Author Topic: มาร่วมกันทำWORKSHOPกันหน่อย / หัวข้อ "อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ปลาป่วย"  (Read 1036 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

nopparat

  • Guest
มาร่วมกันทำWORKSHOPกันหน่อย / หัวข้อ "อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ปลาป่วย"  โดย เฮีย siangchai
   
               มาช่วยกันทำ WORKSHOP กันดีกว่า คนใหม่ มือใหม่ ก็จะได้รับประโยชน์ คนเก่าๆ ที่มีประสพการณืก็จะได้
มา share ความรู้/ประสพการณ์ร่วมกัน อะไรที่ยังไม่เคยเจอ ก็จะได้ระวังไว้  อะไรที่เคยเจอก็จะได้บอกกว่ากันเอาไว้  
ใครใคร่ใช้  ก็เอาไปใช้  ต่างคนต่างได้ประโยชน์  ผมขอเสนอปัจจัยแรกก่อนเลย 1 ซื้อปลามาก็ป่วยมาอยู่แล้ว  สำหรับผม
ถ้าซื้อปลาใคร จะดูน้ำก่อน เพราะถ้าปลาป่วยมักจะขับเมือกออกมา  ดังนั้นผิวน้ำจะมีเมือกปลาอยู่  แต่ถ้าใส่  ฟอมารีน ไว้ก็
จะไม่ค่อยมีเมือก ก็อาจต้องลองดูว่ามีกลิ่นอะไรแปลกๆ หรือเปล่า SAFTY FIRST ถ้าแน่ใจว่าปลาไม่ป่วยเมื่อกลับถึงบ้าน
ก็ต้องพักปลา ปรับ อุณหภูมิ/ปรับให้ปลาค่อยๆ คุ้นและปรับตัวให้เข้ากับสภาพน้ำของเราอย่างช้าๆ จะได้ไม่เกิดอาการ
SHOCK น้ำเอาหละครับ ขอเชิญท่านอื่นๆ ร่วมแสดงความเห็นอื่นๆ หรือช่วยเพิ่มเติมก็ขอบคุณล่วงหน้าครับ   
          
                สำหรับคนที่พึ่งเลี้ยงปลา หรือ เลี้ยงนานแล้วนะครับ การปรับน้ำมีส่วนสำคัญมาก เวลาที่เราเอาปลามาใหม่ควร
ขอน้ำจากร้านมาให้มากที่สุด ต่อมาเราก้อแช่ถุงปลาเพื่อปรับอุณหภูมิอย่างน้อยซัก 1 ชม. ต่อมาเราก้อปล่อยปลากับผสมน้ำ
ที่บ้านเรา ลงไปด้วย ซัก 1 ใน 3 โดยประมาณ หลังจากนั้นก้อทยอยเติมน้ำลงไปเรื่อยๆ ทุกวันครับพร้อมดูดขี้ปลา
ส่วนอาหารก้อควรงด ให้ซัก 2 วัน ไม่ต้องกลัวว่าปลาจะตายนะครับ การให้ปลากินอาหารเลย บางทีทำให้ปลาตายก้อมีส่วน
อย่างที่เฮียเขาแนะนำครับ aquacon ใช้ดีมากเลยครับ หมดปัญหาเรื่องคลอรีน และ วัตถุหนักที่เจือปนมากับน้ำ แถมใช้
ง่ายด้วยครับ และที่สำคัญ ปลาใหม่ มาอย่าไปจุกจิกกับมันมากครับ เท่าที่เคยถามๆไป บางคนเขาเห็นน้ำขุ่นหน่อยก้อ
เปลี่ยน เปลี่ยนบ่อยๆ ให้ใสๆ เพราะรู้สึกว่า   ปลาคงชอบครับ แล้วเราก้อดูสะอาดด้วย แต่ไหงกลับตาย ก้อมีครับ   

