เฉลยคำตอบค่ะ
ตอนที่ 2. ความรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบและขั้นตอนการส่งออก
คำชี้แจง โปรดตอบความรู้และความเข้าใจของท่าน ว่าข้อความต่อไปนี้ ถูก หรือ ผิด
โดยทำเครื่องหมาย / หรือ X ลงในช่องว่างที่กำหนด
การขอใบอนุญาตสินค้าสัตว์น้ำ
..../.....1. ผู้ส่งออกต้องยื่นขอใบอนุญาตในการประมงค้าขายสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำและอุตสาหกรรมสัตว์น้ำโดยยื่นคำขอที่ ส่วนอนุญาตและจัดการประมง สำนักบริหารจัดการด้านการประมง กรมประมง หรือที่สำนักงานประมงทุกจังหวัด
....x....2. การยื่นขอใบอนุญาตค้าสินค้าสัตว์น้ำผู้ขอต้องเสียค่าธรรมเนียม 300 บาท/ฉบับ
.../..3. จะได้รับใบอนุญาตหลังจากยื่นขอประมาณ 1 วันทำการ
../.....4. ใบอนุญาตมีอายุใช้งานได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่ออกใบอนุญาตค้าสินค้า
การขอใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ
.../....1. ผู้ประกอบธุรกิจปลาสวยงามสามารถยื่นขอใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำได้ที่สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมงพร้อมบัญชีรายละเอียดของสัตว์น้ำที่จะส่งออก
.../....2. ตัวอย่างปลาที่จะทำการส่งออกประมาณ 5-10 % และรายละเอียดของสัตว์น้ำที่ส่งออกไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติการส่งออกไปและการเข้ามาในราชอาณาจักร
.../....3. ผู้ที่มายื่นขอใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ สามารถรับใบอนุญาตหลังจากยื่นคำขอประมาณ 2วัน
...x....4. ใบรับรอบสุขภาพสัตว์น้ำจะมีอายุการใช้งาน 14 วัน
ตอนที่ 3. ความต้องการความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานของปลาหางนกยูง
ของกลุ่มผู้เปิดรับสารสนเทศทางเวปไซต์
คำชี้แจง โปรดตอบความรู้และความเข้าใจของท่าน ว่าข้อความต่อไปนี้ ถูก หรือ ผิด
โดยทำเครื่องหมาย / หรือ X ลงในช่องว่างที่กำหนด
สุขภาพอนามัยฟาร์ม
..../....1. ฟาร์มควรมีบ่อพักระบบกรองน้ำ และระบบบำบัดน้ำใช้แล้วแยกกันชัดเจน
.../..2. สภาพภายในฟาร์ม ทางเดิน ทางระบายน้ำ ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ตู้ปลาหรือบ่อปลา ระบบให้อากาศ ระบบบ่อพักน้ำระบบกรองน้ำ มีการรักษาความสะอาด และบำรุงรักษาเป็นอย่างดี
...x....3. ฟาร์มไม่จำเป็นต้องมีระบบการเก็บข้อมูล ชนิด และจำนวนของสัตว์น้ำที่มีอยู่ในฟาร์ม ตลอดจนบันทึก วัน และสถานที่ที่ซื้อสัตว์น้ำเข้ามาในฟาร์ม
...x.....4. ฟาร์มไม่จำเป็นต้องมีระบบบันทึก ลักษณะอาการป่วย การตายของปลา ประวัติการใช้ยา และสารเคมีในการรักษาในกรณีที่พบโรคชนิดใหม่ที่รักษาไม่หาย จะต้องส่งตรวจโรคที่คลินิกโรคสัตว์น้ำ เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง
...x....5. ฟาร์มไม่จำเป็นต้องแยกชนิดของสัตว์น้ำที่จับมาจากธรรมชาติและการเพาะเลี้ยงออกจากกัน หรือแยกสัตว์น้ำที่นำเข้ามาแต่ละครั้งไม่ให้ปะปนกัน
.../....6. ปลาที่อยู่ในฟาร์มไม่เคยป่วยเป็นโรคติดต่อร้ายแรงในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา
../.....7. การเลี้ยงปลาในฟาร์มปลาส่งออก จะต้องไม่ใช้อาหารที่มีส่วนประกอบจากของเสียของมนุษย์หรือสัตว์
.../....8. ระบบน้ำที่ใช้ภายในฟาร์มจะต้องใสสะอาดและมีคุณภาพใกล้เคียงกับน้ำดื่ม เช่น น้ำประปา หรือน้ำบาดาลที่ผ่านการกรอง และฆ่าเชื้อแล้ว
...../.....9. ชนิดของปลาที่อยู่ในฟาร์มหรือปลาที่จะส่งออก จะต้องไม่เป็นชนิดปลาต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติประมง และพระราชบัญญัติสัตว์สงวนและคุ้มครอง
.......x..10. ปลาต้องได้รับการแช่สารเคมี ก่อนการส่งออกอย่างน้อย 14 วัน เพื่อกำจัดปรสิตต่าง ๆ ที่เกาะตามผิว ตัว และเหงือก เช่น สารฟอร์มาลิน ดิพเทอร์เร็กซ์ หรือเกลือ
…/…11. บริเวณที่บรรจุปลาเพื่อการส่งออกต้องสะอาด และควรแยกจากพื้นที่พักปลา
…/…12. ภาชนะที่ใช้ในการบรรจุ เพื่อการขนส่งจะต้องเป็นของใหม่
…x…13. เจ้าหน้าที่กรมประมงจะทำการตรวจสุขภาพอนามัยฟาร์มและสุ่มตัวอย่างปลา มาทำการตรวจวินิจฉัยเชื้อโรค ประมาณ 10-14 ครั้งต่อปี
