Author Topic: การเลี้ยงปลาหางนกยูงเพื่อความสวยงามและทำเป็นอาชีพเสริม  (Read 1703 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline JK

  • Senior User
  • ***
  • Posts: 156
  • Gender: Male
    • View Profile
[อ้างอิงจากกระทู้ในเว็บ JKGuppy ของผมเอง]
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กระทู้นี้ผมขอเขียนขึ้นจากประสบการณ์เพื่อเป็นข้อมูลแชร์ให้นะครับ ผิดถูกอย่างไร พี่ๆ เพื่อนๆ ช่วยเสริมได้ครับ

แนะนำให้เริ่มต้นจาก 1-2 สายพันธุ์ก็พอครับ ส่วนจะสายพันธุ์อะไรนั้น เลือกสายพันธุ์ที่ชอบก็ได้ครับ สายพันธุ์ที่คนนิยมก็มีพวก full red/red albino/full black/blue grass ฯลฯ ครับ

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมนะครับ (สำหรับ 1 สายพันธ์)
1. ตู้ขนาด 18 นิ้ว 1 ตู้ ไว้ลงพ่อแม่พันธ์ ราคาประมาณ 120 บาท (ลงได้ 2-3 คู่)
2. ตู้ขนาด 18 นิ้ว 2-3 ตู้ตามจำนวนแม่พันธุ์ ไว้เลี้ยงลูกปลาวัย 1 เดือนขึ้นไป
3. กะละมังขนาด 30 ซม. ไว้อนุบาลลูกปลา 2-3 ใบตามจำนวนแม่พันธุ์ ราคาใบละ 20 บาท
3. สายยาง + หัวทราย + ตัวปรับลม + กรองฟองน้ำ 3 อัน + แอร์ปั๊ม 2 ทาง ราคารวม 200 บาท
4. เกลือเม็ด 1 ถุง ราคาประมาณ 10 บาท
5. พ่อแม่พันธุ์ ราคา XXX บาท (อันนี้แล้วแต่พันธุ์ที่คุณเลือก)

เงินลงทุนเริ่มต้น คิดกรณีลงปลา 2 คู่
- ตู้ 18 นิ้ว 3 ใบ 360 บาท (1 ใบลงพ่อแม่/ 2 ใบเลี้ยงลูกปลา 1 เดือนขึ้นไป )
- กะละมัง 2 ใบ 40 บาท
- อุปกรณ์สายยาง+แอร์ปั๊ม 200 บาท
- เกลือ 10 บาท
รวมทั้งสิ้น 610+XXX บาท (XXX = ราคาพ่อแม่พันธุ์)

การเลี้ยง
1. นำพ่อแม่พันธุ์ลงในตู้ ให้อาหารวันละ 2 ครั้ง อาหารควรให้เป็น ไส้เดือนน้ำ(ผมใช้ตัวนี้แต่ต้องล้างให้สะอาดนะครับ) / หนอนแดง / ไรแดง
2. สังเกตุว่า ตัวผู้ไล่ผสมพันธุ์กับตัวเมียหรือไม่ ปกติแล้ว ไม่เกิน 7-10 วันก็จะเห็นครับ
3. เมื่อตัวเมียท้อง สังเกตที่ท้องปลาจะใหญ่ขึ้น แล้วจะเห็นสีดำที่ท้อง (ถ้าเป็นปลาตาดำ) หรือ สีแดงที่ท้องของปลา (ถ้าเป็นปลาตาแดง) แสดงว่าปลาท้องแล้ว
4. เมื่อเห็นตัวเมียท้องแล้ว ปล่อยให้อยู่กับตัวผู้ในตู้อีกสัก 2-4 วัน แล้วจึงทำการแยกตัวเมียออก
5. การแยกตัวเมียที่ท้องออก สังเกตุที่ปลาอ้วนมากแล้ว หรือตัวเมีย พยายามแยกตัวไปอยู่ตัวเดียว แล้วจะค่อยไล่กัดทุกตัวที่เข้ามา แสดงว่า มันใกล้คลอดแล้ว ให้แยกออกมาที่กะละมังที่เตรียมไว้
6. เมื่อแยกตัวเมียออกมาที่กะละมังแล้ว ให้หาตระกร้าเล็กๆ มาครอบตัวเมียไว้ (ใช้ตระกร้าขนมจีนก็ได้ครับ) เพื่อป้องกันตัวเมียกระโดด และใส่หัวทรายให้ออกซิเจนกับแม่ปลา ให้อาหารตามปกติ และพยายาม
    ดูดอาหารที่เหลือและขี้ปลาออกทุกวัน โดยเปลี่ยนน้ำ 20-30% ทุกวัน ทำอย่างนี้ไม่เกิน 7 วัน ปลาจะคลอดครับ
7. เมื่อปลาคลอด ลูกปลาจะว่ายออกมาตามรูของตะกร้าที่ครอบตัวเมียไว้ จะทำให้ลูกปลาไม่ถูกกินครับ เมื่อลูกปลาคลอดออกมา (มักคลอดในช่วงเช้าครับ) ให้สังเกตุดูท้องของแม่ปลาว่าแฟบหรือยังหรือ
    ปล่อยให้คลอด 1 คืนก็ได้ครับ
8. เมื่อแม่ปลาคลอดลูกปลาหมดแล้ว ให้นำแม่ปลาที่คลอดแล้ว ไปพักฟื้นในกระป๋องเล็ก ๆ (หาได้เองครับไม่ต้องซื้อ) สัก 1-2 วัน ให้อาหารวันละ 1 มื้อพอครับ หลังจากนั้นค่อยนำแม่ปลากลับไปเลี้ยงยังตู้พ่อแม่พันธุ์