                  เล่าให้ฟังกันนะครับ สมัยคุณเรือนสั่ง red amino เข้าเมืองไทยจาก FRANK CHAN  ตอนนั้นคุณเรือน เตรียมตู้
เตรียมน้ำไว้หลายวันก่อนปลาเข้า แกเล่าให้ฟังว่า เอาถุงแขวนแช่ไว้ในตู้ แล้วพักไว้ (เปิดถุงด้วย) จนแน่ใจว่าอุณหภูมิเท่า
กันแล้ว จึงค่อยปรับสภาพน้ำ โดยตักน้ำในถุงออกมานิดหน่อย เติมน้ำในตู้ลงไปในถุงนิดหน่อย  เอาออกไปเท่าไหร่ เอาน้ำ
ใหม่เติมลงไป   เท่านั้น (โดยทั่วไปฝรั่งเขาบอกว่าทีละ10-20ซีซี) ค่อยๆ ทำไป  เห็นคุณเรือนบอกว่าหลายชั่วโมง เพราะน้ำใน
ถุงที่ pack ปลามา เค็มเอามากๆ ต้องค่อยๆ ทำ พอปรับเรียบร้อยจึงค่อยๆ เอาปลาปล่อยลงตู้ ใส่ยากันติดเชื้อ (เพราะปลาอ่อน
เพลียมาก จากระยะทาง/เวลา/การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม)  พักปลาไว้  อดอาหาร  จนกว่าปลาจะแสดงอาการว่า มัน
แข็งแรงดีแล้ว  จึงค่อยๆ ให้อาหาร (ไรเป่า) ทีละน้อยๆ  แล้ววันต่อๆไปจึงค่อยๆ เพิ่ม  จึงค่อยกลายเป็น RED ALBINO ของ
เกือบทุกสายในเมืองไทย     

                   สมัยนั้นเป็นอะไรที่  'xite มาก ทุกวันจะมีคนเข้าบ้านคุณเรือนเกือบ 10 ราย เพื่อไปดูความคืบหน้า ติดตามผล
เฝ้าดูอาการที่ดีวันดีคืน เพราะทุกคนอยากได้ลูกๆ ของมันไปเลี้ยงบ้าง จึงเป็นห่วง เลยติดตามอาการตั่งแต่รุ่นพ่อแม่มัน
มากๆ ก่อนหน้า RED ALBINO คุณเรือน มีปลาที่ดังมาก คือ WHITE TAIL rrea ตาแดง เป็นปลาทักซิโดตาแดง ที่เคลือบ
สีเงินขาว ตลอดทั้งตัว ยันหาง และเคลือบหนามาก หางหนา สมัยก่อนปลาไซค์เล็ก ประมาณ 2-2.5 ซ.ม คู่ละ 5,000 บาท
รับปลาตามคิว คิวปลายาวจนถึงลูกปลาในท้อง เคยเห็นกับตา ได้ยินกับหู มีคนเข้ามาขอซื้อตัวเมียแม่พันธุ์ท้องแก่ ตัวเดียว
18,000 บาท แต่คุณเรือน แกบอกขายไม่ได้ เพราะมีลูกค้าจองลูกในท้องมันหมดแล้ว (ซึ่งก็ไม่รู้จะได้แน่ๆ กี่ตัว และสมบูรณ์
แข็งแรง ฟอร์มดีๆ ที่อยู่ในคุณภาพ ตามมาตราฐานของคุณเรือน) สมัยก่อน มันมาก/สนุกมาก มีอะไรๆ ตื่นเต้นทุกวัน
เล่าให้ฟังหลายๆ เรื่อง หลายๆ มุม   
   