การบริหารจัดการงานฟาร์ม
..../.......1. ผู้ส่งออกจะต้องมีบ่อ ถัง หรือตู้ปลาเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะใช้ในการรวบรวมปลาก่อนส่งออกและยังใช้เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าปลอดโรคก่อนส่งออกด้วย
....../.....2. การบรรจุปลา พื้นที่บรรจุปลาแยกจากพื้นที่พักปลาและปลอดจากเชื้อโรคหรือปรสิต ควรอยู่ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ และภาชนะต้องสะอาด
......../...3. การให้อาหาร ถ้าเป็นอาหารมีชีวิต จำพวก ลูกน้ำ หนอนแดง ไรแดงน้ำจืด ก่อนนำมาใช้ต้องมีการฆ่าเชื้อ
......../...4. การกำจัดและทำลายปลาที่เป็นโรค หากพบว่าปลาที่เลี้ยงเป็นโรคระบาดร้ายแรง ต้องทำลายด้วยการฝังหรือเผา
......../...5. ต้องตรวจวัดคุณภาพน้ำสม่ำเสมอทุกสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ต่อครั้ง จะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการเลี้ยง
........x...6. ปลาที่ถูกส่งมาถึงบริษัทจะถูกพักไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง จากนั้นพนักงานจึงทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำและเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่
การขนส่ง
........../..1. รถที่ใช้ในการขนส่งมักเป็นรถตู้ทึบปรับอากาศ เพื่อควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่งและเพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นได้
........../..2. ลูกค้าผู้ซื้อและผู้ส่งออกมีข้อตกลงว่า เมื่อปลาถูกส่งไปยังผู้ซื้อปลายทางแล้วหากไม่มีการรายงานความเสียหายใดๆ จากผู้ซื้อภายใน 24 ชั่วโมง ถือว่าสิ้นสุดความรับผิดชอบของผู้ส่งออก ความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบเอง
........../...3. ผู้ซื้อยังยินยอมให้ความเสียหายระหว่างการขนส่งได้ 5% ยกเว้นในกรณีที่มีความสูญเสียเนื่องจากความล่าช้าใดๆ ที่เกิดจากการขนส่งไม่ว่าจะเป็นปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง การส่งผิดประเทศหรือปัญหาอื่นใดที่ไม่ได้เกิดจากผู้ส่งออกเป็นผู้กระทำ และมีหนังสือรับรองจากหัวหน้าคลังสินค้าสนามบินอย่างเป็นทางการในความล่าช้าดังกล่าว บริษัทผู้ส่งออกจึงจะยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น 50%
บรรจุภัณฑ์
....../......1. ภายในถุงที่บรรจุปลานั้นจะมีปลาหางนกยูงถุงละ 150 ตัว/น้ำ 2 ลิตร แยกเพศตามที่ลูกค้าสั่งซื้อ และใช้น้ำประปาปราศจากคลอรีนผสมยาปฏิชีวนะชนิดออกซิเททร้าซัยคลิน อะคริฟลาวินหรือที่บางครั้งเรียกว่ายาเหลืองและโซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือแกง
....../.......2. ปลาสวยงามที่ส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ จะถูกบรรจุลงในถุงพลาสติก (Polystyrene) ซึ่งเติมออกซิเจนบริสุทธิ์(ปริมาตรไม่เกิน 60-70%) และบรรจุน้ำไม่เกิน 1 ใน 3 ของถุง จากนั้นใช้เครื่องจักรทำการหนีบปากถุง
....../.......3. กล่องที่ใช้มี 2 ประเภท คือกล่องโฟมและกล่องกระดาษ
....../.......4. ขนาดกล่องที่ใช้ มีขนาด 426030 เซนติเมตร และขนาด 38 4938 เซนติเมตร กล่องทั้ง 2 ขนาดสามารถบรรจุได้อย่างน้อย 4 ถุง ส่วนด้านนอกของกล่องต้องติดป้าย “ตั้งตามลูกศร” และป้าย “สัตว์มีชีวิต/AVI” “อุณหภูมิ 75 F” ให้มองเห็นได้ชัดเจน
....../.......5. การบรรจุน้ำแข็งควรบรรจุระหว่างถุงพลาสติกชั้นที่1 และชั้นที่2 เท่านั้น ใช้เฉพาะในการส่งออกไปยังประเทศที่มีอุณหภูมิต่ำ เพื่อเป็นการปรับสภาพความคุ้นเคยให้กับปลาหางนกยูง
การตรวจสุขภาพ
....../......1. ปลาหางนกยูงที่ส่งออกต้องมีสีสัน สดใสงดงาม
......./.....2. ลักษณะของแพนหาง มีความสวยงามและสมบูรณ์
......./.....3. ปลาหางนกยูงที่มีครีบแหว่ง ไม่สมควรที่ส่งออกไปจำหน่าย
......./.....4. หากมีปลาหางนกยูงตายเพียง 1 ตัว ในขณะเตรียมส่งออก ไม่ควรนำไปจำหน่าย
......./.....5. ลำตัวของปลาหางนกยูง ต้องไม่มีจุดด่างหรือจุดขาว