลอยตัวงับอากาศอยู่ที่ผิงย้ำ มันเป็นสัญญาน บ่งบอกว่าปริมาณอ็อกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำในตู้ปลาไม่เพียงพอเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนปริมาณของปลาที่เลี้ยง
เราจะสร้างตู้ปลาอย่างไรเพื่อให้มีการดูดซับของอ็อกซิเจนได้ระดับที่ดีที่สุด อ็อกซิเจนในอากาศสามารถเข้าไปในน้ำได้ที่บริเวณผิวของน้ำเท่านั้น ดังนั้นปริมาณพื้นผิใของน้ำมากเท่าไร ยิ่งมีการดูดซับเปลี่ยนถ่ายอ็อกซิเจนได้มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นตู้ที่เลี้ยงปลาแล้วมีสุขภาพที่ดีที่สุดคือ ตู้ที่เป็นทรงที่ กว้างและเตี้ย ( SHIORT AND WIDE)จะดีกว่าตู้ที่ผอมสูง ( SLENDER )
วิธีการคำนวณที่เป็นมาตราฐาน คือ ทุก 20 ตารางนิ้วของผิวน้ำ เลี้ยงปลาได้ในขนาด 1 นิ้ว โดยวัดความยาวของปลาจาก ปลายจมูกถึงข้อหาง การเคลื่อนไหวของน้ำก็ทำให้การดูดซับของอ็อกซิเจนทำได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะฟองอากาศที่ออกมาจากเครื่องกรองที่กรองในตู้ปลาจะยิ่งเพิ่มปริมาณอ็อกซิเจนให้ละลายในน้ำได้มากยิ่งๆขึ้น อีกอย่างที่น่าสนใจ คือ ที่อุณหภูมิที่ต่ำกว่าอ็อกซิเจนจะสามารถดูดซับอยู่ในน้ำได้ มากกว่า นานกว่า ดังนั้นดีที่สุดคือ เลี้ยงปลาในน้ำที่อุณหภูมิที่เหมาะสม ณ. จุดที่ต่ำที่สุด ( อย่างกล่าวตอนต้นอุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 68 -80 ฟ จุดที่ดีที่สุด คือ 72 ฟ ) และอีกเช่นกัน การเติมเกลือก็ทำให้น้ำดูดซับอ็อกซิเจนได้มากและนานยิ่งขึ้น แต่ขอให้ดูให้แน่ใจว่าเกลือที่ใช้ไม่มีการเพิ่มไอโอดีนลงไปกว่าที่ธรรมชาติมีและไม่ทำร้ายไม้น้ำถ้/ที่มี ต้นไม้น้ำก็มีส่วนเพิ่มปริมาณอ็อกซิเจนในน้ำบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่แน่นอนไม่ตลอดเวลา เพราะในช่วงเวลากลางคืนต้นไม้น้ำก็มีการใช้อ็อกซิเจนด้วย แต่เนื่องจากในเวลากลางคืนปลาไม่มีกิจกรรมมากนัก จึงใช้อ็อกซิเจนไม่มาก จึงไม่มีผลกระทบกับมัน ต้องไม่ให้มี *ซากปลาที่ตาย *ซากไม้น้ำที่ตาย หรือ *เศษอาหารที่เกิน/เหลือ/กินไม่หมด เหลืออยู่ที่พื้นตู้เป็นช่วงเวลานาน เพราะพวกแบคทีเรียที่ย่อยของเหล่านี้ต่างหากที่ใช้ปริมาณอ็อกซิเจนในน้ำในปริมาณที่สูงมาก จึงเป็นการดีมากที่จะใช้สายยางน้ำคอยเก็บเศษส่วนเกินเหล่านี้เพื่อไม่เกิดการเน่าบูดของสิ่งเหล่านี้ที่บริเวณพื้นตู้