                    อีกปัจจัยนึงผมว่าอาหารครับ บางครั้งเราให้อาหารสดปลากินพุงกางเราก็เห็นว่าแข็งแรงดีแต่บางวันให้ปริมาณ
เท่ากัน วันรุ่งขึ้นหงายท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ ปลาจะกินมากวันที่อากาศร้อนครับ และกินน้อยลงเมื่ออากาศเย็น ปริมาณ
อาหารที่ให้ในแต่ละวันจึงควรมีเวลาในการให้ช้าๆ ค่อยดูว่าปลากินหมดใน 5- 10 นาที ระวังอาหารสำเร็จรูปครับ เราเห็นว่า
ปลากินยังไม่อิ่ม ยังไม่อ้วนก็ใจดีให้ต่อ ปลาก็จากไปได้ง่ายครับ เพราะอาหารสำเร็จรูปต้องให้ในปริมาณพออิ่มเพราะจะอืด
ในท้องปลา ตำราบอกว่าไม่ค่อยมีปลาหิวตายนะครับ มีแต่กินจนตาย ถ้าเราให้กินมากไปยังส่งผลให้อาหารเหลือเกิดก๊าซ
แอมโมเนีย ซึ่งถ้ามีในปริมาณมากก็ตายกันถ้วนหน้า อาหารสดก็เช่นกันครับ ตู้ 16 นิ้ว มีปลาสัก 10 ตัว แต่มีอาทีเมีย
มาช่วยหายใจอีก 1,000 ตัวน่าสงสารปลาครับ เค้าจามาลอยคอบอกเราบนผิวน้ำทำปากพะงาบพะงาบ ซึ่งถ้าใครไม่เข้าใจ
ก็จะเกิดภาพน่ารักขึ้น ปลามาขออาหารอีก ...กรรมครับ ให้แต่พอดีมีเวลาสังเกตเค้าหน่อยปัจจัยนี้ก็ไม่น่ากังวลแล้วครับ   
                     อีกปัจจัยครับสารพัดโรคที่เกิดกับปลาน้อยส่วนใหญ่มาจากความสะอาดในที่เลี้ยง เรารักปลากันก็อยากให้
เค้าอยู่บ้านสะอาดใช่มั้ยครับ บางทีเค้าพึ่งลืมตาดูโลกไม่กี่วันเห็นเมือกแม่ปลาที่ลอยในน้ำก็สงสารลูกปลากลัวจะสกปรก
เปลี่ยนน้ำเค้าทันที จากวันนั้นก็ร่วงกันวันละตัวสองตัว ประสบการณ์นี้ทำให้รู้ว่า ช่วง 7-10 วันแรกหลังคลอด ไม่ควรเปลี่ยน
น้ำเลยครับ เพราะลูกปลาบอบบางอาจจะพิการได้และบอบบางเกินกว่าจะปรับตัว หลังจากนั้นผมจะเปลี่ยนน้ำ ทุก 3-5 วัน
ตามสภาพน้ำและอากาศ โดย ถ่ายออกไม่เกิน 50 เปอเซ็นต์  ยกเว้น เรดอะบิโนไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ เหตุผลในการ
ถ่ายน้ำ 3 วันขึ้นไป เพราะหากเปลี่ยนน้ำทุกวันปลาต้องปรับตัวตลอดเวลาทำให้ปลาโทรมและไม่อยากอยู่บนโลกนี้ต่อไป
แต่หากเกิน 5 วันปลาจะชินกับน้ำเรื่มแก่หาก ถ่ายน้ำจะทำให้ปลาช็อกน้ำได้ กฎนี้ยกเว้นหน้าร้อนครับเพราะหน้าร้อนปลา
กินเยอะถ่ายบ่อยก็ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยขึ้นคับ   
   
                      ตามความเห็นส่วนตัวนะครับ  สำหรับปัจจัยที่ทำให้ปลาป่วย
                     1. ติดโรคจากปลาที่ซื้อเข้ามาใหม่ โดยใช้ภาชนะร่วมกัน - ต้องระวังให้มากครับ ปลาใหม่จากบ้านใครก็ไว้ใจ
ไม่ได้
                     2. น้ำสกปรก ขี้ปลาหรืออาหารปลาที่เหลือเยอะเกินไป - ควรจะเปลี่ยนถ่ายน้ำ 20-30% ทุก ๆ 3-4 วัน อาหาร
ที่ให้ก็ต้องให้กินให้หมด
                     3. การใช้ยาในอัตราที่มากเกินไป - บางทีปลาก็ปกติ แต่กลัวว่ามันจะป่วย ก็ใส่ยา ทำให้ปลามันน๊อคเอาง่าย ๆ
ได้เหมือนกัน
                     4. อุณหภูมิที่เปลี่ยนกระทันหัน หรือ คุณสมบัติของน้ำที่เปลี่ยนกระทันหัน ปลาปรับตัวไม่ทัน - อาการพวก
ครีบห่อ หางลู่ จะตามมา ต้องระวังให้มาก ๆ

iamteera

  • Guest
บางทีปลาที่บ้านน่ะครับ น้ำก็ดี อาหารก็ดี ให้ตามปกติ น้ำก็ใสเหมือนเดิม เกิดเหตุครับ ครั้งที่แล้วเพาะสายสวอลโลได้เป็นร้อยตัวกะจะมาทำต่อซ่ะหน่อย มันร่วงทุกๆวันจนหมดเลย ไม่รู้ว่าเกิด?ขึ้นน่ะ หรือว่า มันเป็นวิธีการทางธรรมชาติที่ไม่ให้ปลาหางนกยูงล้นโลก ฮิฮิ ;D