Author Topic: อะไรคือสิ่งที่เราต้องจัดการเมื่อเลี้ยงปลาเอาปลาอยู่ได้แล้ว  (Read 5176 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline siangchai

  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 697
  • Gender: Male
    • View Profile
อะไรคือสิ่งที่เราต้องจัดการเมื่อเลี้ยงปลาเอาปลาอยู่ได้แล้ว

ช่วงนี้สังเกตเห็นได้ว่ามีผู้เลี้ยงที่เข้าเวปมามากขึ้น จึงอยากจะมาแชร์ความคิดด้วย
สำหรับคนที่หลุดเข้ามาในบ่วงในวงจรของ การหลงไหลปลาหางนกยูงแฟนซี แล้ว
ก็ขอให้รักษาความรู้สึกที่เป็นความรู้สึกครั้งแรกๆนี้ไว้
อะไรที่ยังไม่ได้อย่างใจนั้น  มันต้องมีสาเหตุและที่มาที่ไป   เราก็แก้ไขตรงต้นเหตุนั้นๆ

อย่างที่จั่วหัวข้อเอาไว้  คำว่า  เมื่อเลี้ยงปลาเอาปลาอยู่ได้แล้ว
ตรงนี้แปลว่าอะไร ตรงนี้มีความหมายว่า
1 เมื่อคุณเลือกปลาเป็น
2 เมื่อเลือกแล้ว ซื้อแล้ว มาเลี้ยงแล้ว คุณสามารถรักษา ปลาให้อยู่กับคุณได้โดยไม่ตาย
   ที่จริงปลามัน ก็ไม่ใช่ปลาที่ตายง่ายอะไร ถ้ารู้เทคนิค และเข้าใจและแก้ไขปัยหาที่มันได้รับมาระหว่างเดินทาง
3 เลี้ยงให้มันแข็งแรง จนให้ลูกได้
4 เลี้ยงลูกปลาให้เติบโตแข็งแรงสมบูรณ์ เป็นปลาที่สวยงาม ที่สำคัญพยายามอย่าให้ป่วยการเติบโตจะได้ไม่สะดุด
5 จัดการการเลี้ยงของคุณ พยายามรักษาสภาพ น้ำ ที่เป็นปัจจัยหลัก ที่จะทำให้ปลาแข็งแรงหรือทำให้ปลาป่วย
  ถ้า รู้เท่าทันทุกอย่างจะกลายเป็นง่ายไปหมด โดยทันที

ทีนี้พอเราเอาลูกมาทำหลาน เอาหลานมาทำเหลน เอาเหลนมาทำโหลน  ที่ว่ามานี้ใช้เวลาเพียงแค่12 เดือน
ถึงตอนนี้ ถ้าเราไม่ได้เตรียมการไว้ สิ่งที่เราจะเจอก็คือ
1 หน้าตาปลา เปลี่ยนไป มีของแปลก โผล่มาให้เห็น                  อันนี้ก็เกิดจากการที่สายเลือดปลามันชิด ทำให้ลักษณะของบรรพบุรุษโบราณ ดผล่ออกมา
                                                                                            ปลาหางนกยูงนั้นยีนส์ของมัน      จับกันอย่างง่ายๆ  แต่ซัยซ้อน 
2 ปลาเริ่มมีขนาดที่เล็กลง                                                       เพราะมันชิดจนเกิดการอ่อนแอทางพันธุกรรม  ทำให้ภูมิต้านทานโรคเกิดการอ่อนแอ
3 ปลาเริ่มให้ลูกในปริมาณที่น้อยลง หรือ ยากขึ้น จนอาจไม่ให้เลยก้อาจเป็นไปได้

ทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าเรามีการผสมพันธุ์ให้ดี เช่น
ผสมพันธุ์เป็นหลายๆชุดๆหนึ่งสัก2-3คู่ เป็น1ตู้ คือหลายๆตู้ แต่ละตู้เราอาจเรียกว่า 1สายเลือด เราก็ทำไว้หลายๆสายเลือด โดยอาจมีบางสายเลือด เราอาจหาเพิ่มเติมจากท่านอื่น หรืออาจสั่งปลานอกมาเล่นด้วยก็จะเป็นการเพิ่มความหลากหลายของพันธุกรรม  ทำให้มีการเพิ่มเติมความเด่นของปลาแต่ละสายได้ด้วย เช่น  กระโดง แซลฟิน,กระโดงสูง หรือมาร์คของบลูกราส  ความกว้างความหนาของใบหางและครีบต่างๆ หรือแม้แต่สีสรร

เอาเปนเบสิคไว้แค่นี้ก่อนนะครับ


อ้อ ....ขอเชิญท่านที่มีประสพการณ์ท่านอื่นๆมาแชร์ด้วยกันด้วยครับ
« Last Edit: September 03, 2007, 03:17:23 pm by siangchai »
HOW TO CREATE THE GIANT AND FIRM CLASSIC FANCY GUPPY IS MY TARGET......GO.

chuka

  • Guest
อยากรู้ เรื่อง ผิวปลาอะครับ เคยซื้อปลาผมถาม จขร. ว่า ผมควรเลือกปลาอย่างไรดีเค้าก็บอกมาๆ แต่มีอยู่อย่างนึงที่ติดใจมาคือเค้าบอกว่าให้เลือกปลา ผิวหนา ซึ่งมันดูยากไหมอะครับ ผมยังดูไม่เป็นเลยผิวหนาอะครับ

ขอความรู้ทีนะครับ ขอบคุณครับ

จขร. คือ อะไรครับ เจ้าของร้านหรือเปล่าครับ

[color=blue]เอียเองเลี้ยงมานาน ไม่เคยดูที่ผิวปลาดุแต่เนื้อปลา ดูว่ามันเป็น GREY หรือGOLDEN เพราะเป็นเรื่องGene
ส่วนถ้าจะดูผิว คงดูเรื่อง สุขภาพ เช่น ผิวปลา ไม่ควรขุ่น เพราะถ้าขุ่น น่ามาจากการติดเชื้อโรค
ส่วนถ้าจะดูหนาบาง จะบอกได้เรื่องการเลี้ยงของแต่ละบ้าน ว่าใช้น้ำอะไร ถ้าน้ำมีเกลือแร่เกล็ดก็มักจะหนากว่า
ส่วนถ้าเลี้ยงน้ำประปาหรือที่ไม่ค่อยมีเกลือแร่ เกล็ดก็อาจดูบางกว่า แต่ก้จะดูสดใสกว่า ยกเว้นแต่ว่าในอาหารมีเกลือแร่เสริมอย่างพอเพียง
ก็จะทั้งหนาและสดใสสีจัดจ้าน
[/size[/b][/b]][/color]
« Last Edit: September 03, 2007, 04:13:15 pm by siangchai »