คาร์บอนไดออกไซค์ เป็นของเสียทางเคมีที่ปลาสร้างขึ้นขับถ่ายออกมาเหมือนๆกับปลาอย่างอื่น และ คาร์บอนไดออกไซค์ เป็นสิ่งที่ก่ออันตรายแก่ปลาได้ แบคทีเรียซึ่งกินปลาที่ตาย, ซากไม้น้ำและเศษอาหารที่เหลือ ก็ผลิตคาร์บอนไดออกไซค์ออกมาเหมือนกัน โชคดีที่ขบวนการต่างๆที่เพิ่มปริมาณอ็อกซิเจนในน้ำ จะช่วนลดปริมาณของ คาร์บอนไดออกไซค์ ไปในตัว
ที่จริงแล้วในช่วงเวลากลางวันพืชไม้น้ำจะช่วยใช้คาร์บอนไดออกไซค์ ดังนั้นถ้าปลาแสดงอาการขาดอ็อกซิเจน ให้คุณแน่ใจได้เลยว่าปลาได้รับความเป็นพิษจากคาร์บอนไดออกไซค์
สิ่งที่มีผลที่สุดที่ฆ่าทุกสิ่งมีชีวิต,ปลาและรวมถึงปลาหางนกยูงด้วยที่สำคัญที่สุดคือ แอมโมเนีย ซึ่งเป็นของเสียอีกตัวที่ปลาสร้างขึ้นมา ซากปลาที่ตาย,ซากพืชไม้น้ำ,เศษอาหารที่เน่าเสียที่พื้นตู้ก็เป็นอีกกลุ่มที่สร้างแอมโมเนียขึ้นมา อาการการได้รับพิษจากแอมโมเนีย คือ หายใจเร็ว,ถี่ มีการว่ายที่ผิดปกติ มักว่ายไปถูกับสิ่งของในตู้ หรือพื้นตู้ คุณอาจเคยเห็นบ่อยๆ ( แต่อาจไม่ทราบ ) ที่ปลาของคุณมีขีดหรือจุดแดงบนครีบหรือบริเวณหาง หรือแม้แต่มีรอยสีดำที่ก้านครีบหรือหาง ซึ่งเหล่านี้ คือ ผลจากการถูกเผาไหม้จากแอมโมเนีย ปลาบางตัวอาจตายทันทีกระทันหัน ถึงแม้คุณจะดูแลแก้ไขมันอย่างดี ปลาบางตัวซึ่งอวัยวะภายในถูกทำลาย ปลาบางตัวอาจตายในอาทิตย์หรือแม้แต่หลายอาทิตย์ต่อมา ตัวเมียที่ท้องและลูกปลาเล็กๆนั้นเป็นส่วนที่น่าเป็นห่วง ปลาที่ถูกพิษของแอมโมเนีย นั้นมักจะติดเชื้อจากbacteria ,fungal , parasiteจนก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บในหลายอาทิตย์ต่อมา กรณีที่ยิ่งความเป็นกรดด่าง ( pH ) ของน้ำหากสูงด้วยแล้ว ยิ่งทวีความรุนแรงของพิษมากยิ่งขึ้น
มีวิธีพื้นฐาน 3 วิธีที่จะกำจัดแอมโมเนียออกไปได้จากตู้ปลา 1 ถ่ายน้ำออกจำนวนมาก วิธีนี้ไม่อยากแนะนำ ยกเว้นแว่ เป็นกรณีที่ฉุกเฉินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว การเปลี่ยนน้ำอย่างมากๆจะทำให้ความสมดุลทางเคมีของน้ำในตู้ปลาเปลี่ยน, ระดับของความเป็นกรดด่างเปลี่ยนไป , และทำให้อุณหภูมิของน้ำเปลี่ยนไปถึงแม้จะทำอย่างระมัดระวังก็ตาม การเปลี่ยนถ่ายน้ำมากๆอาจทำให้ปลาช็อคและฆ่าปลาได้ ในกรณีที่ปลาได้รับผลกระทบจากแอมโมเนียขอให้แน่ใจไว้เลยว่าคุณต้องสูณเสียพวกมันไปบางส่วนแน่นอน และหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้วิธีเปลี่ยนน้ำมากๆนี้แล้วขอให้คุณมั่นใจว่า น้ำที่ใช้ปราศจากคลอรีน สำหรับคนที่ใช้น้ำจากระบบของเขตเมืองแล้ว คุณจำเป็นต้องซื้อบางอย่างที่จะต้องใช้เพื่อกำจัดคลอรีน หรือ คลอราไมน์ ( chloramine ) คลอรีนนั้นก็ให้โทษเป็ฯพิษกับปลาพอๆกับแอมโมเนีย ดังนั้นหากปลาได้รับพิษจากเคมีทั้งสองตัว คือคลอรีนจากการเปลี่ยนน้ำแล้ว การไม่ถ่ายน้ำจะไม่ทำร้ายปลากว่า
