Author Topic: เอาตู้ปลาระบบไม่ต้องถ่ายน้ำในสไตล์ของผมมาให้ชม ....  (Read 21986 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline win6591

  • GURU User
  • *****
  • Posts: 524
  • Gender: Male
  • Go with quality
    • View Profile
 :o :o :o :o :o


เป็นตู้ขนาด 20*60*12 นิ้ว กระจก2หุนกั้น6ช่อง กั้นช่องน้ำที่จะปล่อยลงกรอง3นิ้ว ตู้ปลาจะมี3ชั้น และกรองอีก1 ระบบนี้หัวใจสำคัญจะอยู่ที่ระบบกรอง ต้องมีขนาด1ใน4ของพื้นที่เลี้ยงปลา ตอนนี้ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีดูรูปด้านหลังการเดินท่อน้ำเข้าออก กรองด้านล่าง2ช่องติดกับปั๊มจะใส่ปะการัง ไว้เสร็จเรียบร้อยจะมาอัพเดทให้ชมอีกที  :P :P :P :P :P

My strains : Red Guppy, Grass , Japan Blue, Pingu , Moscow Blue , Snake skin

Offline kombua

  • k+G+B
  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 1,027
  • Gender: Male
  • Tel. : 084 1557514, 085 2219023
    • View Profile
    • k+G+B Guppy Studio
 :o :o :o แบบรีไซเคิลน้ำแบบนี้น่าสนใจครับ  รอดูด้วยคนครับ ขอแบบชัดๆ เน้นๆ นะพี่ ;D

แล้วถ้าระบบนี้ติดตั้งแสงอุลตร้าไวโอเลตเพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำนี้สามารถทำได้หรือไม่ครับ (สงสัยนะครับ) 8)

Offline win6591

  • GURU User
  • *****
  • Posts: 524
  • Gender: Male
  • Go with quality
    • View Profile
:o :o :o แบบรีไซเคิลน้ำแบบนี้น่าสนใจครับ  รอดูด้วยคนครับ ขอแบบชัดๆ เน้นๆ นะพี่ ;D

แล้วถ้าระบบนี้ติดตั้งแสงอุลตร้าไวโอเลตเพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำนี้สามารถทำได้หรือไม่ครับ (สงสัยนะครับ) 8)

มันก็เปอร์เฟค 100% เลยอะ

My strains : Red Guppy, Grass , Japan Blue, Pingu , Moscow Blue , Snake skin

cyber_g

  • Guest
ชาว TGC เดินหน้าไม่หยุด
น่าชื่นชม ครับ
รู้สึกว่า UV จะไม่ใช้ในระบบบำบัดน้ำที่ต้องอาศัยจุลินทรีย์ ครับ

ds

  • Guest
รอ copy อยู่ครับ ได้ผลยังไงบอกด้วยล่ะ

iamteera

  • Guest
อ่ะ พรุ่งนี้รู้เรื่อง ตอนนี้ต้องบอกว่า "เดินหน้าต่อไปครับ" ถ้ามีข่าว ผมจะมาเม้าท์ให้เพื่อนๆ ฟังกัน เอาใจช่วยพี่วิน ด้วยคร้าบบบ

Offline sippapat

  • GURU User
  • *****
  • Posts: 604
    • View Profile

Offline siangchai

  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 697
  • Gender: Male
    • View Profile
ระบบโอโซนหรือ U.V
ก็ตามสามารถใช้ในระบบกรองน้ำหมุนเวียนก็ได้
แต่อยู่ที่ว่าติดตั้งที่ไหน
จุดที่น่าจะเหมาะสมที่สุด คือ ก่อนส่งไปเข้าตู้ปลา
สุดท้ายน่าจะดีที่สุด เป็นการเก็บ สิ่งไม่พึงประสงค์
ที่อาจหลงเหลือก่อนส่งให้เข้าไปหา ปลาที่คุณเลี้ยง

ความเห็นส่วนตัวนะครับ
เคยจินตนาการระบบนี้ไว้เหมือนกัน
พอดีเสี่ยเสือ คอมเมนท์ ว่าถ้าร้ำหมุนไปใช้กันทั้งบ้าน
ถ้าตู้นึงเป็นโรคแล้วจะทำอย่างไร
เลย อิมเมจิ้น เอาไว้เหมือนกัน
เพราะระบบกรองหมุนเวียนทั้งบ้าน
เท่าที่ทำๆกันมา ทุกปลา
เจอปัญหาเดียวกัน คือ เป็นโรคที เป็นทั้งบ้าน
HOW TO CREATE THE GIANT AND FIRM CLASSIC FANCY GUPPY IS MY TARGET......GO.