การอนุบาลลูกปลา
1. หลังจากนำแม่พันธุ์ที่คลอดลูกแล้วแยกออกไปจากกะละมัง จะเห็นลูกปลาประมาณ 30-50 ตัว (ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของแม่พันธุ์) ใน 1-2 วันแรกนั้น ไม่ต้องให้อาหารครับ
    ให้ถ่ายน้ำดูดขี้ปลาออก 10% แล้วเติมน้ำลงไปก็พอครับ
2. วันที่ 3 เริ่มให้ไรแดงครับ ลูกปลาจะเริ่มกินให้ทีละน้อย ไม่ต้องมาก แต่ให้บ่อยๆ ปลาจะโตไว้ครับ และเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวันโดยดูดขี้ปลาออกแล้วเติมน้ำใหม่
3. วันที่ 14 ปลาจะโตประมาณ 1-1.5 ซม เปลี่ยนอาหารเป็นไส้เดือนน้ำครับ หรือจะยังคงให้ไรแดงก็ได้ครับ
4. เมื่อครบ 30 วัน ปลาจะประมาณ 1.5-2 ซม. สามารถเลี้ยงในกะละมังได้ต่อไปหรือจะย้ายไปเลี้ยงในตู้ 18 นิ้วก็ได้ครับ
5. เมือครบ 45 วัน จะสามารถแยกเพศของลูกปลาได้ครับ ตัวผู้สีสันจะเริ่มขึ้นครับให้ทำการแยกตัวผู้และตัวเมียไว้คนละตู้ครับ ถ้าจำนวนตู้ยังพอ แต่ถ้าไม่พอ อาจจะหากะละมังขนาด 40-60 ซม แทนได้ครับ
    แยกเลี้ยงลูกปลาไปจนอายุได้ประมาณ 2.5 เดือน ก็สามารถขายได้แล้วครับ


ลองดูแล้วกันนะครับ เป็นวิธีการเลี้ยงคร่าวๆ ครับ
สำหรับเรื่องตลาดนั้น อันนี้คงต้องช่วยกันหาน่ะครับ ส่วนใหญ่ก็ขายกันในเว็บนี้ล่ะครับ หรือ เว็บสัตว์เลี้ยงอื่นๆ หรือจะไปติดต่อร้านค้าปลาที่ JJ , สนามหลวง 2, หรือ ตปท ก็แล้วแต่น่ะครับ
JK (คนเดิม)

ปล. เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาว TGC ช่วยกันปรับแก้เสริมได้นะครับ
« Last Edit: February 23, 2010, 03:06:51 pm by JK »

ชมปลาได้ที่ http://www.bangkokreview.com/jkguppy