Author Topic: ประสบการณ์ของผู้เลี้ยงปลามือใหม่(ที่อยากเล่าให้เป็นอุทาหรณ์คะ)  (Read 4633 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Watery_Wing

  • Guest
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2549 วันมาฆบูชาพอดีเป๊ะๆ สำหรับคนที่มีแฟนทำงานแล้ว ก็เหมาวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ไปด้วยซะเลย

ก็ไปซื้อปลามาเลี้ยงอีกครั้งนึง(หลังจากเคยเลี้ยงแบบมั่วซั่วจนตายหมดไปชุดนึงแล้ว...ไม่ได้ตายทีเดียวหมดนะคะ กว่าจะตายหมดก็ครึ่งปีละคะ) ถือเป็นของขวัญวาเลนไทน์ที่ราคาถูกและดีอีกอย่างนึง(สำหรับคนทุนน้อย) อากาศดีมากๆเหมาะกับการไปจตุจักรแล้วไม่ร้อนตับห้อยต่องแต่ง แต่ที่ไหนได้ ขาก้าวเข้าข้างในปุ๊บฝนตกแบบไม่ลืมหูลืมตา ด้วยเวลาที่จำกัดเพราะเจอกับแฟนได้อาทิตย์ละครั้ง เลยตัดสินใจ "ลุยฝน" กัน  ;)

กว่าจะไปถึงมุมปลาก็เปียกไปทั้งตัว(บิดน้ำออกมาจากเสื้อไหลจอกๆเลยคะ) ไปเหลือบเห็นร้านขายปลาหางนกยูงสวยมากๆ (น่าจะเป็น Blue tail Swallowมั้งคะ) ผู้1 เมีย2 แต่ดูราคาก็อึ้ง!! 3ตัว 490!!(ตอนนั้นไม่รู้หรอกคะว่าหางนกยูงเค้าเลี้ยงกันแบบพวกพี่ๆด้วย รู้แต่ชาวบ้านชอบซื้อมาใส่บ่อบัว เพราะตายยากลูกดก) เลยไปร้านด้านใน ซื้อปลามาดังนี้คะ ปลาหางนกยูง(หางแดงๆหน่อย) ผู้3 เมีย3 บอลลูนแดง2 บอลลูนขาว2 บอลลูนดำ2 บอลลูนส้ม2 ตอนตักเรารึอุตส่าปรานีตกลัวปลาตาย แต่ลูกชายเจ้าของร้านนี่สิ เล่นตักไม่ปราณีอะไรเลย เอาช้อนตักทีละตัว จ้วงๆๆๆๆ(แบบไม่สนว่าปลาจะโดนช้อนบี้ไหม) ยืนมองตาค้างสักครู่จึงบอกเค้าไม่ต้องนับ เพราะมี 14 ตัว ชัวร์ๆ เค้าก็เทพรวดๆลงไปเลย >:(

ทีนี้ว่า ปั๊มลมที่บ้านอันเก่ามันเสียงดังมากๆๆๆ(แบบว่าเอาชั้นหนังสือมาวางทับกองเบ้อเร่อ+ดัมเบิล9กก+ดัมเบิล2กก3อัน แล้วมันยังดัง-*-)ไม่รู้อีกแหละคะว่าลูกยางข้างในมันเสีย เลยไปหาปั๊มลมมาใหม่ ตอนเสียบให้ดูมันก็ใช้ได้นะคะ ดูแล้วมันเบาดีเงียบดี ที่ไหนได้ มาใช้งานจริง ไม่มีลมซักแอะ-*-a แถมปั๊มก็ร้อนฉ่าๆเลย กลัวมันจะไหม้มองดูดีๆข้างใน ตรงรูขันนอตมันหักคะ เลยกลายเป็นปั๊ม50บาทที่ซื้อมาก็ซื้อมาฟรีๆเลยคะใช้ไม่ได้ >:(

กลับมาบ้านไม่ได้เตรียมน้ำเตรียมระบบกรองเตรียมอะไรไว้เลยคะ(เหอๆไม่ดีนะคะอย่าทำตาม) ก็เอาตู้ไปล้าง ล้างอุปกรณ์(น้ำประปาธรรมดาๆนี่ละคะ) เอาน้ำประปาใส่ยาลดคลอรีน ทิ้งไว้ 1ชม. แล้วก็แช่ปลาไว้ 15นาที เสร็จก็เทพรวดลงไปหมดเลย แน่นอนว่าจากด้านบน ปลายังไม่มีออคซีเจนคะ... ไม่มีไม้น้ำด้วย มีแต่ต้นไม้ปลอม คืนนั้นปลาตายไป4ตัวติดๆกัน(ปลาหางนกยูงผู้2 เมีย2คะ)... ยังคะ ยังไม่เอะใจอะไร คิดว่าคงช้ำมาจากที่ร้านอะแหละ