Offline namaru

  • Experience User
  • ****
  • Posts: 464
  • Gender: Male
    • View Profile
ถ้าเรานำน้ำมากรองแบบไม่ต้องหมุนเวียน ใช้แรงเปลี่ยนน้ำนิดหน่อยแต่ปลาไม่เป็นโรคทั่วบ้านอย่างที่เฮียบอกก็น่าจะดีนะครับ

แต่ผมก็ยัง งง อยู่ว่า ถ้าเราติด หลอด UV  ซึ่งมันสามารถ ฆ่าเชื้อดโรคได้ถึง 99.99% ในระบบน้ำก่อนเข้าตู้ปลาทุกตู้

แสดงว่าเชื้อโรค 00.01% เป็นตัวทำให้ติดเชื้อ  ใช่หรือเปล่าครับ อย่างนี้ ระบบไม่ต้องถ่ายน้ำ ก็มีจุดบกพร่องที่ 00.01%

สามารถทำให้ปลา เป็นโรคหมดเลย เห้อ  เชื้อโรคนี่ ทำยังไงมันก็กำจัดไม่หมดสักที
« Last Edit: June 07, 2007, 10:41:26 am by namaru »
เป้าหมายตอนนี้  RREA  Red King Cobra Mosaic High Dorsal Swallow

Offline killi

  • Junior User
  • **
  • Posts: 32
    • View Profile
ระบบโอโซนหรือ U.V ก็ตามสามารถใช้ในระบบกรองน้ำหมุนเวียนก็ได้
แต่อยู่ที่ว่าติดตั้งที่ไหนจุดที่น่าจะเหมาะสมที่สุด คือ ก่อนส่งไปเข้าตู้ปลา
สุดท้ายน่าจะดีที่สุด เป็นการเก็บ สิ่งไม่พึงประสงค์ที่อาจหลงเหลือก่อนส่งให้เข้าไปหา ปลาที่คุณเลี้ยง
ความเห็นส่วนตัวนะครับเคยจินตนาการระบบนี้ไว้เหมือนกันพอดีเสี่ยเสือ คอมเมนท์ ว่าถ้าร้ำหมุนไปใช้กันทั้งบ้าน
ถ้าตู้นึงเป็นโรคแล้วจะทำอย่างไรเลย อิมเมจิ้น เอาไว้เหมือนกันเพราะระบบกรองหมุนเวียนทั้งบ้าน เท่าที่ทำๆกันมา ทุกปลา เจอปัญหาเดียวกัน คือ เป็นโรคที เป็นทั้งบ้าน

เคยคิดจะทำแบบนี้กับปลากัด เมื่อ 3 ปีก่อน  แต่คิดไปคิดมา ไม่ทำดีกว่า  เพราะเดี๋ยว ปลาตัวใดเป็น โรค     เสร็จแน่ๆ (ตาย ยกลัง)
สำหรับ
Quote
หลอด UV  ซึ่งมันสามารถ ฆ่าเชื้อดโรคได้ถึง 99.99%  จริงหรือหรือเปล่า 
   ถ้ามันดีจริงๆล่ะก็ ก็น่าทดลองนะครับ ;D


sim01

  • Guest
ความคิดผมนะ(ส่วนตัวอีกแล้ว) ผมว่าถ้าจะให้น้ำสะอาดปิ๊งไม่มีอะไรเลยมันจะดีเหรอครับ มันควรจะมีแบคทีเรียอะไรบางอย่างที่ไม่เป็นอันตรายต่อปลาบ้างนะครับ ผมกัวว่าน้ำสะอาดไป มันจะไม่ดีนะ เหมือนคนอ่ะครับ ต้องมีแบคทีเรียอะไรบางอย่างอยู่ด้วย เพียงแต่แบคทีเรียเหล่านั้นมันไม่เป็นอันตรายต่อเรา 

โดยส่วนตัวผมชอบเครื่องกรองที่ผ่านแค่ถ่านคาร์บอนอย่างเดียว(เหมือนร้านเคยปลา ที่เอาท่อpvc ใหญ่ๆ มาทำ)    ซึ่งผมเคยซื้อเครื่องกรองน้ำสำหรับคนกิน ที่เป็นท่อคู่ ที่เห็นเดินขายตามหมู่บ้านอ่ะครับ แต่ซื้อแค่ตัวกรองเปล่าๆ นะครับ ประมาณ 500 เอามาใส่ก๊อก แล้วก็ใส่ถ่านคาร์บอนลงไป 2 ท่อเลย แค่นี้ก็ใช้งานได้ครับ ไม่มีปัญหาเรื่องโรค  แต่ปัจจุบันคาร์บอนมันเก่ามากแล้วเลยไม่ได้ใช้ ไม่รู้จะซื้อที่ไหนมาใส่ เมื่อก่อนซื้อร้านแถวบ้าน ซึ่งเจ๊งไปแล้ว  ;D

