
Tetra Guppy | เต็ดตร้ากั๊ปปี้
เค้าชวนเชื่อไว้ว่า :
อาหารพิเศษสำหรับปลาหางนกยูงเป็น
อาหารสูตรสมดุลย์ที่ให้คุณค่าทางอาหาร
ตามความต้องการของปลาหางนกยูง
ครบถ้วนทุกประการ และไม่ทำให้น้ำขุ่น มีหลายขนาดให้เลือกใช้ : 100 ml, 250 ml, etc.
มีลักษณะเป็นแผ่นสีชมพูบางๆ กรอบๆ (ถ้าทางจะอร่อย แต่ไม่ชิมหรอก)
ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็นี่เลย
DescriptionTetra Guppy complete daily food specially formulated for guppies
and other livebearers such as platies, mollies and swordtails.
Contains natural colour enhancers to improve colouration.
Miniature flakes specially designed for the small mouths of guppies.
Flakes float for longer to allow fish to feed naturally from the surface.
Feeding Guide: It is recommended that you feed two or three times
a day as much as your fish will eat in a few minutes.
Specification Contains natural colour enhancers.
Miniature flakes specially designed for the small mouths of guppies.
Flakes float for longer to allow fish to feed naturally from the surface.
Contents: 30g
Protein: 47.5%
Oil: 8.0%
Fibre: 2.0%
Ash: 10.5%
Moisture: 6.0%
Vitamins: A, D3, E, L-ascorbyl-2-polyphosphate.

ใหนๆ ก็คุยกันถึงเรื่องอาหารการกินแล้ว ทีนี้เราลองมาดูเพิ่มเติม
เกี่ยวกับอาหารปลา ทั้งที่ยังไม่ได้พูดถึง หรือบางอย่างได้พูดถึงไปบ้างแล้ว
ซึ่งจากหลายๆ ตำราบอกไว้ว่าสามารถให้เลี้ยงปลาของเราได้เหมือนกัน
จะได้รู้ไว้พอเป็นข้อมูลคร่าวๆ ดังนี้
(คุยกันแบบเป็นกลางๆ ประมาณว่าเปิดใจรับรู้ข้อมูลไว้ก่อนสำหรับบางคนที่ยังไม่รู้
ว่าเหล่านี้เป็นอาหารที่ปลาของเราสามารถกินได้ ส่วนเรื่องคุณภาพจะดีมาก ดีน้อย
เหมาะสมหรือไม่อย่างไร ปลาชอบหรือไม่ชอบ คงต้องไปพิสูจน์เอาเอง..
แล้วแต่จะลองครับ ทุกอย่างควรเน้นเรื่องความสะดวกและความสะอาดเอาไว้ก่อนเป็นดี)
-----------------------------------------------อันนี้เป็นสูตรของสมาชิก TGC คนหนึ่งที่เคยให้ไว้เมื่อนานมาแล้ว
(ขอไม่เอ่ยชื่อก็แล้วกันครับ จำได้ลางๆ กลัวผิดคน) ซึ่งเค้าจะให้อาหาร 2 อย่าง
รวมในมื้อเดียวกันเลย เช่น อาร์ทีเมีย กับไส้เดือน หรือ ไข่ตุ๋น กับไรจืด
โดยช่วงที่จะให้ปลากิน ก็จะดูดเศษอาหารเก่าออกก่อน แล้วเติมน้ำให้ได้ระดับเดิม
ถ้ามีอาหาร 2 อย่าง เช่น อาร์ทีเมียกับไส้เดือน ก็เปิดฉากล่อด้วยไส้เดือนฝอยก่อน
ทิ้งเวลาซักพักพอหมดแล้วต่อด้วยอาร์ทีเมียเลย หรือถ้าเป็น ไข่ตุ๋น กับไรจืด
ก็เริ่มด้วยไข่ตุ๋นก่อน แล้วซักพักต่อด้วยไรจืดเลย
หมายเหตุ
- ไข่ตุ๋นจะใส่วิตามินหรือน้ำมันตับปลาหรืออื่นๆ เมื่อทำเสร็จแล้วเอาไปปั่น
ในเครื่องปั่นอีกครั้ง แล้วจึงดูดใส่หลอดฉีดยาเหมือนป้อนลูกนก จะได้เป็น