lucky-guppy

  • Guest
 ;D ขอแสดงความคิดเห็น ด้วยคนครับ จากประสบการณ์ แท้ๆ
ส่วนตัว คิดว่า สิ่งที่จะจัดการ เป็นอันดับแรก คือ  จัดการ  ความขี้เกียจ   ครับ มี หลาย คร้ง อยู่เหมือนกัน เห็นปลา มีกาการผิดปกติ แต่ ชะล่าใจ ปล่อย ไว้ก่อน เรียบร้อย ครับ ยกตู้ บาย บ่าย
อีกสิ่งหนึ่งที่ สำคัญ ผม ว่าอยู่ที่การ วินัยการจัดการ ระบบการเลี้ยงของแต่ละคน ตู้เยอะ ก้อทะยอย ล้าง พอดี ผมเลี้ยง 2 ที่ เลย ต้องสลับกันล้าง ในบ้านและนอกบ้าน   การให้อาหาร ช่วงเช้าก่อนไปทำงาน อาทิเมีย1 มื้อ  มื้อเย็น ไส้เดือน  อีก 1 มือ้ แต่  วันไหน  ความขี้เกียจเข้าสิง วัน นั้นก้อ อด ทั้ง บ้าน รวบยอด ไปอีกวัน

อีกอย่าง ที่ต้องจัดการ คือ หาปลามาเพิ่ม ช่วงก่อนเห็นปลาที่ไหนสวย หรือแปลก ก้อจะขนขวายไปหามา ผล คือ รายจ่ายเพิ่ม ปลาออกลูกเต็มบ้าน ต้องเพิ่ม ตู้ จาก 20 ใบ ก้อเพิ่มเป็น 70 ใบแถม
บ่อปูนอีก 6 บ่อ นั้นก้อไม่ใช่ปัญหา ปัญหาก้อคือ การที่ปลา โดด สลับตู้ หรือเราพลาดใส่ปลาผิดตู้ จับฉ่าย เลย ครับพี่น้อง ต้องโล๊ะ บ้านทั้งบ้าน ครับ มานั่งคัดปลา เท่าที่เราชัวร์ๆ ว่าเป็นสายเดียวกันเหลือแค่ 10 ตู้ กะอีก 2 บ่อ มาค่อยๆเลี้ยงใหม่ เริ่ม มีจดบันทึก ที่ตู้ ว่าสายอะไร มีตัวผู้ กี่ตัว ตัวเมียกี่ตัว ลูกคลอดเมื่อไหร่ อะไรเข้ากับอะไร  ตอนนี้ ก้อพอจะเข้าที่ แล้ว ค่อยยังชั่วหน่อย

ส่วนการผสมสายพันธุ์ ตอนนี้ก้อทำอยู่ แต่ ยังไม่นิ่งเท่าไหร่ ค่อยๆ คัดทำไปเรื่อยๆ ครับ พัฒนาปลาต่อโน่น ต่อ นี่ สนุกดี  ถือเป็นงานอดิเรก ครับ

อะเชิญท่านอื่นต่อแล้วกัน ครับ ไว้นึกอะไรได้อีก ค่อยว่ากัน ครับ   ขอบคุณครับ เฮีย
« Last Edit: September 03, 2007, 08:09:15 pm by siangchai »

Offline siangchai

  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 697
  • Gender: Male
    • View Profile
THANK YOU FOR SHARING
NEXT GUYS ,CHEER ;D

อยากเชิญ
พี่วิน ,พี่สิทธิ์,คุณคมบัว,คุณใหม่,คุณคัมภีร์หางนกยูงและท่านอื่นๆด้วยครับ อยากให้แบ่งปันประสพการณ์และเทคนิคส่วนตัวของแต่ละท่าน       แชร์ริ่ง
« Last Edit: September 03, 2007, 05:03:58 pm by siangchai »
HOW TO CREATE THE GIANT AND FIRM CLASSIC FANCY GUPPY IS MY TARGET......GO.

Offline kombua

  • k+G+B
  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 1,024
  • Gender: Male
  • Tel. : 084 1557514, 085 2219023
    • View Profile
    • k+G+B Guppy Studio
ขออนุญาตเล่าอีกคนครับ หลังจากได้ปลาปลาที่ไม่ป่วยและแจ้งเกิดในบ้านเราแล้ว
ขั้นตอนการเลี้ยงดูนั้นก็แบ่งตามช่วงอายุ ที่บ้านก็จะเลี้ยงลูกเล็กๆ ในกระป๋องขนาดไม่ใหญ่นักเพื่อสะดวกในการให้อาหาร
และการจัดการพื้นที่ใช้สอย เพราะลูกปลาจะออกมาลืมตาดูโลกเยอะมาก จนบางทีดูแลไม่ทั่วถึง
จากนั้นพอโตขึ้นมาหน่อยก็ย้ายมาอยู่ในอ่างกลมขนาดกลาง และเปิดออกซิเจนให้ด้วย
ซึ่งขั้นตอนนี้จะเลี้ยงไปจนโตเกือบจะ 3 เดือนได้
(ขั้นตอนนี้ปลาจะแข็งแรงและโตเร็วเพราะสามารถอัดอาหาร อากาศน้ำได้อย่างเต็มที่)
พอโตที่จะคัดสี ขนาด ตัวได้แล้วก็ลงตู้ เพื่อขุนให้สวยอีกที
การจัดการการเลี้ยงที่บ้านก็มีแบบนี้แหละครับ
ต่อมาเป็นการจัดการเรื่องน้ำ ที่ต้องมีการเปลี่ยนถ่าย ทุกวันต้องเก็บอึเศษอาหารไปทิ้งทุกตู้
 เติมน้ำนิดหน่อย แต่พอครบ 7 วันก็เปลี่ยนราวๆครึ่งตู้อีกที
ส่วนตู้ไหนมีกรองฟองน้ำก็เปลี่ยนทำความสะอาดแช่ด่างทับทิมเดือนละครั้ง
ส่วนอาหารสดก็อย่างที่ทราบ ถ้าไม่สะอาดก็โรคเพียบ
 ทุกวันนี้ไดลูกปลาออกมาจะจดวันเดือนปีเกิด ชื่อสาย และเอฟไหน กี่ตัว จะได้ไม่พลาด
เพราะบางทีหาคู่มันไม่ได้งงสิครับ เอาเท่านี้ก่อนครับ
 เอาใจใส่นะสำคัญมากครับ  เมื่อเราดูแลปลาดี ปลาดีๆ ก็จะอยู่ดูแลเราเช่นกัน
« Last Edit: September 03, 2007, 08:04:57 pm by siangchai »