Offline namaru

  • Experience User
  • ****
  • Posts: 464
  • Gender: Male
    • View Profile
ซื้อที่ JJ เลยครับขายกันเพียบเลย เอากี่ กิโล ก็สั่งไปโลด
เป้าหมายตอนนี้  RREA  Red King Cobra Mosaic High Dorsal Swallow

Offline namaru

  • Experience User
  • ****
  • Posts: 464
  • Gender: Male
    • View Profile


ผมดูต้นแบบจากของพี่วิน เอา มาต่อนิดเติมหน่อย ในส่วนที่มันยังขาด อยู่ เพราะ

ปัญหาของระบบนี้ คือ เชื้อโรค

จากการวิเคราะห์ (แต่ยังไม่ได้ลงมือทำ นะครับ)

ผมว่า เจาะรูตรงก้น เป็น ท่อ น้ำทิ้งแล้วใส่ที่ กรองลงไปเพื่อไม่ให้ปลาหลุดลงท่อไป

แต่ละ วาล์วสามารถถปรับแรงดันของน้ำได้ ซึ่ง ถ้าน้ำเกิดความกระด้าง เราก็นำน้ำทิ้งออกไปทางท่อน้ำทิ้งได้เลย

ถ้าเราต้องการที่จะให้น้ำหมุนเวียน แค่เพียงเราเปิดวาล์วทุก วาล์ว แล้วเดินระบบ ด้วยปั๊มน้ำที่มีกำลังแรงนิดนึง เพื่อ ให้สัมพันธ์ กับ พลังงานจล ของน้ำที่ไหลลงมา

ในส่วนของการกำจัดเชื้อโรค โปรตีน แอมโมเนีย คลอรีน

เริ่มต้นที่  "คลอรีน"

กำจัดคลอรีน ผมแนะนำให้กำจัดคลอรีนโดยวิธีนี้ ก่อน แล้วค่อยนำน้ำมาเติม

http://www.guppy-fish.com/forums/index.php?topic=1335.0

การกำจัด โปรตีน (สารแขวนลอย) แอมโมเนีย ไนไตร ไนเตรท  ให้เราเดินปั๊ม ในช่องเติม อากาศ ให้หมุนเวียน ด้วยระบบกรองชีวภาพ ที่รูปข้างต้น เราก็เปิด วาล์ว ให้มันหมุนเวียนได้

สามารถกำจัด สิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ออกไป เมื่อได้น้ำสะอาดเราก็เปิดวาล์ว นำน้ำเข้า ผ่าน UV แต่ถังเติมอากาศนั้น ควรมีขนาดที่ใหญ่ที่สุดเพื่อ กักเก็บน้ำไปในตัวครับ

ยังไงทุนทั้งระบบ อาจซื้อมอเตอร์ไซ ได้ 1 คัน แต่ถ้าถามผมว่า ถ้ามี ตู้ปลา หรือ อ่างพลาสติก ขนาด 24 นิ้วจำนวน 100 ใบ ถามว่าคุ้มมั้ย ผมตอบได้เลยว่าคุ้ม  ประหยัดทั้งน้ำ และ เวลา

แล้วผลผลิตทางการเกษตรด้าน ปลาสวยงาม ของเรา ก็จะมีการเดินระบบ น้ำที่มาตรฐาน ถ้าถามว่า ถ้าปลาเป็นโรคขึ้นมา 1 อ่าง จะติดกันทั้งหมดมั้ย

ผมตอบได้เลยว่าติด แต่คิดเป็น % แล้วก็น้อยมากครับไม่ถึง 1 % เพราะเนื่องจากเรามีระบบ UV ที่ผ่านการกรองมาแล้ว ถ้าระบบเราติดเชื้อโรคในระบบกรองจุลินทรีย์

เราสามารถทำการฆ่าเชื้อโดยไม่ให้รบกวน ปลาในตู้ได้ เพราะเรามีระบบ วาล์ว แต่ละตู้เป็นเอกเทศแล้ว

เราสามารถ เอาปลาที่ป่วยออกไปได้ทันถ่วงที และล้างตู้และระบบท่อน้ำทิ้ง และ ท่อน้ำเข้าได้

เครื่องทำโอโซนผมว่ามันลงทุนเยอะเกินไปเพียงเท่านี้ ก็ดีในระดับที่ปลาเป็นโรคไม่ติดกันทุกตู้แล้ว

คุณสามารถเลี้ยงแบบไม่ต้องเดินระบบ แบบ หมุนเวียนก็ได้ แถมเปลี่ยนน้ำ ถ่ายน้ำสะดวก

ถ้าผู้เลี้ยงสังเกตุทุกวัน อาการปลาติดเชื้อทุกตู้ก็จะหมดไปครับ

ระบบที่ผมวาดนี้ สามารถ ดูได้ทั้งแนวตั้ง และ แนวนอน นะครับ จินตนาการ ตามสะดวกเลยครับ

