Author Topic: FRY & THE VITAL FIRST MONTH ลูกปลาและช่วงชีวิตที่สำคัญยิ่งในเดือนแรก  (Read 6887 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

nopparat

  • Guest
FRY, THE VITAL FIRST MONTH

ลูกปลา, ช่วงชีวิตที่สำคัญยิ่งในเดือนแรก      โดย   MIDGE HILL
พิมพ์ซ้ำจากบทความ GUPPY GAMBITS      โดย   MIDGE HILL
ตรวจทาน               โดย   STEPHEN KWARTLER
แปลไทย                โดย   เซียงชัย จิตโกศลวณิชย์
พิมพ์ใหม่               โดย   nitiwat jaruwathee หรือ "toy"  (เพื่อนผมเอง)

อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับลูกปลาของคุณในเดือนแรก มันสามารถทั้งทำลายและสร้างปลาระดับประกวดของคุณได้ ไม่ว่าคุณ
คาดหวังว่า คุณจะเสี่ยงเพื่อให้ได้ปลาที่สวยระดับชนะการประกวด หรือเพื่อเป็นปลาที่สวยสุดๆ เพื่อประกวด หรือเพื่อความ
ภูมิใจของคุณก็ตาม อะไรก็ตามที่คุณทำ   ใน 30 วันแรก จะสามารถสร้างความแตกต่างได้ (ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตาม) ถึงแม้
นักเพาะเลี้ยงต่างๆจะมีวิธีดูแลปลาในช่วงสำคัญนี้แตกต่างกันไป แต่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวต้องการ
ให้ลูกปลา
          -   เติบโตอย่างรวดเร็ว
          -   ต้องการให้เกิดพัฒนาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
              เพื่อให้ได้ปลาที่มีขนาดที่ดีอย่างแท้จริง และมีร่างกายที่แข็งแรงล่ำสันเพียงพอที่จะส่งเสริมการพัฒนาให้มีครีบที่
              ใหญ่สวยงาม คุณต้องผลักดันลูกปลาให้ไปสู่จุดสูงสุดให้ได้ในช่วงเวลาสั้นๆระหว่างวันที่มันเกิด จนไปถึงวันที่มัน
              เริ่มมีความสนใจทางเพศ หรือเปลี่ยนแปลงการพัฒนาการไปทางเรื่อง “เพศ”

การพัฒนาของปลา
การพัฒนาของปลามีแนวโน้มที่ค่อนข้างที่จะเป็นรูปแบบที่แน่นอน คือ ในช่วงเดือนแรกพลังงานที่ลูกปลาได้รับจะถูกส่งไป
ใช้เพื่อการพัฒนาการเจริญเติบโตทางร่างกาย พัฒนากล้ามเนื้อ โครงสร้างกระดูก จนถึงช่วงท้ายของเดือน ปลาจะเริ่มหัน
เหความสนใจ และการใช้พลังงานไปในการพัฒนาการทางเพศมากกว่าทางร่างกาย ในช่วงอาทิตย์ที่ 6 ปลาจะเปลี่ยน
พลังงานไปใช้พัฒนาทางเพศเป็นอย่างมาก และในช่วงนี้จะไปพัฒนาทางครีบต่างๆ โดยเริ่มที่หาง และอีก 1 เดือน หรือ
มากกว่านั้น จะไปพัฒนาที่ครีบหลัง ถึงแม้ว่าการพัฒนาทางร่างกายจะยังคงมีอยู่ไปจนถึงเวลาตาย แต่ก็จะช้าลงไปเรื่อยๆ ดัง
นั้นอย่างที่ได้กล่าวแล้วว่า เพื่อให้ได้ปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด นักเพาะเลี้ยงจึงต้องเน้นในเดือนแรกๆ นี้ ให้มีการพัฒนาการ
ทางด้านร่างกาย และขนาด ก่อนที่มันจะเริ่มใช้พลังงานไปพัฒนาทางด้านอื่นๆ

ตอนนี้เราจะย้อนไปถึงเมื่อเราจับคู่พ่อแม่แล้ว หลังจากนั้น 28 – 30 วัน ตอนนี้แม่ปลาก็คงพร้อมที่จะให้ลูกได้แล้ว เราควร
ย้ายแม่ปลาไปยังตู้อนุบาล ซึ่งอาจใส่สาหร่ายหรือตาข่ายเพื่อป้องกันแม่ปลา ซึ่งอาจกินลูกของมัน เพราะในนั้นอาจมีลูกปลา
สุดยอดออกมาด้วย หลังจากแม่ปลา     คลอดลูกเสร็จแล้ว ควรแยกแม่ปลาออกไปอนุบาลต่างหาก เพื่อระวังรักษามัน เพราะ
ถ้าลูกของมันออกมาดีเยี่ยม คุณจะสามารถจับคู่เดิมได้อีกต่อไป

เมื่อเอาแม่ปลาออกแล้วเราก็จะเลี้ยงลูกปลาในตู้ และให้อาหาร ตู้ใช้ขนาด 5 แกลลอน   เลี้ยงมันตลอดช่วงเดือนแรก ซึ่งลูก
ปลาจะเติบโตได้ดี ไม่ต้องใช้พลังงานสิ้นเปลืองเพื่อควานหาอาหาร ให้มันเอาพลังงานที่มันจะสิ้นเปลืองไปใช้เพื่อพัฒนาร่าง
กายต่อไปแทน ตู้เปลือยใส่ชุดกรองที่มุมตู้ อาหารที่เหลือควรดูดออกไป อย่าทิ้งไว้เพราะมันจะเน่าเปื่อย บางคนอาจใส่หอย
หรือ ปลากินซาก (ขยะ) เพื่อกินเศษอาหารที่เหลือ โดยเฉพาะไรทะเลที่ตายจะเน่าได้เร็วมาก

การให้อาหาร, ให้มากแค่ไหน, และบ่อยแค่ไหน
ลูกปลาหางนกยูงจะมีระบบอาหารที่เล็ก ซึ่งต้องการเติมทุกๆ 20 นาที เพื่อการเติบโต   อย่างสูงสุด ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำ คือ
จัดความสมดุลระหว่าง 3 สถานการณ์ คือ
          -   ให้น้อยไป
          -   ให้เพียงพอ
          -   ให้มากเกินไป ซึ่งอันตรายมาก
              จุดประสงค์ของเรา คือ ให้อาหารให้เพียงพอ เพื่อจะกินมื้อต่อไป โดยไม่ทำให้เกิดมลภาวะของเน่าเสีย หรือของ
              เหลือ ซึ่งอาจจัดให้อาหารทุก 2 ชั่วโมง และวันละ 8 – 10 มื้อ อย่างไรก็ตาม   ถ้าการให้อาหารถี่เกินไป คุณอาจใช้
              อาหารที่ไม่เน่าเปื่อยเร็วนักแทน ทำให้คุณไม่ต้องให้อาหาร   มากมื้อ แต่ก็คงยังได้คุณภาพที่เท่าเดิม ซึ่งคุณต้อง
              ทดลองปรับเอง แต่อย่างไรก็ตามคุณก็ต้องระวัง ขอให้แน่ใจเสมอว่า อาหารมื้อก่อนได้กินหมดแล้ว หรือได้ถูกดูด
              ออกไปแล้วก่อนให้มื้อใหม่

« Last Edit: March 09, 2006, 04:44:16 am by นพรัตน์ »

nopparat

  • Guest
(ต่อ).....

อาหารอะไร และให้อย่างไร
FORCE FEEDING การให้อาหารแบบผลักดัน เทคนิค คือ ต้องให้กินมากขึ้นกว่าที่มันจะกินได้ตามธรรมดาที่กินได้เมื่อปลา
หิวอีกนิดหนึ่ง และให้กินอาหารที่มีธาตุ หรือสารอาหารที่จำเป็นและร่างกายต้องใช้เพื่อการเจริญเติบโตซึ่งหมายถึง อาหาร
คุณภาพสูง ซึ่งต้องมีส่วนประกอบที่     ไม่จำเป็นให้น้อยที่สุด ไม่ให้ของที่ไม่จำเป็น หรือไม่มีประโยชน์ ผ่านเข้าไป หรือใช้
พื้นที่ในระบบย่อยอาหาร แต่ไม่ให้ประโยชน์อะไรกับร่างกายปลา