Offline win6591

  • GURU User
  • *****
  • Posts: 519
  • Gender: Male
  • Go with quality
    • View Profile
 8) การเลี้ยงปลาหางนกยูงสำหรับผมคงไม่มีสูตรตายตัวว่าจะต้องทำอย่างไร เอาเป็นว่าสะดวกคนเลี้ยงแล้วกัน ถ้าขยันดูแลปลาก็จะสมบูรณ์สวยงามครับ
  :D เอาเริ่มจากเอาปลาจากที่อื่นเข้าบ้าน ก็ไม่มีอะไรมากมายให้วุ่นวายใจก็เอามาลอยในตู้ที่เราเตรียมน้ำไว้ 10นาทีถ้าไม่มีเวลามากจากนั้นปล่อยปลาลงตู้ก็ตักน้ำในตู้ค่อยๆใส่ลงถุงปลาจนต็มจากนั้นก็ปล่อยลงตู้แล้วดูอาการสักพักถ้าปลาสดชื่นดีก็ปล่อยไปไม่ต้องใส่อะไรเปลือง ถ้าอาการไม่ดีก็ใส่ยาเหลือง
 :D เรื่องของอาหารการกินอาหารปลาก็มีหลายอย่างก็เลือกเอาตามสะดวก ของผมให้อาร์ทีเมียเป่า เช้าเย็น มีเสริมด้วย เอดีพี(อาหารสำเร็จรูปแบบผง)แล้วก็สาหร่ายสไปรูริน่า
 :D เรื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำของผมสะดวกที่เปลี่ยนอาทิตย์ละครั้งเปลี่ยนทีก็เกือบ100%
 :D แม่ปลาที่จะคลอด ก็เอาไปคลอดในตู้10-12นิ้ว แล้วก็เลี้ยงลูกปลาในนั้นเลยจนแยกเพศได้จากนั้นก็แยกเลี้ยงเลยระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย เลี้ยงไปดูไปตัวไหนไม่เข้าตาก็คัดทิ้งไม่ต้องเสียดายเดี๋ยวมันจะทำให้ปลาด้อยลง
 8) ไว้ค่อยต่อ พวกการคัดเลือกปลา
« Last Edit: September 03, 2007, 08:33:04 pm by win6591 »

My strains : Red Guppy, Grass , Japan Blue, Pingu , Moscow Blue , Snake skin

Offline siangchai

  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 697
  • Gender: Male
    • View Profile
ขอขอบคุรแทนเพื่อนๆ สำหรับทั้งคุณ Kombua, Lucky-guppy ,win6591
และกำลังรอส่วนเหลือที่คุณwin6591 จะมาเพิ่มเติมให้ครับ
เช่นกันเพื่อนๆท่านอื่นๆมาแบ่งปันกันและกันครับ

เรียกว่า
สูตรใครก็สูตรคนนั้น  ไม่มีใครผิด  แบ่งปันกันฟัง

วิธึ/สิ่งที่เคยคุยกันมานานแล้วกับคุณสิทธิ์และเพื่อนๆที่เคยไปมิตติ้งที่บ้านว่า
1 Internet เป็นโลกกึ่งมายา
2 อย่าและห้ามพูดว่าใครผิด เรามีสิทธิ์เพียงแค่แสดงความเห็นส่วนตัวได้ เพียงแค่นั้น
เท่านี้ก็ สันติสุข

อย่างไรก็ตามขอฟังบ้างครับสำหรับท่านอื่น 
ในหัวข้อ  อะไรคือสิ่งที่เราต้องจัดการเมื่อเลี้ยงปลาเอาปลาอยู่ได้แล้ว
« Last Edit: September 03, 2007, 10:49:21 pm by siangchai »
HOW TO CREATE THE GIANT AND FIRM CLASSIC FANCY GUPPY IS MY TARGET......GO.

new_guppy

  • Guest
ของผมเองจะเอาตามที่ตัวเองสะดวกที่สุดครับ
ผมจะให้ความสำคัญอยู่สองเรื่องหลักๆๆ อ่ะครับคือ
เรื่องคุณภาพของน้ำ กับ อาหาร
พยายามจะไม่ให้อาหารมาจนเกินไป
จะเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ (ถ้ามีเวลา) อย่างน้อยๆ อาทิตย์ล่ะครั้ง ทำแค่นี้ผมคิดว่าปลาคุณก็จะไม่ป่วยและจะแข็งแรง
เรื่องอาหารตัวผมองเมื่อก่อนตีอาทีเมียทุกเมื้อแต่หลังๆ มาผมไม่ได้ให้กินเลย ส่วนมากจะให้กินอาหารสำเร็จรูปทั่วๆๆ ไป
และก็จะมี ไรจืด หนอนแดง (อันนี้ตามสะดวกผมเลยครับถ้าผ่านสวนก็จะซื้อถ้าไม่ผ่านก้ไม่ได้กิน บ้างครั้งอดอาหาร 2 วันยังมีเลยครับ ทำงานไม่ได้กลับบ้าน)
ส่วนแม่ลาที่จะคลอดของผมเองกไม่ได้กำหนดใว้ว่าจะต้องมาออกที่ตรงไหร เอาตามสะดวกครับตรงไหนวางเธอลงไปคลอดเลย ถ้าคลอดในตู้ผมก็จะเลี้ยงไปจนโตไม่แยกเพศอ่ะครับ(เมื่อก่อนเคยแยกแล้วรู้สึกว่ามันปลี่ยนตู้555) ช่วงเวลานี้ก็จะคอยคัดตัวที่ไม่สวยลงอ่างบัว

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ผมอยากให้คนที่เลี้ยง เลี้ยงปลาตามตัวเองสะดวกจะดีกว่าครับเพราะจะทำให้เรามีความสุขกับการเลี้ยงปลา   