แต่ผมว่ายังไงก็ต้องเปลี่ยนน้ำใหม่เข้าไปเพื่อแก้ไขความกระด้างของน้ำ

จบการวิเคราะห์เล็กๆน้อยๆ อยากให้ทุกๆคนมาช่วยเสริมนะครับ เพราะ ผมคิดคนเดียวไม่รอบคอบ หรอกครับ
« Last Edit: June 26, 2007, 02:09:27 pm by namaru »
เป้าหมายตอนนี้  RREA  Red King Cobra Mosaic High Dorsal Swallow

Nana

  • Guest
ดีมากค่ะ คิดว่าเคยเห็นคล้ายๆแบบนี้จากเวปของคนสิงคโปร์/เวปของอเมริกัน ไม่แน่ใจ
และจำได้ว่า เจ้าของเขาบอกว่าประหยัดเวลาในการเปลี่ยนน้ำไปมากมาย คุ้มมาก
แต่ขอยืนยัน(จากที่อ่านๆมา)เหมือนคุณ cyber_g ว่า ระบบต้องมีจุลินทรีย์อยู่
ดังนั้นไม่ควรใช้ ยูวี  ยูวีจะฆ่าทั้งเชื้อโรคและจุลินทรีย์ที่ดีไปด้วย

Offline namaru

  • Experience User
  • ****
  • Posts: 464
  • Gender: Male
    • View Profile
ถ้าไม่ใช้ แสง UV ในการบำบัดน้ำ จะทำให้ระบบหมุนเวียนอัตโนมัติ ติดเชื้อโรคได้โดยง่าย

เชื้อโรคไม่ได้เกิดมาจาก การติดเชื้อในน้ำอย่างเดียวครับ อากาศสามารถนำพาเชื้อโรคพวกนี้มาด้วยเช่นกัน

เนม ออกแบบมาคำนึงถึง การเปลี่ยนถ่ายน้ำ ที่เป็นแบบระบบ น้ำรีไซเคิล เสียมากกว่า

จุลินทรีย์ในน้ำ จะอยู่ในช่องของ หินพัมมิส เพื่อให้เขากำจัดแอมโมเนียออกไป เมื่อกำจัดแอมโมเนียเสร็จ ก็ผ่านกระบวนการขจัดเมือก และ โปรตีนที่หลงเหลือในน้ำ

ผ่าน คาร์บอน เพื่อดูดซับ สีและกลิ่น สุดท้าย เติมอ๊อกซิเจน  และกำจัดเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อปลาให้หมดไป ด้วยหลอด UV ( Skimmer กับ UV สองตัวนี้ ราคารวมกันก็ 12,000 บาทครับ

สามารถใช้กับน้ำได้ 5 ตัน / ชั่วโมง) คิดคำนวนตู้ล่ะ 50 ลิตร 100 ตู้ ก็เปลี่ยนน้ำแบบ 100% เสร็จภายใน 1 ชั่วโมง  แต่เราต้องคำนวนเรื่องของแรงดัน พลังงานจล และความปลอดภัย ต่อไปอีก
 
ถ้าให้ผมเลือก มีจุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์ แต่ต้องมีเชื้อโรค เข้าไปทำให้ปลาเราป่วย เพราะถ้าในน้ำไม่มีการจกำจัดเชื้อโรคออกไป มันก็จะขยายตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว

และอาการป่วยด้วยโรคเดียวกันแบบยกชุดจะตามมาทันตาเห็นภายใน 24 ชัวโมง

ผมว่า สู้กำจัดมันออกไปให้หมด ซะจะยังดีกว่าครับ ในความคิดนะครับ
« Last Edit: June 27, 2007, 08:31:15 am by namaru »
เป้าหมายตอนนี้  RREA  Red King Cobra Mosaic High Dorsal Swallow

Offline kombua

  • k+G+B
  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 1,027
  • Gender: Male
  • Tel. : 084 1557514, 085 2219023
    • View Profile
    • k+G+B Guppy Studio
Filtration system in a typical aquarium: (1) Intake. (2) Mechanical filtration. (3) Activated carbon filtration. (4) Biological filtration medium. (5) Outflow to tank.The common freshwater aquarium maintained by a home aquarist typically includes a filtration system, an artificial lighting system, air pumps, and a heater. In addition, some freshwater tanks (and most saltwater tanks) use powerheads to increase water circulation.



Function and design
From the outdoor ponds and glass jars of antiquity, modern aquaria have evolved into a wide range of specialized systems. Aquaria can vary in size from a small bowl large enough for a single small fish, to the huge public aquaria that can simulate entire marine ecosystems. The most successful aquaria, as judged by the long-term survivability of its inhabitants, carefully emulate the natural environments that their residents would occupy in the wild.