น้ำบ่อก็อาจมีแก็สอื่นอยู่อีก แต่ในกรณีกระทันหัน คุณไม่มีเวลาที่จะกำจัดแก็สเหล่านั้น ซึ่งก็มีพิษน้อยกว่าเมื่อเทียบกับแอมโมเนีย
2 วิธีที่ 2 ที่จะกำจัดแอมโมเนียออกไป คือ การซื้อผลิตภัณท์ที่สามารถดูดซับแอมโมเนีย การใช้เกลือในน้ำ ขอให้ระวังว่า มันมักไปหน่วง ทำให้ประสิทธิภาพของผลิตภัณท์ดูดซับแอมโมเนียทำงานได้ผลลดลง ประโยชน์ของผลิตภัณท์เหล่านี้ คือ มันทำงานได้รวดเร็วทั้งยังไม่ทำให้ปลาช็อค และเป็นเรื่องที่ดีที่ใช้ผลิตภัณท์เหล่านี้ในกรณีฉุกเฉิน และก็เป็นความคิดที่ดีที่ควรมีสิ่งเหล่านี้ติดบ้านไว้ และใช้ต่อเมื่อเป็นกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ความใช้เป็นสิ่งปกติเพื่อไม่ให้เกิดมีแอมโมเนียในตู้ปลาเป็นเรื่องปกติประจำไป เพราะคุณจะไม่ทราบว่า เมื่อไหร่ที่ตัวดูดซับแอมโมเนียหยุดทำงาน มันก็สายเกินไปแล้ว เมื่อทราบว่าระดับของแอมโมเนียอยู่ในระดับอันตรายแล้ว และตัวดูดซับแอมโมเนียก็ยังดูดซับเกลือแร่ในน้ำที่มีประโยชน์กับปลาออกไปด้วย จึงไม่ควรใช้เป็นประจำ
3 วิธีที่ 3 คือ BIO FILTER เครื่องกรอง-การกรองในระบบจุลินทรีย์ , กรองในระบบจุลินทรีย์เป็นโครงสร้างนวตกรรมที่ยิ่งใหญ่ แต่มันก็ใช้หลักพื้นฐานจากการใช้ประโยชน์โดยให้ แบคทีเรียกำจัดแอมโมเนียออกไปจากน้ำ มีข้อเสียบางข้อของระบบ กรองในระบบจุลินทรีย์ ข้อแรกมันจำเป็นต้องใช้เวลา 2-3 อาทิตย์ที่จะทำให้ระบบมันทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นในช่วงต้นคุณอาจมีปัญหาจากแอมโมเนีย แต่ก็โชคดี ที่ร้านขายสัตว์เลี้ยงทั่วไป มักมีแบคทีเรียที่บรรจุขวด ซึ่งเราสามารถเอามันมาเป็นหัวเชื้อเพื่อให้เริ่มต้นได้เร็วขึ้น ทำให้ระบบกรองเริ่มได้เร็วยิ่งขึ้นอย่างมากมาย ดังนั้นการเริ่มต้นโดยเลี้ยงปลาน้อนๆในช่วงแรกก็จะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้ เรื่องที่สอง ปลาของคุณอาจได้รับผลกระทบจากผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการที่แบคทีเรียย่อยแอมโมเนีย แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านั้นก็ยังมีพิษน้อยกว่าแอมโมเนียมาก ซึ่งวิธีดูแลจัดการเราจะพูดกันในช่วงต่อๆไป ข้อเสียข้อที่สามของระบบกรองในระบบจุลินทรีย์ คือแบคทีเรียก็ใช้อ็อกซิเจนเช่นกันในขบวนการกำจัดแอมโมเนีย อย่างไรก็ตามปั้มลมและฟองอากาศที่ออกจากระบบกรองนี้ก็ช่วยเพิ่มปริมาณอ็อกซิเจนได้มากกว่าที่แบคทีเรียใช้ไป ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จริงๆแล้วไม่น่าเป็นปัญหาของระบบ กรองในระบบจุลินทรีย์ ยกเว้นแต่ว่า ปั้มลมพัง และหรือ คุณไม่ได้รักษาให้ที่กรองของคุณสอาด สิ่งที่เกี่ยวข้องอีกอย่างคือ เมื่อปลาของคุณป่วย การใช้ยาปฎิชีวนะ จะฆ่าแบคทีเรียทั้งหมด แต่ก็เป็นข่าวดี คือ การป่วยของปลามักมาจากแอมโมเนีย ดังนั้นการใช้ระบบกรองในระบบจุลินทรีย์ เพื่อกำจัดแอมโมเนีย ถ้าคุณดูแลจัดการระบบอย่างดีแล้ว ดังนั้นความเป็นห่วงเรื่องการใช้ยาปฎิชีวนะ จึงน่าจะหมดไป คุณประโยชน์หลักของระบบ กรองในระบจุลินทรีย์ คือ ตั้งแต่คุณเริ่มติดตั้งระบบกรองแบบนี้แล้ว ระบบมันสามารถเดินอย่างต่อเนื่องได้
แบคทีเรียใน Biofilter ใช้ออกซิเจนเพื่อย่อยแอมโมเนีย ให้เป็น ไนไตรท์ Nitrite แต่ไนไตรท์มีผลลดการดูดซับออกซิเจนในเลือดของปลา ปลาก็จะเริ่มหายใจเร็วถี่กระชั้นมากขึ้น ซึ่งมักจะไปอยู่แถวมุมตู้บริเวณก้นตู้ ปลาจะมีอาการเริ่มว่ายน้ำช้าลงกว่าปกติ บางทีอาจอาจนิ่งอยู่ที่พื้นตู้เลย หากมีปริมาณมากๆเป็นเวลานาน อาจฆ่าปลาได้ แต่มันก็ไม่เกิดบ่อยนัก ที่จริงแล้วพอย่อยจากแอมโมเนีย มาเป็น ไนไตรท์ ก็จะมีแบคทีเรียกลุ่มที่สองใน Biofilter มาย่อยไนไตรท์ ไปเป็น ไนเตรท Nitrate แต่แบคทีเรียกลุ่มนี้ต้องใช้เวลาที่จะเกิดนานกว่ากลุ่มแรกที่ย่อยแอมโมเนียไปเป็นไนไตรท์
โดยทั่วไป มีเพียงช่วงเวลาเดียวเท่านั้นที่คุณจะเห็นการเกิดพิษของไนไตรท์ คือในช่วงอาทิตย์สองอาทิตย์แรกที่คุณเริ่มติดตั้งระบบกรองแบบไบโอ ซากปลาซากพืชที่ตายเศษอาหารที่ตกค้างเน่าบูดก็มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ด้วย ดังนั้นคุณควรหมั่นกำจัดออกไป เกลือในตู้ปลามีส่วนช่วยปลาได้มากในกรณีนี้ เพราะเกลือจะช่วยรั้งออกซิเจนไว้ในน้ำ การใช้หัวเชื้อแบคทีเรีย ( จุลินทรีย์ ) ในตอนเริ่มต้นที่ติดตั้งระบบกรองไบโอและเริ่มระบบด้วยปลาจำนวนน้อยๆก่อน สามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ร่วมกันทั้งหมด
คุณอาจคิดไว้แล้วก็ได้ว่า ไนเตรดที่ได้จากการย่อยสลายไนไตรท์ก็คง ส่งผลที่ไม่ดีต่อปลาด้วยเช่นกัน เป็นเรื่องที่โชคดีที่ มันไม่ได้เป็นพิษมากนัก ยกเว้นแต่หากมีปริมาณสะสมมากมายจึงจะทำให้ปลาป่วย สมมุติฐานของการเกิดโรคที่ผมอยากบอกให้พวกเราเข้าใจ คือ ปลาจะมีความอ่อนไหวต่อการติดเชื้อจากBacteria , Fungal มากกว่า ในน้ำอาจมีไนเตรดบ้างและตระไคร่น้ำ/พืชไม้น้ำไม่สามารถเติบโตได้ถ้าในน้ำไม่มีไนเตรด วิธีแก้ปัญหานี้ทำได้โดยการถ่ายน้ำจำนวนน้อยๆแต่บ่อยๆครั้งหรืออาจใช้ไม้น้ำ ไม่เฉพาะใช้ให้ไม้น้ำมาดูดซึมกินใช้ไนเตรดไปเท่านั้น ปลาหางนกยูงเองก็ยังชอบแทะ,ตอดส่วนต่างๆของไม้น้ำเหล่านี้ ดังนั้นปลายังดธาตุสารอาหารจากพืชได้อีก ทั้งไม้น้ำยังให้ภาพลักษณ์แก่ตู้ปลาและยังเป็ยตัวช่วยหยุดยั้งการเติบโดของตระไคร่น้ำลงไปบ้าง เพราะปลาหางนกยูงไม่เหมือนปลาอย่างอื่นมันไม่ได้กัดแทะกินไม้น้ำอะไรมากมายจึงไม่ได้ทำให้มีผลอะไรกับการทำลายไม้น้ำและสมดุลที่ไม้น้ำมีส่วนเกี่ยวข้อง