หยดๆ ออกมา อีกอย่างก็เป็นการกันน้ำขุ่นด้วย
- ไรจืด ช้อนตัวที่เป็นเป็น แช่ในด่างทับทิมละลายน้ำ หรือแช่ในฟอร์มรินเจือจาง
ในน้ำ 1-2 นาที ก่อนให้ปลากิน
-----------------------------------------------ส่วนอันนี้เป็นข้อมูลที่เป็นแนววิชาการหน่อย ก็ว่าไว้ประมาณนี้ครับ
(ลอกของเค้ามาเก็บไว้เยอะครับ เลยชักจะจำไม่ได้ว่าเอามาจากไหนบ้าง)
คุณค่าทางโภชนาการที่ปลาต้องการ คือ
โปรตีน เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายความต้องการโปรตีนของปลานั้น
เพื่อนำมาใช้ในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างเนื้อเยื่อใหม่เพื่อการเจริญเติบโต
ปลาที่อยู่ในเขตอบอุ่นมีอากาศค่อนข้างจะหนาวเย็นมีความต้องการโปรตีนอยู่ในช่วง
36-60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปลาที่อยู่ในเขตร้อนมีความต้องการโปรตีน 24-55 เปอร์เซ็นต์
คาร์โบไฮเดรต สารอาหารชนิดนี้เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานที่นับได้ว่ามีราคาถูกที่สุด ในอาหาร
ประเภทที่ให้พลังงานด้วยกันจะอยู่ในรูปของแป้งและน้ำตาล แป้งหากมีในปริมาณมาก
อาจจะมีอันตรายได้ อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาสวยงามนั้นควรจะมีระดับของคาร์โบไฮเดรต
ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ และระดับของน้ำตาลในเนื้ออาหารควรต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์
ปลาจึงจะนำไปใช้ได้โดยเกิดประโยชน์ไม่เกิดโทษ
ไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูงกว่าสารอาหารชนิดอื่นๆ อย่างน้อยจะให้เป็นหลังงาน
เป็น 2 เท่าของคาร์โบไฮเดรต ในปริมาณที่เท่ากัน โดยส่วนใหญ่แล้วไขมันจะถูกเก็บ
สะสมไว้ภายในร่างกายและจะนำมาใช้เมื่อยามขาดแคลน โดยปกติแล้วอาหารที่ให้ปลา
สวยงามจะมีสารอาหารชนิดนี้ไม่มากนัก
วิตามิน สารอาหารชนิดนี้ไม่ได้มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอกับร่างกาย ไม่เป็น
สารอาหารที่ทำให้เกิดพลังงาน แต่มีส่วนช่วยในการย่อยอาหารชนิดต่างๆ ให้ดีขึ้น
ทำให้ระบบต่าง ดำเนินไปอย่างเป็นปกติ ถึงแม้วิตามินจะไม่ได้เป็นสารอาหารสำคัญ
แต่ร่างกายของปลาก็ขาดไม่ได้ หากขาดวิตามินจะทำให้ปลาป่วยเป็นโรค
เกลือแร่ เป็นสารอาหารที่ควบคุมกิจกรรมต่างๆ ในร่างกาย ให้ดำเนินไปได้อย่างปกติสุข
ในอาหารเม็ดมีส่วนช่วยในการปรับแต่งรสชาติของอาหารให้ดีขึ้นอีกด้วย
อาหารที่ใช้ในการเลี้ยงปลาหากจะแบ่งชนิดแล้ว สามารถที่จะกล่าวได้หลายประเภท
ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเราจะให้ข้อกำหนดใดในการแบ่งเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ ในที่นี้
ขอแบ่งอาหารที่ใช้ในการเลี้ยงปลาเป็น 2 ประเภท คือ อาหารสำเร็จรูปและ
อาหารธรรมชาติ
อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแห้งที่ผลิตได้จากวัตถุดิบต่างๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ปลาเล็กๆ
ถั่วเหลือง หรือปลายข้าว นอกจากนี้ยังมีสารประกอบบางชนิดที่ใส่เพื่อการเร่งสี เร่งโต
ทำให้อาหารเหล่านี้ค่อนข้างได้รับความนิยม มีผู้ผลิตออกมาจำหน่ายมากมายหลายชนิด
ดังนี้
1. อาหารชนิดเม็ดจมน้ำ นิยมใช้กับผลาที่หากินที่พื้นตู้
2. อาหารชนิดเม็ดลอยน้ำ โดยส่วนมากผู้เลี้ยงปลาสวยงามนิยมที่จะให้อาหารชนิดนี้
3. อาหารเกล็ด เป็นอาหารสำเร็จรูปที่ทำเป็นแผ่นขนาดเท่ากับเกล็ดปลาง่ายต่อการใช้
4. อาหารชนิดผง อาหารชนิดนี้เหมาะในการเลี้ยงลูกปลาวัยอ่อน ผลิตจากสาหร่าย
เกลียวทอง
ในการเลือกซื้ออาหารเหล่านี้ควรเลือกอาหารที่มีฉลากปิดข้างซองและบอกปริมาณของ
โปรตีนไว้สูงๆ ซึ่งปริมาณของโปรตีนนี้ไม่ควรต่ำกว่า 32 เปอร์เซ็นต์ อาหารที่มีปริมาณ
ของโปรตีนสูงจะมีกลิ่นหอมมาก นอกจากนี้ควรเลือกอาหารให้ถูกกับชนิดของปลา
โดยส่วนใหญ่แล้วอาหารชนิดเม็ดลอยน้ำเป็นที่นิยมใช้กันมากในหมู่ผู้เลี้ยงปลา เพราะเมื่อ
เวลาให้อาหารปลาเหลืออาหารนี้ก็ยังคงลอยน้ำอยู่ สามารถช้อนออกทิ้งได้ไม่ทำให้น้ำเน่าเสีย
ได้ง่ายกว่า
อาหารธรรมชาติอาหารธรรมชาติ หมายถึงอาหารที่มีชีวิต สามารถที่จะแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ
1. สัตว์จำพวกกุ้ง ปู อินฟิวซอเรีย ไรแดง ไรสีน้ำตาล
2. สัตว์จำพวกตัวอ่อนของแมลง ได้แก่ ลูกน้ำ หนอนแดง
3. สัตว์จำพวกหนอน ได้แก่ ไส้เดือน
อินฟิวซอเรีย เป็นกลุ่มของสัตว์ที่มีขนาดเล็กไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า จัดไว้เป็นสัตว์เซลล์เดียว
หรือพืชเซลล์เดียว นิยมที่จะให้อินฟิวซอเรียกับพวกลูกปลาวัยอ่อนเช่น ปลาทอง จัดว่าเป็น
อาหารที่ดีมาก เพราะปลาในวัยอ่อนมีขนาดปากที่เล็กยังไม่สามารถกินอาหารที่มีขนาดใหญ่ได้
วิธีการเพาะอินฟิวซอเรีย นั้น สามารถทำได้โดยใช้น้ำในร่องสวนหรือน้ำที่มีอยู่ในตู่ปลา
น้ำเหล่านี้จะมีแบคทีเรียอยู่เป็นจำนวนมากมาใส่ในภาชนะ ตั้งไว้ในที่สงบ ร่มรื่น หั่นผัก
ใส่ลงไปทิ้งไว้ 2-3 วัน จะเห็นน้ำเป็นเหมือนฝุ่นขาวๆ ลอยอยู่ในน้ำมากมาย นั่นแสดงว่า
เกิดอินฟิวซอเรียขึ้นแล้ว สามารถนำไปให้ลูกปลาวัยอ่อนกินได้
ไรสีน้ำตาล หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า อาร์ทีเมีย เป็นสัตว์น้ำเค็มที่มีลักษณะคล้ายกุ้ง มีลำตัวค่อนข้าง
ยาว เมื่อฟักออกจากไข่จะมีความยาวประมาณ 4.5 มิลลิเมตร สามารถที่จะนำไปใช้กับ
ลูกปลาและลูกกุ้งในวัยอ่อนได้ดี ในปัจจุบันนี้การเพาะอาร์ทีเมียสามารถกระทำได้โดยง่าย
โดยซื้อไข่ที่เก็บไว้ในกระป๋องมาทำการเพาะฟักซึ่งได้ผลดี
วิธีการเพาะอาร์ทีเมีย ให้ใช้ไข่อาร์ทีเมียจำนวน 5 กรัมใส่ในน้ำที่มีความเค็ม 25-30 ส่วน
ในพันส่วน (น้ำทะเล) ให้อากาศและตั้งทิ้งไว้ในที่มีแสดงสว่างประมาณ 1-2 วัน ไข่อาร์ทีเมีย
จะฟักออกเป็นตัว นำไปให้ปลากินเป็นอาหารได้