Freshwater aquaria remain the most popular due to their lower cost and easier maintenance, but marine (saltwater) aquaria have gained cachet as dedicated enthusiasts prove it is possible to preserve these challenging environments.

Design
 Combined biological and mechanical filtration systems are now common; these are designed to remove potentially dangerous build-up of nitrogenous wastes and phosphates dissolved in the water, as well as particulate matter. Filtration systems are the most complexly engineered component of most home aquaria, and various designs are used. Most systems use pumps to remove a small portion of the tank's water to an external pathway where filtration occurs; the filtered water is then returned to the aquarium. Protein skimmers, a filtration device that removes proteins and other waste from the water, are usually found only in salt water aquaria.

Air pumps are employed to adequately oxygenate (or in the case of a heavily planted aquarium, provide carbon dioxide to) the water. These devices, once universal, are now somewhat less commonly used as some newer filtration systems create enough surface agitation to supply adequate gas exchange at the surface. Aquarium heaters are designed to act as thermostats to regulate water temperature at a level designated by the aquarist, when the prevailing temperature of air surrounding the aquarium is below the desired water temperature. Coolers are also available for use in cold water aquaria, or in parts of the world where the ambient room temperature is above the desired tank temperature.

An aquarium's physical characteristics form another aspect of aquarium design. Size, lighting conditions, density of floating and rooted plants, placement of bogwood, creation of caves or overhangs, type of substrate, and other factors (including an aquarium's positioning within a room) can all affect the behavior and survivability of tank inhabitants.

The combined function of these elements is to maintain appropriate water quality and characteristics suitable for the aquarium's residents


http://www.biocrawler.com/encyclopedia/Aquarium
« Last Edit: June 28, 2007, 02:59:23 pm by kombua »

Offline namaru

  • Experience User
  • ****
  • Posts: 464
  • Gender: Male
    • View Profile
รูป ilus วาดสวยมากเลย
เป้าหมายตอนนี้  RREA  Red King Cobra Mosaic High Dorsal Swallow

Nana

  • Guest
จริงๆแล้ว ไม่อยาก ต่อความยาว....... ใครๆก็มีสิทธิคิดอะไรก็ได้ ในเวปนี้ แต่ก็อดไม่ได้ ตามภาษา
คนแก่ ที่คิดว่า ถ้าสามารถช่วยให้เยาวชนของชาติ คิดดี คิดถูก ทำดี ทำถูก ได้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า "นิ่งเสียตำลึงทอง" ดังนั้น ขอนิดนึงนะ
"ผมว่า สู้กำจัดมันออกไปให้หมด ซะจะยังดีกว่าครับ ในความคิดนะครับ"

คิดแปลก คิดแตกต่างจากสิ่งที่คนอื่นสรุปมาแล้ว  เป็นสิ่งที่ดี
แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น  ต้องลองให้เห็นด้วย ว่าที่คิดเอาเอง หนะ ถูกหรือผิด
ดังนั้น ทำเลย เอาข้อมูลมาเผยแพร่กันหน่อย
ถ้าถูก ก็ดีไป กลายเป็นทฤษฏีใหม่ ได้รับการยกย่อง
แต่คิดอย่างเดียว ไม่ได้คิดจะทำต่อ แล้วคิดว่าตัวเองถูก
ก็ถือว่าที่พี่ พิมพ์มาตอนแรกและตอนนี้ ก็แลกเปลี่ยนเล่นๆเฉยๆ จบ

"Protein skimmers, a filtration device that removes proteins and other waste from the water, are usually found only in salt water aquaria."
 "Skimmer กับ UV สองตัวนี้ ราคารวมกันก็ 12,000 บาทครับ"

ดังนั้นถ้า มีตังค์ซะอย่าง อยากใส่ในน้ำจืดด้วย ก็ไม่เป็นไรมัง

« Last Edit: June 29, 2007, 12:50:12 pm by Nana »

Offline kombua

  • k+G+B
  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 1,027
  • Gender: Male
  • Tel. : 084 1557514, 085 2219023
    • View Profile
    • k+G+B Guppy Studio
แนวคิดพื้นฐานสำหรับการบำบัดน้ำ Principles behind Basics.