เป็นที่ทราบกันอยู่ทั่วไปว่า อะไรก็ตามที่อยู่ในอากาศที่มีผลที่ไม่ดีต่อคุณ ก็มีผลที่ไม่ดีต่อปลาเช่นกัน ที่จริงแล้วมีผลที่แย่กว่าด้วยซ้ำไป เพราะในกรณีนี้น้ำจะทำตัวเหมือนที่กรองดูดซับสิ่งต่างๆที่ไม่ดีที่อยู่ในอากาศในห้องที่เลี้ยงปลาหรือบริเวณที่เลี้ยงปลาของคุณ อย่ายอมให้มีการสูบบุหรี่ในห้องเลี้ยงปลา ผมเคยเห็นปลาที่เลี้ยงในห้องที่มีการสูบบุหรี่ ปลาที่ยังรอดชีวิตอยู่มันทั้งแคระแกรนและ UGLY และยังมีสัญญานที่บ่งถึงโรคต่างๆที่มี ถ้าหากคุณต้องมีการทาสีห้อง ก็ขอให้ย้ายปลาออกไป อย่าใช้ยาฆ่าแมลงในห้อง ถึงแม้แต่ลูกเหม็นก็ตาม
มีมลพิษต่างๆหลายอย่างที่อยู่ในอากาศทั่วไป ซึ่งเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และก็โชคร้ายที่มันสามารถสะสมในน้ำของตู้ปลาของคุณซึ่งส่งผลที่ไม่ดีต่อสุขภาพของปลาคุณ และมันก็จะทำให้น้ำมีการเปลี่ยนสีไปตลอดเวลาและทำให้เกิดกลิ่นคาว และทำให้มีฝุ่นเล็กๆอยู่ในน้ำมันอาจไม่มีอันตรายต่อปลาแต่มันก็ทำให้ไม่น่าดู การเปลี่ยนน้ำน้อยๆบ่อยๆสามารถช่วยปัญหานี้ให้ดีขึ้นได้บ้าง แต่ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ไปได้ นี่เป็นเหตุที่ทำไมหลายคนเลือกใช้ระบบกรองแบบ mechanical filter ระบบนี้จะใช้ใยกรองเพื่อกรองฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่ออกไปจากน้ำ และใช้ถ่านหรือคารบอนเพื่อกรองมลพิษ , กำจัดสีและกลิ่นซึ่งระบบกรองไบโอทำไม่ได้ ในกรองแบบ mechanical filter บางอันอาจเพิ่มการใช้สารกรองไนไตรท์ แต่ผมไม่แนะนำให้ใช้มัน ยกเว้นแต่ว่า คุณมีกรณีฉุกเฉินจากแอมโมเนีย มีระบบกรองบางอย่างที่น่าใช้มีการรวมระบบกรองแบบไบโอกับระบบแบบ mechanical filter ขอให้เข้าใจว่าระบบกรองแบบ mechanical filter ไม่ได้เป็นของที่จำเป็น ปลาของคุณสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวได้โดยไม่ต้องพึ่งมันก็ได้ มันอาจแค่ทำให้คุณทำงานง่ายขึ้น และขอให้จำไว้ว่า หากไม่ได้ใช้ถ่านหรือคาร์บอน ขอให้คุณแน่ใจว่าคุณได้ถ่านน้ำบ่อยเพิ่มเป็นสองเท่าเพื่อเอาพวกมลพิษต่างๆออกไป