เหมือนกับเด็กที่กินอาหารมื้อเย็น ซึ่งอิ่มจนแน่นท้องไปหมดแล้ว แต่ก็จะไม่ยอมลดละกับไอศกรีมโคนที่แสนจะถูกใจ ปลาก็
จะกินอาหารที่รสดีอย่างตะกละ ถึงแม้มันจะไม่หิวก็ตาม          เรารู้กันว่าอาหารที่มีประโยชน์ปลาไม่ค่อยยอมกิน แต่ที่กินก็
เพราะมันหิวจริงๆ แล้วเราก็จะตามด้วยอาหารที่มีรสถูกใจมัน มันก็จะยอมกินอีก ถึงแม้พุงจะเต็มไปด้วยอาหารมื้อก่อนก็ตาม
ที ซึ่งไรทะเลเป็นอาหารที่ปลาจะกระโจนใส่เข้าไปกินอย่างตะกละตะกราม เทคนิคของมันจึงอยู่ที่ ให้ปลายังคงยอมกินอยู่ถึง
แม้จะหิวหรือไม่ก็ตาม

เราอาจจัดรอบของการให้อาหารในหนึ่งวันเป็น
          1.   อาหารแห้ง #1
          2.   ไรทะเลเกิดใหม่
          3.   อาหารแห้ง#2
          4.   อาหารมีชีวิต, อาหารเหลว ถ้าเป็นอาหารแห้งก็ควรเป็น FREEZE DRIED TUBIFEX, PLANKTON
          5.   อาหารแห้ง#3
          6.   อาหารแห้งสูตรเฉพาะของลูกปลา ที่มีคุณค่าอาหารสูงๆ
          7.   ไรทะเลเกิดใหม่
          8.   อาหารแห้งที่ให้มันอยู่ในท้องได้ตลอดคืน แล้งทิ้งเวลาไว้ 1 ชั่งโมง จึงค่อยปิดไฟ
          9.   ถ้าจะให้ต่อก็ให้วนรอบใหม่อีกครั้ง
                เพราะไรทะเลจะมีฤทธิ์เป็นยาถ่าย นักเพาะเลี้ยงส่วยใหญ่จึงให้อาหารแห้ง แล้วมื้อต่อไปตามด้วยไรทะเล โดยให้
อาหารแห้งรั้งไรทะเลไว้ในลำไส้ เพื่อให้ดูดซึมคุณค่าไว้ให้ได้มากที่สุด และมื้อถัดไปก็ควรเป็นอาหารที่มีความแข็งมากกว่า
เพื่อให้อยู่ท้องนานๆ และมีธาตุอาหารสูงๆ ดังนั้น ควรจัดหมวดหมู่อาหารให้ดี เพราะไม่มีอาหารตัวใดตัวหนึ่งให้อาหารได้
ครบทั้งหมดได้   และเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ปลาเติบโตได้เต็มที่ โดยไม่ใช้อาหารมีชีวิตด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง           ใน
เดือนหัวเลี้ยวหัวต่อแห่งการเติบโตนี้

การเปลี่ยนน้ำ
นักเพาะเลี้ยงหลายคนพบว่า การเปลี่ยนน้ำบ่อยจะกระตุ้นการเติบโต ด้วยการเลี้ยงปลาจำนวนมากในปริมาณน้ำที่น้อย
และมีการกินที่เต็มที่ และสม่ำเสมอ การถ่ายน้ำบ่อยเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อเป็นการเอาของเสีย และแอมโมเนียทิ้งไป แล้วธาตุ
จำเป็นในน้ำก็จะถูกเติมลงไป ซึ่งไม่ทำให้เกิดผลเสีย กลับเป็นการกระตุ้นลูกปลาให้อยากอาหารด้วย บางคนถ่ายน้ำ 25%
ใน 1 ครั้งต่ออาทิตย์ ขณะที่บางคนถ่ายน้ำน้อยกว่า (10% โดยประมาณ) วันละ 1 ครั้ง การเปลี่ยนน้ำมากกว่า 25%         ใน 1
ครั้งอาจทำให้ปลาช็อกได้ ถ้าคุณภาพของน้ำ และอุณหภูมิของน้ำแตกต่างกับน้ำเดิม ในสิงคโปร์ ผู้เพาะเลี้ยงเป็นการค้า
เปลี่ยนน้ำ 100% ทุกวัน และได้ปลาที่ตัวใหญ่มาก แต่เขาได้รับพรและโชค ที่ใช้น้ำธรรมดา และอุณหภูมิที่อุ่น และไม่ต้องใช้
เคมีบำบัดน้ำ ก่อนใช้