Offline siangchai

  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 697
  • Gender: Male
    • View Profile
เชิญท่านต่อไปครับ คุณCKและคุณสิทธิ์  ด้วยครับ
HOW TO CREATE THE GIANT AND FIRM CLASSIC FANCY GUPPY IS MY TARGET......GO.

pinguppy

  • Guest
   โดยส่วนตัวแล้ว ผมเป็นคนเบื่อง่าย ฉนั้นการเลี้ยงของผมก็จะมีข้อเสียคือ ได้ปลาใหม่เข้าบ้านมาก็จะจัดการไขว้สายพันธ์เลย จึงทำให้ไม่มีปลาสายพันธ์เดิมๆเลย
ส่วนเรื่องของการเลี้ยง ก็ง่ายๆไม่มีอะไรมาก เปลี่ยนน้ำวันเว้นวัน อาหารหลัก ก็ไส้เดือน เรื่องการรักษาโรค ก็ไม่มีเลย เพราะจะเน้นน้ำสะอาด อาหารสะอาด และไม่เอาปลาใหม่เข้าบ้านโดยไม่จำเป็น ส่วนในเรื่องการพัฒนาปลา ทำปลาสายพันธ์ใหม่ หรือแม้แต่การปรับปรุงพันธ์ เอาไว้ ค่อยพูดกันอีกรอบ นะครับ

ดอน พอยัง

  • Guest
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
วันนี้เปิดมากระทู้แรกก็ได้ความรู้เพียบเลย
ไม่ขอออกความคิดเห็นนะครับ(เพราะมือยังใหม่จริงๆครับ) ;D

sim01

  • Guest
ของผมก็ง่ายๆ เหมือนท่านอื่นๆครับ เปลี่ยนน้ำ20%สอง-สามวันครั้ง อาหารก็ให้วันละ มื้อหรือสองมื้อแล้วแต่สะดวกครับ (เพราะบางทีตื่นสายให้ไม่ได้เดี๋ยวไปทำงานสาย หรือถ้าให้เช้าไปแล้วกลับดึกก็จะไม่ไปให้เพราะต้องเปิดไฟ สงสาร เคยทำทีนึงเปิดไฟปุ๊บ วิ่งกันให้วุ่นเลย บางตัวตกใจขนาดโดดข้างกาละมังเลย แต่ยังดีที่โดดแม่ม กะว่างานประกวดมีแข่งกระโดดไกลจะส่งซะหน่อย ;D)  ส่วนโรค ก็มีอยู่พักนึงที่ใช้น้ำกัก ก็จะเป็นบ่อย แต่หลังจากทำเครื่องกรองน้ำเสร็จ ก็ปลอดภัย หายห่วง.....

สำหรับปลาที่จับเข้าคู่หรือไขว้แล้ว พอได้ลูกก็จดๆ ครับ หรือไม่ก็เขียนไว้ที่ตู้ครับ เมื่อได้ลูกปลาพอเห็นสีก็จะแยก size และแยกเพศครับ อาจจะมีรวมกันบ้างในกรณีต่างสายพันธ์ เช่นตัวผู้ตาดำอยู่รวมกับตัวผู้ตาแดง (เพื่อประหยัดพื้นที่) แล้วเมื่อโตก็คัดตัวสวยมาทำต่อ ตัวอื่นก็อยู่รวมกันไป  

อาหารก็ให้ไรทะเล สำหรับปลาสามเดือนขึ้นไป ส่วนปลาพึ่งเกิดจนถึงประมาณ 1-2 เดือนให้กินหนอนจิ๋วครับ มีบางครั้งที่ไรทะเลเล็กๆ ก็จะให้ปลา 1-2 เดือนหัดกินครับ(ดูโหดดี กัดกระชาก มันสุดๆ) สลับกับอาหารสำเร็จรูปครับ

ก็ประมาณนี้อ่ะครับ  ;D

Offline wewe

  • Experience User
  • ****
  • Posts: 455
  • Gender: Male
  • FULL RED
    • View Profile
ของผมก็ไม่มีอะไรมากก็ให้อาหารวันละ2มื้อสลับกันไปมีทั้งอาทีเมียตัวอ่อนและตัวแก่และไส้เดือนและก็ไรแดงและทุก2วันก็จะมีมื้อพิเศษเตตร้า+สาหร่ายสไปรูริน่าในเรื่องของน้ำก็จะถ่าย20%ทุก2วันไส้กรองล้างอาทิตย์ละครั้งเปลี่ยนน้ำ80%ทุกครึ่งเดือนส่วนเวลาเปลี่ยนน้ำผมจะใส่เกลือและไบโอน็อกเบอร์2ทุกครั้งรวมทั้งกรณีปลาป่วยด้วยส่วนการนำปลาข้างนอกเข้าบ้านก็จะกักโรค1อาทิตย์/เลี้ยงแบบง่ายๆแบบผมแต่ไอ้คู่แรกที่ผมซื้อก็ยังสืบทอดลูกหลานถึงปัจจุบันเป็นเวลาสองปีกว่าแล้ว
1.us full red rrea
2.moscow red rrea
3.coral full red rrea
4.holland full red rrea

Offline CK

  • Senior User
  • ***
  • Posts: 175
    • View Profile
ที่บ้านตอนนี้ มีตู้ประมาณ 40 ใบ และบ่อปูนอีก 20 บ่อ การจัดการที่บ้านก็คือ
1. อาหาร : ส่วนตัวผมเองจะไม่ค่อยมีเวลา เลยให้อาหารได้แค่วันละครั้ง ตอนเย็น และต้องกะปริมาณอาหารดีๆ อาหารที่ให้ก็เป็น
- artemia เป่า และก็ไส้เดือนน้ำเป็นหลักในวันธรรมดา โดยจะให้ไส้เดือนน้ำเยอะหน่อย เพื่อให้เหลือกินระหว่างวัน แต่ต้องระวังน้ำเน่าด้วย
- เสาร์ หรือ อาทิตย์ จะให้อาหารปั้นผสมวิตามินและสารอาหารอื่นๆ (ให้แล้วต้องเปลี่ยนน้ำเลยในวันนั้น เพราะน้ำจะเน่า)
2. การเปลี่ยนน้ำ : ถ้ามีเวลาก็เปลี่ยนบ่อยเท่าที่จะทำได้ เคยเปลี่ยนวันละครั้งถ้ามีเวลาในบางตู้ แต่อย่างน้อยต้องอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
3. การคัดปลา ทำปลา : เรื่องนี้สำคัญ ต้องดูปลาให้เป็น ต้องเลือกทั้งตัวผู้และตัวเมีย อันนี้ก็ลองผิดลองถูกมาเยอะ ปัจจุบันก็ยังไม่เก่ง แต่พยายามจะปราณีตขึ้น

ลองปรับหาวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองดูครับ และลองเปรียบเทียบผลที่ได้ สำหรับที่บ้านตอนนี้พัฒนากว่าตอนเริ่มเลี้ยงเยอะครับ  ;D
Tottenham Hotspurs

Offline siangchai

  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 697
  • Gender: Male
    • View Profile
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
วันนี้เปิดมากระทู้แรกก็ได้ความรู้เพียบเลย
ไม่ขอออกความคิดเห็นนะครับ(เพราะมือยังใหม่จริงๆครับ) ;D
เฮียอยากทราบแนวทางเท่าที่ทำอยุ่ด้วยครับ
บางครั้งก็ใช่ว่า คนใหม่ๆ จะไม่มีอะไร
หลายๆอย่าง ผมก็ได้จาก คนใหม่ๆเหมือนกัน
บางครั้ง  ร้องออกมาเองเอง  ว่า
เออ...ทำไมเราไม่คิดอย่างนี้บ้าง
ดังนั้น
ขอฟังเสียง คนใหม่   คนใหม่ที่นี่    มือใหม่
HOW TO CREATE THE GIANT AND FIRM CLASSIC FANCY GUPPY IS MY TARGET......GO.

Offline siangchai

  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 697
  • Gender: Male
    • View Profile
ตอนนี้
กระทู้นี้
ถือว่ามีคุณค่าสุงมากถึงที่สุด

ถือว่าเป็น ACTIVITY ที่ทุกท่านมีส่วนร่วมได้

รับรองได้ว่า ไม่มีคำว่า ผิด
มีแต่ SHAIRING  TOGETHER

เร่งมือกันครับ
ขอเชิญทุกท่าน มาร่วมสร้าง 


ร้อยคัมภึร์ยุทธ
HOW TO CREATE THE GIANT AND FIRM CLASSIC FANCY GUPPY IS MY TARGET......GO.

Offline one

  • Senior User
  • ***
  • Posts: 136
    • View Profile
ของผมถ้าเป็นวันธรรมดาจะให้อาหาร 2 มื้ออะคับ เช้ากับกลางคืน เพราะกลับดึก แต่จะถ่ายน้ำประมา
ณ 50 เปอร์เซ็นต์ ทุกวัน เสาร์อาทิตย์ก็ประมาณ 4 มื้อ  ถ่ายน้ำ 2 ครั้งเช้าเย็น ไม่ค่อยได้ใช้ออกซิเจนคับ จะเปิดเฉพาะเสาร์อาทิตย์คับก็ไม่มีปัญหาอะไรคับกินเก่งทุกตัว แต่จะใช่เฉพาะลูกปลาเท่านั้นอะคับ ส่วนอาหารก็มีไส้เดือนน้ำอะคับ อาทีเมียบ้างอะคับ ไรแดง ไรทะเล สลับกันไป กลัวปลาเบื่อ แล้วก็จะทำความสะอาดอาหารด้วยด่างทับทิมคับ

nopparat

  • Guest
ถือว่าแลกเปลี่ยนกันนะครับ ..เล่าเรื่องการเลี้ยงปลาในสไตล์ของผมบ้าง (ในฐานะมือใหม่)

การเลี้ยงปลาของผมเน้นความสะดวก เรียบง่าย ไม่ซีเรียส เป็นอีกหนึ่งงานอดิเรก (ระยะหลังมานี่เหมือนจะบ้าไปนิดนึง)
เลี้ยงปลาเพื่อให้มีกิจกรรมพิเศษสำหรับทำให้ช่วงวันว่าง เวลาว่างๆ ไม่ชอบอยู่นิ่งๆ ส่วนสถานที่เลี้ยงปลาก็เป็นเพียงบริเวณ
มุมเล็กๆ ในบ้าน แต่เวลาที่ได้อยู่บ้านก็รู้สึกว่าจะอยู่แค่แถวๆ บริเวณนี้แหละนานที่สุด มีภาชนะสำหรับเลี้ยงปลาอยู่ 1 บ่อ
กับอีก 1 อ่างบัว รวมกับตู้ปลาใบเล็กๆ อีกไม่กี่ใบ แค่ที่พอจะดูแลไหวเท่านั้น  คิดเผื่อไว้ว่าถ้าอายุเลยวัยที่ไม่มีใครจ้างทำงาน
ถึงวันนนั้นหากเลี้ยงปลาเก่งๆ ได้ปลาดีๆ มีปลาสวยๆ บางทีอาจได้เป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมกันบ้าง
 
การนำปลาใหม่เข้าบ้าน :

หลักๆ ก็เน้นให้ความสำคัญกับการกักบริเวณ เพื่อรอดูอาการของปลาใหม่จนแน่ใจก่อน ไม่ได้ใช้ยาหรือสารเคมีใดๆ เข้ามาช่วย
ในการปรับสภาพปลา สำหรับปลาใหม่ที่เข้ามาในบ้าน ระยะหลังๆ มานี้ ก็จะน้อยครั้งมาก มีบ้างเพียงบางโอกาส ปลาที่ได้ก็มี
ทั้งจากการซื้อ และได้เปล่ามาจากคนที่รู้จักมักคุ้นกัน จากหลายๆ แหล่ง  ก็ไม่เคยซีเรียส ว่าปลาที่จะเลี้ยง ปลาที่จะเอาเข้าบ้านนั้น
จะต้องเป็นปลากำลังฮิตหรือปลาเก่าตกกระป๋อง ปลานอกหรือปลาใน ปลาแท้หรือปลาเทียม เห็นลักษณะของตัวหนึ่งตัวใดแล้วชอบ
เห็นแล้วถูกใจก็รับไว้หมด บางทีปลาที่บางคนมองว่าสวย แปลกใหม่ อนาคตมีราคา แต่ถ้าผมเห็นแล้วไม่ชอบไม่ถูกใจ ถึงเจ้าของ
บอกว่าจะให้ฟรีๆ เลย ก็ไม่รู้จะเอามาทำไม (มีบางครั้งคนที่จะให้ก็มองหน้าทำเคืองๆ เหมือนกัน)

       

รายละเอียดปลีกย่อย ก็ทำตามประมาณในกระทู้นี้ >>>  เบื่อแล้วปลาหางนกยูง  http://202.8.85.28/~sitthichai/forums/index.php?topic=816.0