ยังมีบางระบบกรองอากาศก่อนที่จะเข้าปั้มลมเพื่อกรองมลพิษก่อนที่จะส่งเข้าไปใช้ในตู้ปลา ซึ่งวิธีนี้เราสามารถทำได้เอง ผมเคยได้ยินว่ามีการผลิตเป็นสินค้าที่มีขายทั่วไป แต่ผมยังไม่เคยเห็นมันมาก่อน มันมีข้อดีที่ขจัดเอาสารมลพิษในอากาศออกไปก่อนที่จะปั้มเอาไปใช้ในตู้ปลา แต่โชคไม่ดี ,คุณไม่สามารถป้องกันสารมลพิษที่เข้าสู่ตู้ปลาทางผิวน้ำ นี่เป็นเหตุที่ว่า คุณไม่ควรจัดตั้งตู้ปลาหรือภาชนะเลี้ยงปลาในบริเวณที่มีฝุ่นควัน ซึ่งในกรณีนี้หากคุณใช้ที่กรองมลพิษสำหรับอากาศก่อนเข้าห้องเลี้ยงปลา คุณก็ยังต้องเปลี่ยนสารกรองคาร์บอนให้บ่อยกว่าที่กำหนดเป็น 2 เท่าที่ผู้ผลิตกำหนด ผมเคยใช้การกรองอากาศก่อนเข้าห้องเลี้ยงปลา ก็คราวเมื่อมีไฟป่าในบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น ผมต้องทำหารหรองฝุ่นควันอยู่เป็นอาทิตย์ แม้กระนั้นก็ยังไม่สามารถเก็บมลพิษได้หมด น้ำในตู้ปลายังเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สิ่งการเปลี่ยนน้ำบ่อยๆจะช่วยในเรื่องนี้ได้ดีกว่า
เกลือทะเลเราสามารถใส่ลงไปในน้ำของตู้ปลา ผมใช้ 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 แกลลอนในตอนที่เริ่มตั้งตู้ปลา แล้วหลังจากนั้นทุกเดือนก็จะเปลี่ยนน้ำบางส่วนพร้อมๆกับเติมเกลือตามอัตราส่วนของน้ำที่เติมใหม่ เกลือจะช่วยรั้งอ็อกซิเจนไว้ในน้ำได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้ปลาสามารถสร้างผิวเคลือบป้องกันตัวปลาได้ดียิ่งขึ้น และเติมเกลือแร่เพื่อให้ปลาซึ่งสามารถดูดซึมผ่านผิวของมัน เกลือแร่เหล่านี้ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตของกระดูกและเนื้อเยื่อของมัน เกลือยังสามารถทำหน้าที่สร้างสิ่งแวดล้อมที่ต่อต้าน fungi , parasite ยังมีบางระบบกรองอากาศก่อนที่จะเข้าปั้มลมเพื่อกรองมลพิษก่อนที่จะส่งเข้าไปใช้ในตู้ปลา ซึ่งวิธีนี้เราสามารถทำได้เอง ผมเคยได้ยินว่ามีการผลิตเป็นสินค้าที่มีขายทั่วไป แต่ผมยังไม่เคยเห็นมันมาก่อน มันมีข้อดีที่ขจัดเอาสารมลพิษในอากาศออกไปก่อนที่จะปั้มเอาไปใช้ในตู้ปลา แต่โชคไม่ดี ,คุณไม่สามารถป้องกันสารมลพิษที่เข้าสู่ตู้ปลาทางผิวน้ำ นี่เป็นเหตุที่ว่า คุณไม่ควรจัดตั้งตู้ปลาหรือภาชนะเลี้ยงปลาในบริเวณที่มีฝุ่นควัน ซึ่งในกรณีนี้หากคุณใช้ที่กรองมลพิษสำหรับอากาศก่อนเข้าห้องเลี้ยงปลา คุณก็ยังต้องเปลี่ยนสารกรองคาร์บอนให้บ่อยกว่าที่กำหนดเป็น 2 เท่าที่ผู้ผลิตกำหนด ผมเคยใช้การกรองอากาศก่อนเข้าห้องเลี้ยงปลา ก็คราวเมื่อมีไฟป่าในบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น ผมต้องทำหารหรองฝุ่นควันอยู่เป็นอาทิตย์ แม้กระนั้นก็ยังไม่สามารถเก็บมลพิษได้หมด น้ำในตู้ปลายังเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สิ่งการเปลี่ยนน้ำบ่อยๆจะช่วยในเรื่องนี้ได้ดีกว่า