เมื่อมีส่วนเกิน โดยทั่วไปเราจึงมี 2 ทางในการบำบัดเพื่อกำจัดส่วนเกิน ดังนี้
กำจัดทิ้ง เอาออก ( Removal Filtration ) คือการนำส่วนเกินที่ว่าออกไปจากระบบเลย ไม่นำกลับเข้ามาใหม่
นำกลับมาใช้ใหม่ โดยเปลี่ยนแปลงให้อยุ่ในรูปที่ดีขึ้น ( Recycle Filtration ) คือการนำส่วนเกินที่เกินมา ไปผ่านกระบวนการบำบัด ( แปรรูป ) เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งโดยปกติ ธรรมชาติ จะเป็นระบบอย่างหลัง เพราะโลกของเรามีทรัพยากรเฉพาะที่โลกเท่านั้น โลกจึงมีการหมุนเวียนให้กลับมาใช้ใหม่ได้เรื่อย ๆ
แนวคิดทั้งสองนี้ มีข้อดีและข้อเสียต่างกัน คือ วิธีการเอาออก จะสามารถทำอะไร ๆ ให้ได้ผลรวดเร็ว แต่วิธีการนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นวิธีที่หมุนเวียนและประหยัดต้นทุน รวมถึงสามารถนำเอาส่วนที่เกินแปรรูปมาเสริมเข้ากับส่วนที่ขาดไป แต่ก็มักจะช้ามาก และต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ถ้าหากกระบวนการหรือขั้นตอนนี้ ถูกรบกวน ก็จะทำให้ไม่สามารถหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งอาจมีการคั่งของ ของเสีย หรือ ส่วนที่เกิน ก็ได้
แต่อย่างไรก็ตาม แนวคิดของการหมุนเวียนแร่ธาตุก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเลี้ยงประสบความสำเร็จ ดังนั้นผู้เลี้ยงตู้ทะเลทุกคน จึงควรเข้าใจวงจร การหมุนเวียนของแร่ธาตุ โดยเฉพาะแร่ธาตุที่เป็นสารอาหาร และเป็นตัวหลักที่จะก่อให้เกิดความล้มเหลวของการสร้างระบบได้ ดังนี้
ไนโตรเจน
ฟอสฟอรัส
คาร์บอน
วัฏจักรไนโตรเจน
วัฏจักรฟอสฟอรัส
วัฏจักรคาร์บอน


พื้นฐานสำหรับการกรองน้ำ The Basics.

เมื่อข้างบน เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดใต้พื้นฐานแล้ว ต่อมาก็เป็นพื้นฐานหรือ ลักษณะความสามารถของการกรองหลาย ๆ แบบ ดังนี้
การกรองด้วยวิธีทางกายภาพ ( Mechanical Filtration )

การกรองประเภทนี้ เน้นการ "นำออก" เป็นหลัก การกรองเชิงกายภาพ หรือ การกรองเชิงกล นี้ จะทำโดยให้มีการตกตะกอนของฝุ่นตะกอน หรือ ใช้วัสดุ ( Media ) มาดักฝุ่นในกระแสน้ำ แล้วจึงนำไปทิ้งอีกที วัสดุเหล่านั้น ได้แก่ แผ่นตาข่าย ใยไนลอน ใยแก้ว หรือแม้กระทั่งเศษหิน เศษก้อนกรวด หรือ ฟองอากาศ ( ในหลักการของโปรตีนสกิมเมอร์ที่จะกล่าวต่อไป ) ข้อดีคือ การกรองด้วยวิธีนี้ ได้ผลเร็ว โดยเฉพาะน้ำที่มีตะกอนขนาดใหญ่ หรือ มีของเสียมาก ขณะเดียวกัน การกรองด้วยวิธีนี้ จะต้องมีการดูแลค่อนข้างบ่อย เนื่องจากว่า หากไม่มีการดูแลเปลี่ยนวัสดุกรองแล้ว จะทำให้เกิดการอุดตัน หรือ ตะกอนนั้นแปรสภาพละลายกลับคืนสู่น้ำทะเลใหม่ แล้วทำให้คุณภาพน้ำทะเลนั้นแย่ลงอีกครั้งหนึ่ง
 