น้ำและอากาศ :

หมั่นคอยดูแลเรื่องคุณภาพของน้ำ ทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือเพิ่มความถี่มากกว่านั้นในบางตู้
ปริมาณน้ำที่เปลี่ยนถ่ายก็กะตามอารมณ์ น้ำที่ใช้เติมเป็นน้ำประปาที่เปิดจากก๊อกผ่านเครื่องกรองน้ำอีกทีนึง  ส่วนเรื่องอากาศไม่ค่อย
จะเป็นปัญหา เนื่องจากบริเวณที่เลี้ยงมีด้านหนึ่งเปิดโล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องปั๊มลมทำหน้าที่ช่วยเพิ่มปริมาณ
ออกซิเจนในน้ำอีกทางหนึ่ง 

       

อาหาร :

การให้อาหารปลา ปกติจะให้อย่างน้อยวันละ 1 มื้อ แต่ถ้าวันไหนไม่รีบ หรืออยู่บ้านว่างๆ ก็จะมีจำนวนมื้อที่มากกว่านั้น อาหารที่ใช้
ก็มี อาทีเมียตัวอ่อน, อาทีเมียตัวเต็มวัย (ไรทะเล), อาหารเม็ดซากุระ (หรืออื่นๆ ตามแต่จะซื้อหรือมีคนให้มา), อาหารสำหรับกุ้ง
แบบเม็ดละเอียด นอกจากนี้ก็มีอาหารอื่นๆ ตามโอกาสเท่าที่จะพบเจอหรืออยากทดลอง

         - สำหรับลูกปลาแรกเกิดถึงประมาณ 10 วัน จะให้กินอาทีเมียตัวอ่อนเป็นหลัก ทั้ง 2 มื้อ (เช้า-เย็น) หรือสลับกับ
           อาหารเม็ดในมื้อถัดไป

         - สำหรับปลาอายุตั้งแต่ 10 วันขึ้นไป ก็จะให้กินอาทีเมียตัวเต็มวัยเป็นหลัก (มื้อเย็น) เสริมอาหารเม็ดบ้างถ้ามีเวลา

       

เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับอาหารปลา ก็มีประมาณในกระทู้นี้ >>>  เมนูอาหารสำหรับลูกรัก  http://202.8.85.28/~sitthichai/forums/index.php?topic=18.0

การรักษาโรค :

ที่บ้านตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาเรื่องโรคให้หนักใจ จึงไม่ต้องมีการใช้ยารักษาใดๆ (หรือแม้แต่ใส่เกลือ) จะเน้นให้ความสำคัญในการดูแล
เรื่องการให้อาหารและการรักษาคุณภาพน้ำเป็นหลัก จะหมั่นระวังสังเกตุอาการ หากพบว่าตัวใดตัวหนึ่งในตู้มีอาการที่ดูแล้วผิดปกติ
จะเพิ่มความถี่ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำ แล้วรอดูอาการของปลาทั้งตู้นั้นอยู่บ่อยๆ หรือถ้ามีปลาตัวใดที่ดูแล้วอาการยิ่งสาหัส ก็จะรีบตัก
แยกออกไปเลี้ยงไว้ในสปา (อ่างบัว) ทันที ก็มีทั้งปลาที่หายเองบ้าง ตายลงบ้าง ..ทั้งนี้ปลาที่มีอาการดูแล้วไม่ค่อยดี หรือเคยป่วย
ถึงแม้จะหายกลับมาเป็นปกติแล้ว ก็จะไม่นำมาเป็นพ่อ-แม่พันธุ์อีก ตัดปัญหาเรื่องโรคที่อาจจะถ่ายทอดสู่รุ่นต่อไป

การคัดเลือก การปรับปรุงพัฒนา และการรักษาสายพันธุ์ :

มาในระยะหลังนี้ หลังจากที่มีการลองผิดลองถูก ปรับสภาพและวิธีการเลี้ยงให้เป็นรูปแบบของตัวเราเองได้อย่างเหมาะสมลงตัว
กับตัวเองแล้ว เลี้ยงและดูแลปลาให้มีสภาพที่สมบูรณ์ แข็งแรงได้แล้ว ก็เริ่มที่จะสนใจกับการคัดเลือกปลา เพื่อการปรับปรุงพัฒนา
และการรักษาสายพันธุ์ที่ดี อย่างที่เห็นคนอื่นเค้าทำกันบ้าง ณ ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยพอใจกับผลงานที่ได้ซักเท่าไหร่ แต่ก็ตั้งใจว่าจะ
พยายามลองทำให้ดีไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้มีกรอบ (ไม่ชอบ) ไม่ได้รีบเร่ง รีบร้อน หรือซีเรียสว่าจะต้องให้ได้ผลดีถึงขั้นไหน ระดับไหน
จึงจะเป็นที่พอใจ แค่คิดว่าจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดเท่านั้นก็พอ ชอบที่จะทำเพราะความชอบเพราะความอยากที่จะทำซะมากกว่า

วิธีในการคัดเลือกปลานั้นก็ไม่ได้อิงมาตรฐานใดๆ ที่แน่ชัด อาศัยพิจารณาจากลักษณะเด่นต่างๆ ที่มองเห็นได้บนตัวปลานั้นๆ
สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะเด่นของปลาแต่ละสายพันธุ์ ก็ประมวลมาจากรูปปลาหรือบทความที่เคยเห็น อยู่ในหน้าเว็ปต่างๆ
รวมทั้งมาจากคำบอกเล่าของนักเลี้ยงมือเก่าๆ หรือเพื่อนที่คุ้นเคย แต่ก็มีปลาบางตัวที่ก็เลือกมาจากความที่เราดูแล้วรู้สึกว่าชอบ
และคิดว่าสวยในสายตาของเรา อยากได้อยากดึงเอาเสน่ห์ตรงนั้นของมันมา แล้วแต่กรณีไป

ขั้นตอนการคัดเลือกปลา จะเริ่มตั้งแต่เมื่อลูกปลามีขนาดโตขึ้นพอเริ่มจะสังเกตแยกเพศได้แล้ว ก็จะทำการแยกเลี้ยงระหว่างปลาตัวผู้
กับปลาตัวเมีย เพื่อป้องกันการผสมพันธุ์กันเอง (บางครั้งบางสายพันธุ์ก็ไม่ได้แยก) และเมื่อปลาโตพอที่จะเห็นรายละเอียดบนตัวปลา
ได้อย่างชัดเจนแล้ว เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว ก็จะทำการคัดเลือกอีกขั้นหนึ่ง โดยหลักๆ จะคัดแยกปลาออกเป็น 3 เกรด 