เกลือทะเลเราสามารถใส่ลงไปในน้ำของตู้ปลา ผมใช้ 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 แกลลอนในตอนที่เริ่มตั้งตู้ปลา แล้วหลังจากนั้นทุกเดือนก็จะเปลี่ยนน้ำบางส่วนพร้อมๆกับเติมเกลือตามอัตราส่วนของน้ำที่เติมใหม่ เกลือจะช่วยรั้งอ็อกซิเจนไว้ในน้ำได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้ปลาสามารถสร้างผิวเคลือบป้องกันตัวปลาได้ดียิ่งขึ้น และเติมเกลือแร่เพื่อให้ปลาซึ่งสามารถดูดซึมผ่านผิวของมัน เกลือแร่เหล่านี้ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตของกระดูกและเนื้อเยื่อของมัน เกลือยังสามารถทำหน้าที่สร้างสิ่งแวดล้อมที่ต่อต้าน fungi , parasite ยังมีบางระบบกรองอากาศก่อนที่จะเข้าปั้มลมเพื่อกรองมลพิษก่อนที่จะส่งเข้าไปใช้ในตู้ปลา ซึ่งวิธีนี้เราสามารถทำได้เอง ผมเคยได้ยินว่ามีการผลิตเป็นสินค้าที่มีขายทั่วไป แต่ผมยังไม่เคยเห็นมันมาก่อน มันมีข้อดีที่ขจัดเอาสารมลพิษในอากาศออกไปก่อนที่จะปั้มเอาไปใช้ในตู้ปลา แต่โชคไม่ดี ,คุณไม่สามารถป้องกันสารมลพิษที่เข้าสู่ตู้ปลาทางผิวน้ำ นี่เป็นเหตุที่ว่า คุณไม่ควรจัดตั้งตู้ปลาหรือภาชนะเลี้ยงปลาในบริเวณที่มีฝุ่นควัน ซึ่งในกรณีนี้หากคุณใช้ที่กรองมลพิษสำหรับอากาศก่อนเข้าห้องเลี้ยงปลา คุณก็ยังต้องเปลี่ยนสารกรองคาร์บอนให้บ่อยกว่าที่กำหนดเป็น 2 เท่าที่ผู้ผลิตกำหนด ผมเคยใช้การกรองอากาศก่อนเข้าห้องเลี้ยงปลา ก็คราวเมื่อมีไฟป่าในบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น ผมต้องทำหารหรองฝุ่นควันอยู่เป็นอาทิตย์ แม้กระนั้นก็ยังไม่สามารถเก็บมลพิษได้หมด น้ำในตู้ปลายังเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สิ่งการเปลี่ยนน้ำบ่อยๆจะช่วยในเรื่องนี้ได้ดีกว่า
เกลือทะเลเราสามารถใส่ลงไปในน้ำของตู้ปลา ผมใช้ 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 แกลลอนในตอนที่เริ่มตั้งตู้ปลา แล้วหลังจากนั้นทุกเดือนก็จะเปลี่ยนน้ำบางส่วนพร้อมๆกับเติมเกลือตามอัตราส่วนของน้ำที่เติมใหม่ เกลือจะช่วยรั้งอ็อกซิเจนไว้ในน้ำได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้ปลาสามารถสร้างผิวเคลือบป้องกันตัวปลาได้ดียิ่งขึ้น และเติมเกลือแร่เพื่อให้ปลาซึ่งสามารถดูดซึมผ่านผิวของมัน เกลือแร่เหล่านี้ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตของกระดูกและเนื้อเยื่อของมัน