อุณหภูมิมีผลต่อการเติบโต ถ้าอุ่นกว่าจะทำให้การเผาผลาญของปลามีสูงขึ้น โดยใช้ความแตกต่างนี้ บางคนจะเลี้ยงปลาที่
อุณหภูมิอุ่นมาก (80 ◦F) ทำให้ลูกปลากินได้มากกว่า และโตเร็วกว่า บางคนจะเลี้ยงในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า (72 ◦F) ปลาก็จะเติบ
โตเต็มที่ถึงวัยเจริญพันธุ์ได้ช้ากว่า ทำให้     มีช่วงที่จะเน้นการเจริญเติบโตทางขนาด และร่างกายได้นานกว่า หรือบางคนก็
อาจใช้วิธี เมื่อปลา ถึงวัยเจริญพันธุ์ ก็จะเลี้ยงที่อุณหภูมิลดลงเพื่อชะลอให้การพัฒนาทางเพศช้าลง ให้การเจริญเติบโตทาง
ร่างกายมีเวลานานขึ้น

ความสว่าง
จำนวนชั่วโมงจะมีผลต่อการกินของปลา ดังนั้นความสว่าง (แสง) จึงเป็นอีกปัจจัยต่อ     การเติบโต บางคนจัดให้มีแสงสว่าง
ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเลี้ยงปลาได้มากมื้อกว่า และมักคิดว่าปลาที่มีกิจกรรมมาก แต่กินน้อยกว่าจะทำให้การเติบ
โตลดลง โดยทั่วไปนักเลี้ยงปลา  ชั้นยอดจะจัดให้มีแสงสว่างวันละ 16 – 17 ชั่วโมง และปิดไฟ 7 – 8 ชั่วโมง ความสว่าง
มากๆ  จะไม่มีผลต่อการเติบโตเท่าใดนัก แต่ในทางตรงข้าม ความสว่างที่ไม่เพียงพอจะมีผลทำให้ปลา มีรูปร่างที่ไม่สม
ประกอบได้ โดยเฉพาะกระดูกสันหลัง
   
เครื่องกรอง   
โดยทั่วไปจะไม่นิยมใช้การกรองใต้พื้น เพราะทำความสะอาดยาก ทำให้ไม่สามารถเร่ง   การกินอาหาร หรือการให้อาหาร
แบบผลักดันได้ เพราะไม่สามารถดูดเศษอาหารออกได้ ส่วน เครื่องกรองแบบกล่องหรือแบบฟองน้ำก็ใช้ได้ดีแทบทุกแบบ
   
การคัดเลือก   
การคัดเลือกจะเริ่มตั้งแต่วันแรก โดยเฝ้าดู และคัดปลาที่ด้อยออกไป ในลูกปลาเกิดใหม่   มักมีสักหนึ่ง หรือมากกว่า ที่อาจมี
สีเข้มกว่า และอาจว่ายน้ำไม่ค่อยดีนัก มักจะไม่ค่อยพัฒนาเหมือนตัวอื่นๆ ควรคัดออกทันทีที่พบ อีกพวกหนึ่งอาจมีสีสัน
เหมือนตัวอื่นๆ แต่จะไม่ว่ายน้ำ มักใช้ท้องไถลไปตามตู้ปลา จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง พวกนี้ต้องกำจัดออกไป และเมื่อถึงวัย
เติบโตจะมี    บางตัวที่โตช้ากว่า ปลาเหล่านี้ก็ควรกำจัดออกไป อาจมีบางตัวที่มีพัฒนาการทางเพศช้ากว่าตัวอื่นๆ พวกนี้อย่า
กำจัดไป เพราะมันจะมีพัฒนาการทางร่างกายนานกว่า หรือมากกว่าทางเพศ และต่อไป จะเป็นปลาที่ตัวใหญ่กว่าตัวอื่นๆ มาก   
   