การกรองด้วยวิธี ชีวภาพ ( Biological Filtration )
การกรองด้วยระบบชีวภาพนี้ เน้นการใช้สิ่งมีชีวิต ในการบำบัดน้ำ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ อาจเป็นได้ทั้งสิ่งมีชีวิตที่เราจับต้องได้ และสิ่งมีชีวิตที่เราจับต้องได้ยาก อย่างเช่นพวกแบคทีเรียเป็นต้น สิ่งมีชีวิตที่เราจับต้องได้ส่วนใหญ่ จะมีความสามารถในการเก็บกินเศษซากอาหาร ซึ่งเราเรียกว่าพวก Scavangers ( กินซากศพ ) กับ Detrivores ( กินซากสารอินทรีย์ ) สิ่งมีชีวิตพวกนี้จะเก็บกินซากอาหารเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานของตนเอง และเป็นผู้ย่อยสลายขั้นต้นของระบบนิเวศน์ เพื่อส่งต่อให้กับจุลชีพ ก็คือ ผู้ย่อยสลายขั้นต่อมา แต่ในความหมายเชิงการกรองระบบชีวภาพที่พูดถึงกันในระบบตู้ทะเล จะหมายถึงการบำบัดน้ำโดยอาศัยจุลชีพ มากกว่าที่จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่จับต้องได้
กระบวนการบำบัดน้ำด้วยวิธีชีวภาพจึงแบ่งเป็น
1. จุลชีพ( หรือสิ่งมีชีวิต ) นำเอาสารอาหารหรือแร่ธาตุเข้ามาเป็นส่วนประกอบของร่างกายตัวเอง ( Assimilation )
2. จุลชีพ หลั่งสารออกมารอบตัวเพื่อทำการย่อยสลายสารอินทรีย์ขนาดใหญ่ที่อยู่นอกตัวเอง ให้มีขนาดเล็กลงเพื่อดึงสารที่จำเป็นเข้ามาใช้เป็นพลังงานของตัวเอง
3.จุลชีพ ทำการสังเคราะห์สารขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง โดยอาศัยวัตถุดิบจากสารอาหารที่ได้จากข้อที่ 1.
การบำบัดน้ำโดยวิธีชีวภาพ มีข้อดีคือ ค่อนข้างมีความสมบูรณ์มากกว่าระบบทางกายภาพ และสามารถกำจัดสารพิษหลาย ๆ อย่างที่ทางกายภาพไม่สามารถจะกระทำได้ แต่ก็ต้องขึ้นกับจำนวนและปริมาณของจุลชีพเป็นหลัก ดังนั้น หากจะใช้การบำบัดน้ำโดยวิธีชีวภาพ จึงต้องอาศัยเรื่องของเวลา รวมถึงความหลากหลายของจุลชีพ ให้สามารถบำบัดของเสียได้อย่างพอเพียง เป็นที่มาของคำว่า ใช้เวลาในการเดินระบบ ( รันระบบ Run ) ซึ่งอาศัยเวลาประมาณ 1 - 4 สัปดาห์ขณะตั้งตู้ใหม่
หากมองที่การใช้งาน วิธีการบำบัดน้ำชีวภาพแบบใช้จุลินทรีย์ ยังแบ่งย่อยออกเป็น
Aerobic Filtration หรือการกรองโดยใช้ออกซิเจน ตามปกติการสันดาปหรือการทำลายสารอินทรีย์หนึ่ง ๆ จะทำการย่อยสลาย แล้วจะกลายเป็นอาหาร หรือผลผลิตที่เป็นของเสียที่มีความเป็นพิษลดลง การมีออกซิเจนมาก ๆ จะทำให้ทำงานได้ดีขึ้น ข้อดีของการกรองระบบนี้คือ ได้ผลเร็ว แต่ก็มีข้อเสียคือ ของเสียที่มีพิษลดลง ก็ยังเป็นของเสียอยู่ และการกำจัดแบบใช้ออกซิเจนไม่สามารถกำจัดได้อย่างหมดจด จึงมีแนวโน้มที่คุณภาพน้ำที่เลี้ยงจะแย่ลองอย่างช้า ๆ
Anaerobic Filtration หรือการกรองแบบไร้ออกซิเจน การกรองแบบนี้จะอาศัยจุลินทรีย์โดยเฉพาะแบคทีเรียที่ไม่อาศัยอยู่ในที่ๆ มีอากาศหรือออกซิเจนเลย หากแบคทีเรียแบบนี้สัมยัสกับอากาศก็จะตาย การกรองแบบนี้จึงใช้เวลาช้า และพื้นที่สำหรับกรองมาก แต่ก็ประหยัดกว่าและสามารถกำจัดของเสียได้สมบูรณ์กว่า

การกรองด้วยวิธีการทางเคมี ( Chemical Filtration )
จริง ๆ หลักการของการกรองด้วยวิธีการทางเคมี มักจะไม่ได้กล่าวถึงการใช้ปฏิกริยาทางเคมีเท่าไหร่ แต่จะหมายถึงการใช้พันธะทางเคมี เพื่อทำการ "ดูดซับ" ของเีสีย หรือ มลพิษส่วนเกินจากน้ำออกมา แล้วนำไปทิ้งเสียมากกว่า แต่กระบวนการกรองทางเคมีจริง ๆ จะรวมไปถึง การเร่งปฏิกริยาทางเคมีด้วยเหมือนกัน เช่นการใช้แคลเซียมปริมาณมากอย่างผงปูนขาว โรยก้นบ่อ เพื่อกำจัดของเสีย ( ฟอสเฟต ) ให้ตกตะกอน กลายเป็น แร่อพาไทต์ ( แคลเซียมไฮดรอกซี่ฟอสเฟต / แคลเซียมอพาไทต์ ) เป็นต้น แต่อย่างหลังจะมีปัญหากับความเปลี่ยนแปลงของระบบที่รวดเร็วเกินไปจนสิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงมักจะปรับตัวไม่ทัน ดังนั้น การกรองทางเคมีนี้ จึงหมายถึงแค่การนำตัวดูดซับมาใช้