เกลือยังสามารถทำหน้าที่สร้างสิ่งแวดล้อมที่ต่อต้าน fungi , parasite และยังช่วยป้องกันโรคต่างๆโดยวิธีธรรมชาติ ด้วยวิธีช่วยสร้างผิวเคลือบป้องกันตัวมันที่แข็งแรง ( Slime Coat ) ราคาเกลือทะเลถ้าซื้อในร้านขายสัตว์เลี้ยงจะแพงกว่าเมื่อเทียบกับที่ซื้อจากร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ ถึงแม้เกลือทะเลที่ซื้อจากร้านขายสัตว์เลี้ยงจะมีเกลือแร่มากกว่า แต่มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องจ่ายแพงขนาดนั้น ขอให้แน่ใจว่าเกลือที่ใช้ไม่ใช้ Table Salt , Iodized Salt , anti-caking ingredient เกลือที่ใส่สารป้องกันการจับตัวหรือแข็งตัว แต่อย่างไรก็ตาม. อย่าใช้เกลือมากกว่าที่กำหนด การใช้ปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้เกิด ภาวะการถูกเผาทางเคมี Chemically Burn ซึ่งทำให้ปลาถึงตายได้ บางครั้งคุณอาจใช้เกลือในปริมาณที่สูง ก็ทำได้ในช่วงสั้นๆเท่านั้นเพื่อใช้รักษาโรคที่พิเศษเท่านั้น แต่ไม่สามารถทำเป็นวิธีที่ใช้ทั่วๆไปเป็นประจำ
การเปลี่ยนน้ำบ้างเป็นครั้งคราวเป็นเรื่องที่จำเป็น ภายใต้สภาวะทั่งไป ถ้าคุณมีการใช้คาร์บอนอยู่ในเครื่องกรองการเปลี่ยนน้ำเดือนละครั้งก็เพียงพอแล้ว การเปลี่ยนน้ำบางส่วนอย่างสม่ำเสมอก็เป็นการรักษาการเจ็บป่วย โดยการลดน้ำที่มีเชื่อโรคหรือเคมีที่ทีปัญหาออกไป บางครั้งการเปลี่ยนน้ำบางส่วนก็ทำเมื่อไม่มีระบบกรองแบบMechanical ในกรณีนี้สิ่งที่ได้อาจไม่ได้ประโยชน์ในเรื่องภาพลักษณ์ ( น้ำอาจไม่ใสแจ๋งดูดี ) แต่ขอให้จำไว้ว่า ถ้าคุณสามารถหลีกเลี่ยงได้ อย่าเปลี่ยนน้ำเกินกว่า ½ ในครั้งเดียวนั้น ถ้าคุณใช้น้ำบ่อ คุณจำเป็นต้องเก็บน้ำทิ้งไว้
1 อาทิตย์ น้ำบ่อมักมีแก๊สในรูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งอาจมีอัตรายกับปลาของคุณ เมื่อคุณกักน้ำไว้แก๊สเหล่านี้จะคายตัวออกไป ถ้าคุณอยู่ในเขตเมือง น้ำที่คุณใช้จำเป็นต้องกำจัดคลอรีนหรือคลอรามาย โดยอาจใช้เคมีที่มีขายตามร้านขายสัตว์เลี้ยง หรืออาจใช้วิธีกักน้ำทิ้งไว้ 3 วันจึงค่อยนำไปใช้ ถ้าเป็นคลอรามายต้องใช้วิธีเฉพาะ เมื่อคุณแน่ใจแล้วว่าน้ำปราศจาก คลอรีน . คลอรามาย . แก๊สในน้ำแล้ว คุณยังจำเป็นต้องใส่เกลือ เมื่อจะเอาน้ำไปใช้ขอให้แน่ใจว่าน้ำที่จะเอาไปใช้มีอุณหภูมิเท่ากันกับน้ำในตู้ปลาให้มากที่สุดเท่าที่คุณสามารถทำได้ เมื่อใช้น้ำที่กักไปแล้วก็เอาน้ำใหม่มาเติมเพื่อเอาไว้ใช้ในรอบต่อๆไป
น้ำก็ยังมีการระเหยออกไป คุณอาจเติมน้ำใหม่ลงไปแทนที่น้ำที่ระเหยออกไป โดยไม่ต้องใส่เกลือ เพราะเกลือไม่ได้ระเหยออกไปด้วย