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2549 หยุดเรียน จึงไปรอแฟนเลิกงานตอนเย็น

ไปเที่ยวที่แถวบ้านแฟน(ทางเข้าไปเคหะธนฯ ข้างๆโลตัสอะคะ) ก็อยากได้ปั๊มลมมา อยากได้ต้นไม้น้ำด้วยคะเพราะปั๊มลมตัวเก่าเสีย ปลาก็ไม่มีออคซีเจนอะคะกลัวมันจะตายหมดตู้ เลยพากันเดินไม่มีจุดหมายหวังว่าคงจะเจอซักร้าน ก็เจอเข้าจนได้ เขาก็ดีนะคะ เอาออกมาลองจริงๆเลย อธิบายด้วยว่าราคาเท่านี้ ต่อสายยาวได้เท่าไหน มีหัวแยกได้ไหม เพื่อที่ปั๊มลมจะได้ไม่เสียไว

และเป็นที่เดียวกันที่ได้ Sunset ตาดำธรรมดาๆ(ผู้1 เมีย2) กับ Full Platinum(ผู้1 เมีย2) << อันหลังเนี่ยไม่แน่ใจนะคะว่าชื่อไรแน่ แต่ได้ยินเจ้าของร้านบอกว่า Blue Platinum อ่ะคะ(ใครมีรูปรบกวนช่วยเอามาลงให้หน่อยนะคะ) และตัวเมียสายพันธ์ธรรมดาอีก 2 ตัว เพราะเป็นครั้งแรกด้วยที่ได้รู้ว่า ควรซื้อปลาหางนกยูงแบบ ผู้1 เมีย2 และทำไมต้องมีสาหร่ายหางกระรอกหรือไม้น้ำ(เพื่อให้ลูกปลามีที่หลบ และเปนอาหารเวลาที่เราไม่อยู่) ก็ตัวละ 40 บาทคะ(เคยซื้อแต่ตัวละ 3-5บาท) เจ้าของร้านบอกว่าบีบคอเพื่อนมาขาย จริงๆเค้าขายกันตัวละหลายร้อยคะ

ทีนี้ตู้บ้านเมย์ก็เล็ก แต่อยากได้สาหร่ายหางกระรอกมาใส่มั่ง เจ้าของร้านเลยไปจัดให้เอาแต่ต้นสั้นๆ(ตอนนี้อยู่ในตู้สวยกำลังดีเลยคะ) สรุปวันนั้น แบกของหนักอึ้งกลับบ้านอย่างทุลักทุเลเพราะคนเยอะและทางไกล

ก็เหมือนเดิมคะ ตักน้ำออกจากตู้ครึ่งนึง เอาถุงปลา ซันเซทกับแพลตินั่มแช่ไว้ 15นาที แล้วเทน้ำออกใส่ตู้ เอาหางนกยูงตัวเมียอีก 2 ตัว กับสาหร่ายหางกระรอกแช่น้ำไว้ 15นาที แล้วเทน้ำใส่ตู้อีก เอาสาหร่ายหางกระรอกจัดให้เรียบร้อย สรุปแล้วตอนนั้นมีปลาในตู้ 10+3+3+2= 18ตัว ในตู้ขนาด12*6*8 นิ้ว ...

คืนวันที่ 13-วันที่14 กุมภาพันธ์ มีปลาตายไปทั้งสิ้นในเวลา ไม่ถึง 24 ชม ถึง 4 ตัว และในคืนวันที่14 มีปลาตายไปอีก 5ตัว และอาการร่อแร่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้นเองที่ได้รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องปรกติแล้ว ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ คืนวันที่ 14 นั้นเอง เป็นวันที่ไม่ได้นอน เอาแต่หาข้อมูลอย่างเอาเป็นเอาตาย รอคำตอบจากบอร์ดต่างๆ ดูอาการปลาไปด้วย ตอนนั้นมีอาการดังนี้คะ