         1. ปลาแววดี (เห็นแล้วเข้าตา ดูแล้วน่าจะรุ่ง) ทั้งรูปร่างหน้าตา สีสันและขนาด จะคัดแยกทั้งตัวผู้และตัวเมียที่ดูดีที่สุดเอาไว้
             ประมาณ 1-3 คู่ (หรือมากกว่านั้น ถ้ามี) แยกเลี้ยงไว้คนละตู้กันบ้าง หรือรวมในตู้เดียวกันบ้าง แล้วแต่จะพิจารณา
             สำหรับเตรียมฟอร์มไว้เพื่อส่งเข้าประกวด ตามแต่โอกาสจะอำนวย ตามแต่จะมีเวลาว่างไปได้ ปลาชุดนี้จะได้รับการดูแล
             อย่างดี แบบ VIP. ทั้งเรื่องอาหารและน้ำ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมเพื่อขึ้นสู่เวทีประกวด ซึ่งต่างคนก็ต่างรูปแบบ
             ต่างวิธีกันไป นอกจากนี้ปลาชุดนี้ยังยกให้เป็นปลาพ่อ-แม่พันธุ์ ประเภท D1 ของบ้านอีกด้วย

         2. ปลาแววดี แต่ดูแล้วก็ยังเป็นรองลงมา  จะคัดไว้เป็นพ่อ-แม่พันธุ์มือรอง (จำนวนมากน้อยตามโอกาส) เผื่อสำรองเอาไว้
             สำหรับทำจำนวนเพื่อการคัดเลือก หรือเอาไว้ไขว้กับปลาในชุดแรกต่อไป

         3. ปาร์ตี้ ..ปลาที่แค่ดูได้ พอดูได้ หรือดูไม่ได้เลย ปลาชุดนี้น่าจะเป็นปลาที่มีความสุขและดูเป็นอิสระเสรี มีเพื่อนเยอะกว่า
             ปลาใน 2 ชุดแรกที่ถูกคัดไปก่อนหน้านี้แล้ว เพราะปลาชุดนี้จะถูกนำไปเลี้ยงรวมกับปลาสายพันธุ์อื่นๆ ที่ก็ถูกคัดแยก
             ออกมาเหมือนกัน โดยจะทำการแยกเลี้ยงตัวผู้และตัวเมียต่างหาก ในบ่อใหญ่ หรือตู้ใบใหญ่ เพื่อรอการส่งออก (นอกบ้าน)
             แจกจ่ายไปยังคนที่รู้จักหรือใครก็ตามแถวๆ นั้น ที่กำลังอยากได้ปลาไปเลี้ยงไว้ดูเล่นแบบธรรมดาๆ  แต่ถ้าช่วงนั้น
             ไม่มีใครต้องการ ก็เลี้ยงไว้ดูเองเล่นๆ เป็นปลาประดับบ่อกันไป

         
         
ทั้งหมดเท่าที่ทำๆ อยู่ เกี่ยวกับการเลี้ยงและดูแลปลาหางนกยูงทุกวันนี้ ก็มีอยู่ประมาณที่เล่ามานี้แหละครับ ไม่ได้มีเทคนิคอะไรเป็นพิเศษ
หรือผิดแผกแตกต่างไปจากท่านอื่นๆ มากนัก อีกอย่างตัวเองก็ยังเป็นคนเลี้ยงปลาฯ มือใหม่

..แต่บางทีปลาหางนกยูง ก็ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งที่เติมเต็มชีวิตประจำวันไปแล้วเหมือนกัน

       

       

Offline psean

  • Senior User
  • ***
  • Posts: 100
    • View Profile
ผมเพิ่งหัดเลี้ยงปลาหางนกยูงมาได้ 3 เดือน ตอนนี้รู้สึกเริ่มสบาย ๆ แล้ว ปลาไม่ตายแถมได้ลูกนับร้อยตัวแล้ว
เท่าที่สอบถามผู้ขายตามร้านต่าง ๆ และอ่านจากอินเตอร์เน็ต และคอลัมน์ที่ผู้มีความรู้ Post ไว้บ้าง เคล็บลับที่สรุปได้มีดังนี้
1) 3 วันอันตราย
2) 3 สัปดาห์แรก ปลายตาย
3) 4 สัปดาห์ วุ่นวาย
4) 6 สัปดาห์ เพิ่มค่าใช้จ่าย
5) 8 สัปดาห์ หายใจโล่งอก
6) 12 สัปดาห์ สบาย ๆ แล้วคร้าบบบบ

ขยายความนะครับ
1) 3 วันอันตราย คือ ห้ามให้อาหารปลา 3 วันแรกที่ได้ปลามาจากร้าน เพราะปลาต้องปรับตัวให้เข้ากับน้ำที่บ้านเราก่อน เรื่องนี้คือเกี่ยวกับ น้ำ ที่ใช้เลี้ยงปลา เหตุผลคือ น้ำที่เลี้ยงปลาที่ร้านไม่เหมือนกับน้ำที่บ้านเรา หากเราให้อาหารปลาจะตาย แล้วก็มักจะบอกกันว่า ปลาตายเพราะน้ำเน่า (ขอบอกว่า ไม่จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ มิฉะนั้นปลาหางนกยูงในอ่าวบัวคงตายหมดแล้ว ปลาหางนกยูงอยู่ในน้ำเน่าได้เพราะสามารถขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ และหากปลานั้นพัฒนาภูมิต้านทานขึ้นมาแล้ว) แต่ที่ปลาตายวันแรก ๆ เกิดจากการปรับตัวเข้ากับสภาพความเป็นกรด ด่าง ปริมาณอ๊อกซิเจน และความกระด้างของน้ำที่บ้านเราครับ โดยเฉพาะยี่งเรายัดเยียดให้กินอาหารแล้วล่ะก้อ อาหารไม่ย่อยแน่นอนครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราไปขั้วโลกเหนือในเดือนเมษายน เราจะป่วยตายครับ เพราะ เมษายนบ้านเราร้อนแทบตาย พอไปขั้วโลกเหนืออากาศหนาวมาก ลองใส่เสื้อภาพแบบอยู่เมืองไทยซิครับ ถ้าไม่ตายก็เจ๋งน่าดู เห็นภาพไม่ไหมครับ)

