ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, ปีที่ 59 ฉบับที่ 18420 วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน 2551 หน้าที่ 7 คอลัมน์
มันมากับอาหาร หรือ
http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture06&content=94906สารอันตราย! ในปลาน้ำจืด วันนี้มันมากับอาหาร ขอแจ้งข่าวดีให้กับคนชอบรับประทานปลาน้ำจืดกันสักหน่อย ปลาที่ว่านี้ได้แก่ ปลาทับทิม ปลานิล ปลาสวาย
ปลาตะเพียนและปลากระบอก เป็นผลผลิตที่ได้จากการเพาะเลี้ยง และพบได้ตามแหล่งน้ำทั่วไป
ปลาน้ำจืดข้างต้น คนไทยนิยมนำมาแปรรูปเป็นอาหารหลายชนิด เช่น ปลาแดดเดียว ปลาทอด ต้มส้มปลา ต้มเค็มปลา ต้มยำปลา
และปลานึ่งมะนาว
ที่เกริ่นแบบนี้เนื่องจากวันนี้มีเรื่อง น่ายินดีสำหรับคนที่ชอบรับประทานอาหารจากปลา
ผลการวิเคราะห์การตกค้างของ สารมาลาไคท์ กรีน (Malachite green) และลูโคมาลาไคท์ กรีน (Leucomalachite green)
ในปลาข้างต้นของสถาบันอาหารนั้น
ปรากฏว่าไม่พบสารทั้ง 2 ชนิดนี้ตกค้างเลย
สารมาลาไคท์ กรีน เป็นสีย้อมชนิดหนึ่งที่เกษตรกรนำมาใช้ป้องกัน หรือรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อราและปรสิตในสัตว์น้ำจืด เพาะเลี้ยง
ด้วยความไม่ตั้งใจ โดยไม่คาดคิดว่าจะเกิดการตกค้างในตัวปลา
เมื่อ มาลาไคท์ กรีน ตกค้างในตัวปลา มันจะถูกดูดซึมและเปลี่ยนรูปเป็น สารลูโคมาลาไคท์ กรีน ในเนื้อเยื่อของปลา และจะตกค้าง
เป็นระยะเวลานาน
ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่นำปลาไปบริโภคและ ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้
สารทั้ง 2 ชนิดนี้ จึงเป็นสารต้องห้ามทั้งใน สหรัฐอเมริกาและอียู หากสินค้าสัตว์น้ำที่ส่งเข้าสหรัฐฯและอียูถูกตรวจพบว่า มี
สารมาลาไคท์ กรีน และ ลูโคมาลาไคท์ กรีน ตกค้างจะถูกกักกันหรือตีกลับทันที
และอาจสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ และชื่อเสียงของประเทศผู้ส่งออกได้
เพื่อเป็นการยืนยันถึงความปลอดภัย สถาบันอาหารจึงสุ่มตัวอย่างปลาสดที่วาง จำหน่ายตามท้องตลาดในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 5 ตัวอย่าง
เพื่อวิเคราะห์หาสารตกค้าง มาลาไคท์ กรีน และลูโคมาลาไคท์ กรีน
ผลปรากฏ ทุกตัวอย่างไม่พบการตกค้าง คราวนี้ก็บริโภคปลากันได้ อย่างสบายใจ.
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