ลูกน้ำ เป็นตัวอ่อนของยุง ในสภาพของธรรมชาติแล้วจะพบลูกน้ำโดยทั่วๆ ไป ในแหล่งน้ำทิ้ง
บริเวณที่มีน้ำขัง ลูกน้ำจะเกิดจากยุงตัวเมียวางไข่บนผิวน้ำ ไข่ของยุงเป็นรูปทรงกระบอก
มีปลายแหลมอยู่ด้านหนึ่ง ลอยเป็นแพอยู่มีเป็นจำนวนมาก เมื่อไข่ฟักเป็นตัวจะเห็นเป็นตัว
สีน้ำตาลเทาและดำในที่สุด
วิธีการเพาะลูกน้ำ ใช้ภาชนะปากกว้างใส่น้ำลงไปประมาณ 30-50 เซนติเมตร ใส่หญ้าหรือ
ปุ๋ยคอกลงไป ตั้งทิ้งไว้ในที่สงบ ไม่ถูกแสงแดด ประมาณ 2-3 วัน จะมีตัวอ่อนของยุงเกิดขึ้น
ไรแดง ไรแดงเป็นสัตว์น้ำเล็กๆ มีลำตัวเป็นข้อและปล้องขนาด 0.4-1.8 มิลลิเมตร ลำตัวมีสีแดงเรื่อๆ
หากอยู่รวมกันมากๆ จะเห็นได้ชัดเจน ไรแดงมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ไรแดงเมื่อทำให้แห้ง
พบว่ามีโปรตีนสูงถึง 73.92 เปอร์เซ็นต์ นิยมที่จะให้ไรแดงกับปลาวัยอ่อน
วิธีเพาะไรแดง ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างการเพาะไรแดงในบ่อซีเมนต์ขนาด 50 ตารางเมตร
ใช้รำ 2 กิโลกรัม ปลาป่น 1 กิโลกรัม กากถั่วลิสง 1 กิโลกรัม และปุ๋ยวิทยาศาสตร์สูตร 15-15-15
จำนวน 200 กรัม ใส่น้ำในบ่อจนได้ระดับ 50 เซนติเมตร หมักอาหารในบ่อเป็นเวลา 20 ชั่วโมง
ใส่เชื้อไรแดงประมาณ 250 กรัมจะสามารถเก็บเกี่ยวไรแดงได้ในวันที่ 6 หรือ 7 ได้ทุกวันเป็นเวลา
15 วัน แล้วปริมาณของไรแดงจะน้อยลงเนื่องจากอาหารไม่พอควรล้างบ่อแล้วทำการเพาะใหม่
หนอนแดง เป็นตัวอ่อนของรินน้ำจืด มีรูปร่างคล้ายกับยุงแต่มีขายาว เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 2
เซนติเมตร หนอนแดงสด จะประกอบด้วยโปรตีนร้อยละ 5.29 ไขมันร้อยละ 1.20 คาร์โบไฮเดรต
ร้อยละ 1.22 และเถ้าร้อยละ 0.89 โดยวิเคราะห์ได้ส่วนประกอบของฟอสฟอรัส ร้อยละ 0.06
ให้พลังงานสูงถึง 495.51 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม
หนอนแดงสามารถหาได้จากแหล่งธรรมชาติ หรือจะเพาะเลี้ยงก็ได้โดยการรู้จักประยุกต์
การเลียนแบบธรรมชาติ และคำนึงถึงหลักการ ดังนี้
1. อาหารอุดมสมบูรณ์ นั่นคืออุดมด้วยอินทรียวัตถุที่เน่าสลายแล้ว อินทรียวัตถุที่เน่าสลายนี้
จะส่งกลิ่นเรียกรินน้ำให้มาวางไข่ และเศษอินทรียวัตถุที่เน่าสลายในน้ำก็จะเป็นวัตถุดิบ
ในการสร้างปลอกให้หนอนแดงด้วย
2. สภาวะแวดล้อมเหมาะสม จากลักษณะนิสัยของรินน้ำจืดที่ชอบวางไข่ในที่ลมสงบ
บ่อผลิตหนอนแดงจึงต้องสร้างสภาวะแวดล้อมเลียนแบบธรรมชาติให้เกิดบริเวณ
ลมสงบโดยการทำที่บังลม
3. ปราศจากศัตรู หนอนแดงเป็นอาหารธรรมชาติที่ดีมาก ดังนั้นจึงมีสัตว์หลายชนิด
ที่ชอบกินหนอนแดง เช่น ลูกกบ ลูกเขียด ลูกปลา ฯลฯ เพราะฉะนั้นการป้องกันและ
กำจัดศัตรูหนอนแดงก็ถือเป็นหัวใจสำคัญเช่นกัน
4. ให้มีน้ำไหลเวียนผ่านถังเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอเพื่อขจัดปัญหาเรื่องที่มีหนอนแดงหนาแน่นเกินไป