ทบทวนกันอีกครั้ง งานหลักในช่วงเดือนแรกของการเลี้ยงลูกปลา คือ ผลักดันการเติบโต โดยการเลี้ยง, การให้อาหารแบบ
ผลักดันด้วยอาหารที่มีคุณภาพ, การถ่ายน้ำ, การรักษาความสะอาด และการควบคุมอุณหภูมิ การคัดปลาด้อยออกต้องทำ
ตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้ปลาที่ดี  มีพื้นที่ว่างในตู้มากขึ้น และในเดือนถัดไป ลูกปลาจะนำไปเลี้ยงในตู้ที่ใหญ่ขึ้น
และแยกเพศ   
   

Offline TGC Admin

  • ADMINISTRATOR
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 899
  • Country: th
  • Gender: Male
  • HALF TUXEDO BLUE MOSAICO
    • View Profile
    • ThaiGuppy.com
บทความนี้เป็นบทความที่ดีมาก
เลี้ยงปลาแบบอนุรักษ์ ดูเหมือนโบราณ ๆ แต่ลองดูสิ ไม่ใช่ง่าย ๆ นะ

zxc nazkool

  • Guest
ยอดเยี่ยมที่สุดให้ความรู้สุดยอด   กะละมัง-เกรด-ประกวด วัดกันที่เดือนแรก  ช่วงนี้ปิดเทอมมีเพลาเหลือเฟือ ตอนนี้ผมให้ 5 มื้อ/วัน 
มื้อเช้าไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับ คืนก่อนมีบอลนัดหยุดโลกหรือเปล่า 05.00-07.00
มื้อที่2     09.00 น.
มื้อที่3     12.00 น.
มื้อที่4     15.00 น.
มื้อที่5     18.00 น.
บางวัน อาจมี ข้าวต้มรอบดึก เป็น มื้อที่ 6 :)

Nana

  • Guest
ช่วยด้วย!!!!!!!!!
ลูกปลาสีเหลือง 60 ตัว อายุ 20 วัน แข็งแรงดี จนกระทั่งเมื่อวานนี้ สังเกตุเห็น หางลีบไป ประมาณ 40 % และวันนี้เริ่มจะตายแล้ว 4 ตัว ขอคำแนะนำในการรักษาปลาที่เหลืออยู่ 55 ตัว
ข้อมูลการเลี้ยง: เลี้ยงในโถแก้วเล็กๆ ใส่สาหร่าย 1 เส้น เปลี่ยนน้ำเช้า-เย็น 80 % ทุกวัน มา 18 วัน  ก่อนที่จะหางลีบ เปลี่ยนอาหารใหม่(สงสัยไม่ชอบ) และไม่ได้เปลี่ยนน้ำ (หรือมันชอบให้เปลี่ยนน้ำ?) น้ำที่ใช้เป็นน้ำกรองอย่างดีที่อุณหภูมิเท่ากัน  มีลูกปลาอีกสี่ครอกที่ทำแบบเดียวกัน ครอกอื่นแข็งแรงดี
ขอบคุณค่ะ
นานา

lucky-guppy

  • Guest
ทำไมเปลี่ยนน้ำ ตั่ง 80% ทุกวันเลยรึ ระวังบ่นละ  ขอผม ดูดแต่ ขี้ ปลา ถ่ายน้ำ 10% 2-3 วัน/ครั้ง  ใส่เกลือ ลองดูก่อน   แต่ผมว่า เลี้ยง โถแก้ว

โถ ตั้ง50 กว่าต้ว ถ้าตัวใหญ่ก้อถือว่าแน่นไป ครับ ถ้าเป็นลูก ก้อพอทน แล้วปลาว่ายน้ำ ดี มั้ย รึว่าลอยคอ  ถ้าลอยคอ แสดงว่า ออกซิเจนไม่พอ