2) 3 สัปดาห์แรก ปลายตาย คือ ปลาตัวเข้าสู่ช่วงตั้งครรภ์แล้วครับ ในขณะที่เรามือใหม่ ใส่อาหารดีเพราะเห็นว่า เริ่มตั้งครรภ์ แต่ไม่ขยันเปลี่ยนน้ำ และไม่ระวังเรื่อง อาณาจักรฉัน ใครห้ามยุ่ง เรื่องนี้คือเกี่ยวกับ การให้อาหาร อุจจาระปลา โรคของปลา และปลาเริ่มวางอาณาจักร
สำหรับมือใหม่ ผมรักปลามาก ให้อาหารซะเพียบ ทั้ง ๆ ที่เขาบอกว่าให้มันกินให้หมดภายใน 5 - 10 นาที แต่ถ้าสังเกตุให้ดี จะมีปลาเริ่มวางอำนาจไล่กัดปลาอื่น เพราะหวงอาหาร (ปลาบางตัวกินไม่พอ หรือไม่ได้กิน) พอปลากินเสร็จปลาก็ถ่าย ปลาตัวกินอาหารไม่พอก็ลงไปกินเสร็จสกปรก เป็นโรคตาย สังเกตุดี ๆ ครับ ปลาที่ไม่ได้กินอาหารจะเริ่มหงอยและตายในที่สุด ตอนหลังพอปลาอึเสร็จก็เลยดูดอึปลาออกมาเลย ดีปลาไม่ตายแต่ปลาไม่มีภูมิคุ้มกันโรค จริงแล้วปลาอยู่ในน้ำอึของมันได้ แต่อย่าให้มันอึปลาตัวอื่นล่ะกัน บอกมันอย่ากินนะ มีตัวอย่างปลาป่วย เห็นปลาสองตัวนอนดิ้นพร่าด ๆ อยู่ก้นตู้ เลยแยกออกไปไว้ในอ่างใบใหญ่มาก เปลี่ยนน้ำใหม่ไห้หมด เอาสาหร่าย และไม้น้ำเพื่อเพิ่มอ๊อกซิเจน ตั้งไว้ใต้ต้นไม้ให้โดนแดดเช้า ใส่ยาแก้ค้นให้ ปรากฏว่า สองสัปดาห์ปลาหายป่วย มาจีบสาวในตู้ต่อไปเลย

3) 4 สัปดาห์ วุ่นวาย คือ ปลาเริ่มคลอดแล้ว ทำไม่เป็น ไม่รู้ทำไง ทำคลอดให้ปลายังไง หมอตำแยก็ไม่มี ปลาตายทั้งกลมบ้าง ปลาตายหลังคลอดบ้าง เรื่องนี้คือ สภาวะการคลอดของปลา สภาวะก่อนคลอด และสภาพร่างกายหลังคลอด (ปลาจะคลอดลูกในช่วงเวลาประมาณ 6:30 ถึง 11:30 สำหรับปลาที่บ้านนะครับ เกือบทุกตัวเลย) กรณีปลาตายทั้งกลมเพราะอั้นลูกไม่ยอมคลอด เท่าที่สังเกตุได้คือ เพราะความเครียด เพราะสภาพน้ำไม่ดี กรณีปลาตายหลังคลอด เท่าที่สังเกตุได้คือ เพราะสภาพน้ำมีความเป็นกรดมากเกิน 8.0 ph หรือเพราะปลาป่วยก่อนคลอดหลังคลอดจึงตาย (ตัวอย่างคือ ปลาตัวหนึ่งเป็นเกล็ดพอง พอคลอดลูก 40 ตัว แล้วก็ตายทันที สาธุ แม่ผู้มีพระคุณ)

4) 6 สัปดาห์ เพิ่มค่าใช้จ่าย คือ ลูกปลาที่คลอดมาตาย เรื่องนี้เกี่ยวกับการอนุบาลลูกปลา การให้อาหารลูกปลา ไม่รู้เหมือนกันจะให้เจ้าตัวเล็ก ๆ กินอะไร เขาบอกว่าลูกไรฝุ่น แต่จะไปหาซื้อทุกวันมันไม่ได้ จตุจักรเปิดกี่วันกัน ลูกไรนำมาก็ตายหมดก่อน กลุ้มใจมาก ไม่สามารถรักษาลูกปลาให้กับแม่ผู้เสียสละชีวิต ตอนนี้เหรอสบาย ได้สูตรทำให้ลูกไรอยู่นาน ก็แค่ใส่น้ำสีเขียวจากตู้ปลาที่ตะไคร้มันเกาะเพราะโดดแดดจัดลงไปทุกวัน หรือถ้าไม่ทันก็ เอาใบผักบุ้งจีนมาห่อผ้าบิดในกะละมังที่มีน้ำสะอาด บิดน้ำเขียวออกมาให้เยอะ จนใบผักบุ้งละเอียดเป็นผง แล้วก็เอาน้ำเขียวนั้นแหละไปให้ลูกไรทุกวัน ๆ

5) 8 สัปดาห์ หายใจโล่งอก คือ ปลาเริ่มชินกันน้ำที่บ้านจนมีภูมิต้านทาน รู้เวลาให้อาหาร รู้ว่าเราจะไปเยี่ยมกี่โมง ปลาไม่ตกใจเรา ลูกปลาเกิดใหม่มีลูกไร ถ่ายอึปลาหลังให้อาหาร เปลี่ยนน้ำ 25% ทุกสัปดาห์ โดยในน้ำแบบเดิม เริ่มโล่งอก (บางตู้ก็นานกว่านั้น เพราะต้องปล่อยให้ตะไคร้ขึ้นและน้ำมีสีขุ่นเพราะอึปลา จะได้ใช้น้ำนั้นไปให้ลูกไรฝุ่นไง จำได้ไหมครับ ตามที่บอกแล้วว่า น้ำเน่าไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ปลาตาย) ตอนนี้เหรอ นั่งมองปลาทุกวัน

6) 12 สัปดาห์ สบาย ๆ แล้วคร้าบบบบ คือ ตอนนี้กำลังลุ้นว่า ปลาตัวไหนจะเป็นผู้สืบทอด แต่ยังดูไม่เป็นต้องศึกษาจากทุกท่านต่อนะคร้าบบบบ

สาวัสดีคร้าบบบบ




rung

  • Guest