ตัวดูดซับที่ใช้กันในปัจจุบันนี้ มีดังนี้
- ถ่านคาร์บอน หรือ แอคติเวตคาร์บอน Activated Carbon หมายถึงถ่านที่มีรูพรุน ถูกบำบัดด้วยการเผาที่อุณหภูมิ 300 - 700 องศาเซลเซียส ( อาจสูงถึง 1,200 องศาเซลเซียสก็ได้ ) ถ่านจะทำหน้าที่ในการดูดซับสารอินทรีย์ และ แร่ธาตุโลหะหนักอื่น ๆ เข้ามาอยู่ในรูพรุนนั้น เมื่อไหร่ที่รูพรุนของถ่านเต็ม ก็ต้องนำออกมา ไม่เช่นนั้นจะปลดปล่อยของเสียคืนสุ่ระบบได้ อนึ่ง ถ่านเหล่านี้ ทำมาจากไม้ ซึ่งมักมีฟอสเฟตเป็นองค์ประกอบด้วย จะทำให้ฟอสเฟตในตู้เพิ่มขึ้นได้ การเลือกถ่านที่มีคุณภาพสูงจึงจำเป็นเช่นกัน
- ตัวดูดซับไนเตรต แอมโมเนีย ฯลฯ
- ตัวดูดซับฟอสเฟต
- ตัวดูดซับซิลิเกต
- ตัวดูดซับอื่น ๆ

4 ตัวหลังนี้จะรวมกันพูดทีเดียว เนื่องจาก ว่า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะทำออกมาเพื่อลดตะไคร่และสาหร่ายเป็นหลัก ซึ่งมักจะมีฤทธิ์ดูดซับแร่ธาตุอาหารในน้ำทั้ง 3 ตัว อยู่แล้ว ตัวดูดซับเหล่านี้ อาจทำมาจาก ออกไซด์ของอลูมิเนียม ออกไซด์ของเหล็ก ฯลฯ ซึ่งมีความสามารถในการดึงสารอาหารเหล่านี้ออกมาจากน้ำทะเล ได้เป็นอย่างดี และเช่นเดียวกับถ่านActivated Carbon เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง ที่ผิวหน้าสัมผัสของสารดูดซับนี้เต็ม ก็จำเป็นจะต้องเปลี่ยนตัวดูดซับอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งสามอย่างนี้ คือพื้นฐานของการกรองน้ำที่สำคัญสำหรับตู้ทะเล ได้แก่ กรองน้ำเชิงกายภาพหรือเชิงกล / การกรองน้ำทางชีวภาพ / และการกรองน้ำทางเคมี
เมื่อได้ทราบพื้นฐานแล้ว ต่อมาก็มีคนนำพื้นฐานของหลักการกรองน้ำมาประยุกต์ใช้กับการบำบัดน้ำ ทำให้เกิดอุปกรณ์เครื่องมือ สำหรับการบำบัดน้ำมากมาย รวมไปถึง "ระบบ"หรือสูตรสำเร็จสำหรับ การติดตั้ง การบำบัดน้ำให้ได้ผลดีและง่ายต่อการนำไปใช้


ข้อความทั้งหมดคัดลอกมาฝากนะครับ ขอบคุณ RT ที่เอื้อเฟื้อบทความ
ทำไมต้องใช้ สกิมเมอร์?
- เพื่อกรองซากพืชซากสัตว์และสิ่งสกปรกในน้ำออกมาเพราะสิ่งสกปรกเหล่านั้นเป็นอาหารอย่างดีของแบคทีเรียซึ่งจะทำให้ น้ำเน่าเสียในเวลาต่อมา
- เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำเพราะ สกิมเมอร์จะดูดอากาศเข้าไปในน้ำจำนวนมากทำให้น้ำมีปริมาณออกซิเจนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
- ลดค่า BOD/COD ในน้ำ
- ลดก๊าซแอมโมเนีย ไนไตร์ท ซึ่งเป็นอัตรายต่อสัตว์น้ำ
- กรองน้ำได้ย่างรวดเร็ว ราคาถูกเมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ
- สามารถเลี้ยงสัตว์น้ำได้ในความหนาแน่นที่สูงขึ้น
- ของเสียที่ได้จากสกิมเมอร์สามารถนำไปทำปุ๋ยได้ทันที

http://www.innovationidea.com/skimmer_th.html
« Last Edit: June 29, 2007, 12:52:37 pm by kombua »

Nana

  • Guest
ดีค่ะ ละเอียดดี แต่เป็นของน้ำเค็ม
ดีตรงทำให้เข้าใจ หลักการกว้างๆ
ส่วนรายละเอียด ระหว่างตู้น้ำจืด น้ำเค็ม คงมีอีกเยอะ