ต้องแก้ไข หาภาชนะเลี้ยง ให้ปากกว่าขึ้น เพือเพิ่มพื้นที่ สัมผัส อากาศให้มากขึ้น หรือ เพิ่มปั๊ทออก ซักตัวน่าจะ work นะ อ่อเกลือที่ ใช้เกลือทะเล นะไม่ใช่เกลือ รส

ทิพย์หละ เม็ดใหญ่  ปริมาณใส่ ผมไม่รู้ว่าขนาดโถ ใส่น้ำเท่าไร  เลยบอกไม่ถูก ผมใช้ตู้ 16 นิ้วใส่เกลือ  2ช้อนชา ครับ  ลองดูแล้วกัน ถ้าไม่ได้ให้อาหารสด

ผมว่าน่าจะ ลามไม่เยอะ  แต่เลี้ยงปลาก้อต้องทำใจ ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่อง ปรกติ ครับ   แต่เจ็บเราต้องรักษากันไปตามอาการ  มั่นสังเกต

ความผิดปรกติ ว่ามีอะไร  ลองดูครับ เป็นไงบ้าง  ก้อ แจ้งมาแล้ว กัน  ชาว TGC  ยินดี   ให้คำปรึกษา ครับ ยังไม่อยากให้ใช้ยา รักษา อยากให้ป้องกันดีกว่า ครับ

Nana

  • Guest
"ในสิงคโปร์ ผู้เพาะเลี้ยงเป็นการค้า เปลี่ยนน้ำ 100% ทุกวัน และได้ปลาที่ตัวใหญ่มาก แต่เขาได้รับพรและโชค ที่ใช้น้ำธรรมดา และอุณหภูมิที่อุ่น และไม่ต้องใช้เคมีบำบัดน้ำ ก่อนใช้" จากบทความคุณ นพรัตน์ข้างบน
เลยเปลี่ยนน้ำทุกวัน มีอยู่ครอกหนึ่ง ลูกปลาตัวโตมาก มากกว่าครอกนี้เท่าตัว ทั้งๆที่เกิดก่อนแค่วันเดียว ครอกนี้ก็ยังแข็งแรงดีทุกตัว เป็นปลาสีทองหางแดง
เปลี่ยนน้ำทุกครั้งก็ใส่เกลือค่ะ
ที่แนะนำมา คิดว่าอาจจะเป็นเพราะ ภาชนะเล็กมาก(เป็นแก้วรูปโคน ปากกว้าง ก้นแคบ ใส่น้ำได้แค่ ครึ่งลิตรมัง) และแน่นเกินไปก็ได้ค่ะ วันนี้จะกลับไปลดจำนวนลง(มันลดโดยอัตโนมัติอยู่แล้วโดยการตายประท้วง ไม่มีภาชนะจะใส่แล้วเลยอัดแน่นไปหน่อย)
นานา

nopparat

  • Guest
จากบทความคุณ นพรัตน์ ข้างบน

เป็นบทความจาก GUPPY GAMBITS      โดย   MIDGE HILL
ตรวจทาน                                               โดย   STEPHEN KWARTLER
เอื้อเฟื้อการแปลเป็นภาษาไทย               โดย   คุณเซียงชัย จิตโกศลวณิชย์  (เฮียเซียงชัย)
อาสาช่วยพิมพ์ใหม่ก่อนเว็ปขัดข้อง           โดย   nitiwat jaruwathee หรือ "toy"  (เพื่อนผมเอง..เลิกเลี้ยงไปแล้ว)

จะให้ถูกต้องขอขอบคุณเจ้าของบทความ และผู้ที่เอื้อเฟื้อในการแปลเป็นภาษาไทยตามนี้เลยครับ
ผมแค่นำมาแปะคืนไว้ให้ดังเดิมหลังจากเกิดเหตุการณ์เว็ปขัดข้องครับ เพราะเห็นว่ามีประโยชน์

 ;D  เคยได้คุยกับพี่คนหนึ่งที่บังเอิญไปเจอกันในร้านขายปลาหางนกยูงแห่งหนึ่ง  ซึ่งพี่เค้าก็ไม่เคยรู้จัก
และเห็นหน้าเห็นตาผมมาก่อนเลย แต่เคยเห็นชื่อของผมจากในเว็ปนี้แหละ พี่เค้าบอกว่า นพรัตน์ น่ะ
ก็เป็นคล้ายๆ กับตัวชงเท่านั้นเอง....นั่นสิ ผมก็คิดเหมือนกับพี่เลย    ;D
« Last Edit: December 15, 2006, 03:47:15 pm by นพรัตน์ »

Nana

  • Guest
ปลาหายแล้ว........
หายไปจากโถที่เลี้ยง 40 ตัว เหลืออยู่ ราว20 ตัว
วันนี้ยังไม่ตายเพิ่ม แต่หางไม่ลีบแล้ว (ที่ลีบ ตายไปหมดแล้ว)
เปลี่ยนน้ำ ใส่เกลือ ใส่อ๊อก(ก่อนหน้านี้ไม่ใส่อ๊อก) เอาสาหร่ายออก
ส่วนครอกอื่นๆที่แข็งแรงดี จับไปใส่บ่อบัว จะได้ไม่ตาย(หรือตายก็ไม่เห็น) เพราะไม่ไปยุ่งกับมัน
สรุปว่าที่ชอบตายเพราะชอบไปยุ่งกับมันมากไป
เดี๋ยวเปลี่ยนน้ำ เดี๋ยวให้อาหาร เดี๋ยวใส่ปลาใหม่ เดี๋ยวเปลี่ยนต้นไม้ ยุ่งจริงๆ  มันเลยประท้วงตายดีกว่า

boongeat

  • Guest
ปลาหายแล้ว........
หายไปจากโถที่เลี้ยง 40 ตัว เหลืออยู่ ราว20 ตัว
วันนี้ยังไม่ตายเพิ่ม แต่หางไม่ลีบแล้ว (ที่ลีบ ตายไปหมดแล้ว)
เปลี่ยนน้ำ ใส่เกลือ ใส่อ๊อก(ก่อนหน้านี้ไม่ใส่อ๊อก) เอาสาหร่ายออก
ส่วนครอกอื่นๆที่แข็งแรงดี จับไปใส่บ่อบัว จะได้ไม่ตาย(หรือตายก็ไม่เห็น) เพราะไม่ไปยุ่งกับมัน
สรุปว่าที่ชอบตายเพราะชอบไปยุ่งกับมันมากไป
เดี๋ยวเปลี่ยนน้ำ เดี๋ยวให้อาหาร เดี๋ยวใส่ปลาใหม่ เดี๋ยวเปลี่ยนต้นไม้ ยุ่งจริงๆ  มันเลยประท้วงตายดีกว่า

เมื่อก่อนก็เคยเลี้ยงในโถครับ ตายหมดทั้งชุด
พอเปลี่ยนมาใช้ตู้เลี้ยงแทน ปรากฏว่าปลาสุขภาพดีถ้วนหน้าครับ
จากการสัณนิษฐานพบว่า ปลาหนาแน่นเกินไป ของเสียก็เยอะเกินที่ปลาจะรับได้ ปลามันก็เลยไม่สบาย
อีกสาเหตุมาจาก คุณภาพน้ำด้วยครับ ครอลีนนี่ ตัวดีเลย

Nana

  • Guest
ช่วยให้เหตุผลที่เลี้ยงตู้ดีกว่าเลี้ยงโถด้วยค่ะ
เพราะ ปลาไม่หนาแน่น  มีเครื่องกรอง มีอ๊อกซิเจน ฯลฯ
ตอนนี้ยังอยู่ในโถค่ะ กะว่าพอโตหน่อยซัก 1 เดือน จะปล่อยลงอ่างบัว
มีตู้แค่ 3  ตู้ ตอนนี้ก็ค่อนข้างแน่นแล้วค่ะ ยังไม่อยากซื้อตู้เพิ่ม เพราะตู้ต้องดูแลเยอะ เพราะไม่ชอบน้ำขุ่น น้ำในตู้ต้องใสปิ๊งตลอดเวลา
น้ำที่ใช้เป็นน้ำกรองอย่างดีไม่มีคลอรีนค่ะ เก็บใส่ถังใหญ่ที่อุณหภูมิห้อง  เมื่อก่อนใช้น้ำประปา เปลี่ยนน้ำทีไร ลูกปลาเดี้ยงหมดภายในครึ่งวัน

Offline myguppy

  • Experience User
  • ****
  • Posts: 307
  • Gender: Male
    • View Profile
การเลี่ยงปลานะครับ สูตรใครก็สูตรมันครับผม
ถ้าเพิ่งเลี้ยงจริง ๆ ก็อาจจะขอความรู้จากคนอื่น ๆ
แล้วก็อาจจะทำตาม ส่วนการเลี้ยงปลาในบ้านเรา
กับต่างประเทศ ก็มีข้อแตกต่างกันพอสมควรนะครับ
ขนาดวิธีหรือสูตรการเลี้ยงของคนที่นี่ ยังแตกต่างกันเลย

ส่วนในเรื่องการเปลี่ยนน้ำนะครับ ผมลองแล้วนะครับ
การเปลี่ยนน้ำทีล่ะมาก ๆ หรือว่าทั้งหมดเลย เราต้อง
ค่อยระวังเป็นพิเศษ เรื่องของอุณหภูมิ ความเข้นข้นของน้ำ

เรื่องอุณหภูมิเราก็ไม่ต้องกลัว คงรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร
ส่วนความเข้มข้นของน้ำก็แก้โดยใส่เกลือนะครับ

ลองเลี้ยงซักพักก็จะอยู่ตัวครับ แต่ควรเบา ๆ มือหน่อยก็แล้วกันนะครับ
เดี๋ยวก็จะได้สูตรที่ลงตัวสำหรับเราเองครับผม

รูปปลานี่ถ่ายยากจัง ถ่ายไม่เคยดีเลย

Nana

  • Guest
เพิ่มเติม บทความข้างต้น จากผู้เขียนคนเดียวกัน Midge Hill
According to Midge Hill, guppy fry have very small intestinal tracts that must be refilled every 20 minutes to get maximum growth. Since a twenty-minute feeding regime is impractical, she suggests feeding every 2 hours for 8-10 feedings a day. If that is still impractical, she suggests feeding live foods that do not deteriorate.

Brine shrimp will live for 2 to 3 hours in a tank, and even longer if you use salt in your tanks. Vinegar eels will live for two or three days and stay in the water column. Microworms can last a whole day. However, brine shrimp is a more complete diet than the worms

Offline namaru

  • Experience User
  • ****
  • Posts: 463
  • Gender: Male
    • View Profile
ลูกปลาเนมใช้ กะละมัง เลี้ยงจนอายุ 1 เดือน เข้าตู้ครับ แยกเพศ

ระหว่างเลี้ยงจะใช้ กะละมัง 2 ใบ ต่อ 1 ครอก ใส่น้ำ ให้เท่ากัน ตั้งไว้ใกล้ๆ กัน เกลือ ไม่ใส่ เปลี่ยนน้ำ ก็ ตักเข้ากระชอนลงอีก กะละมัง เลยครับ

สร้างความแข็งแรงให้ปลา ตัวไหนตายก็ตายไป ถือว่าคัดเลือก ปลาไปในตัว แต่ส่วนมากจะไม่ตายนะครับ

เพราะเริ่มทำแบบนี้ เมื่อลูก ปลามีอายุ 1 อาทิตย์ กินนอน กินนอน เลือกให้ อาหารที่มีแคลเซียมเยอะหน่อย

เพราะจะได้มีโครงสร้างที่ใหญ่ โตไว และ โปรตีน เยอะๆครับ ไขมันก็สำคัญ

กินมากปลาก็อ้วน ตัวใหญ่ แต่ไม่แข็งแรง ต้องคอยดูอะครับ
เป้าหมายตอนนี้  RREA  Red King Cobra Mosaic High Dorsal Swallow