ก่อนตาย... ว่ายมั่ง นิ่งมั่ง เวลานิ่งจะนอนนิ่งๆอยู่ที่ก้นตู้ดูเหมือนตาย แต่จู่ๆก็จะเด้งขึ้นมาว่ายอีก แล้วก็นิ่งอยู่ที่ก้นตู้อีก อย่างนี้ไปเรื่อยๆจนมันตาย...
ผลการชันสูจน์ศพ เหงือกปลามีสีแดงเหมือนมีเลือดออก ตามลำตัวก็ช้ำๆเลือดด้วย ส่วนใหญ่จะตายอ้าปากตัวแข็งทื่อ หางและคลีบหลุดลอกเปื่อยไปหมด(ทั้งที่ตายไม่นาน)
:'(

ระหว่างรอคำตอบปลาก็ตายไปเรื่อยๆ จนตัดสินใจเอาเอง(จากศพ) ว่าสงสัยจะเป็นโรคเปื่อย เลยหยอดยาแก้เปื่อยลงไปในตู้เลยคะ!! ตอนนั้นเองที่ได้รู้ว่าทำผิดมหันต์ปลาหางนกยูงหางกร่อน แบบคาตา จากหางสวยๆอาการดี หางกร่อน อาการแย่ไปทั้งตู้ เปลี่ยนน้ำออกครึ่งนึงก็ไม่ทันการแล้ว.... สรุป แพลทตินั่มตัวผู้ ตัวเมียอีก2 ตายในเวลาไล่เลี่ยกัน เหลือบอลลูนกับ ซันเซทตัวผู้1 เมีย1  :'(

เช้าวันที่ 15 ซันเซทที่เหลือตายหมด... เหลือแต่บอลลูน 4 ตัวสุดท้ายที่อาการร่อแร่เต็มที ในที่สุดคำตอบก็มาถึง ได้รู้จักคำว่า "เรื่องกรองต้องรู้" "ระบบกรองชีวภาพ" "แอมโมเนีย แบคทีเรีย ไนเตรต ไนไตรท" "ความหนาแน่นของปลา" "ปลาเครียด" "การใช้ยาที่ถูกต้อง" ตอนนั้นบอกตรงๆว่า เลี้ยงปลาบอลลูน4ตัวสุดท้ายแบบว่า ถอดใจเลยคะ หมดชุดนี้คงเลิกเลี้ยงปลาไปเลย บอลลูน4ตัวที่ร่อแร่ตายลงเหลือแค่1ตัว... สภาพครีบขาดรุ่ย ความรู้สึกสำนึกผิดมหันต์ว่าฆ่าปลาลอยมาเป็นระยะๆ มองตู้ปลาเศร้าๆ   :'(

ตอนนั้นเองที่เห็นว่า ทำไมปลาบอลลูนถึงไปหมกตัวอยู่ที่กอสาหร่ายหางกระรอก เลยไปจ้องดีๆ ปรากฎว่า มีลูกปลาตาดำๆตัวจ๊อยหลบอยู่เต็มกอ!! เอาละสิ... ไม่เคยเลี้ยงลูกปลา ทำไงดีๆๆๆ นึกไม่ออกเลยจับปลาบอลลูนออกมาเลี้ยงในกะละมังแทน เพราะมองลูกปลาไม่ค่อยถนัด ทิ้งไว้เด๋วจะโดนกิน กลายเป็นว่า ตู้ปลาก็ให้ลูกปลาอยู่ไปซะแล้ว ตอนนั้นลองนับๆดู น่าจะราวๆ 12 ตัวได้คะ พอปลาบอลลูนไม่อยู่ก็ออกมาว่ายเปรี้ยวกันเต็มตู้เลย  :D

ความหวังมาอีกรอบนึง คราวนี้แหละจะเลี้ยงอย่างดีเชียว จะไม่ยอมให้ตายง่ายๆอีกแล้ว เพราะก็มีความรู้มาบ้าง(แบบเลี้ยงพอไม่ตาย) เลยไปเข้าบอร์ดดูเวบอีก หาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกปลา ตอนนั้นเราก็คิดว่าปลาหางนกยูงออกลูกเป็น"ไข่" จนมาดูบอร์ดนี้ แหละคะ ได้เห็นชัดๆว่าออกลูกเป็น"ตัว"-*-a ทีนี้ก็มีปัญหาว่าให้อาหารเม็ดแล้วม่ะยอมกินกัน กลัวจะอดตาย คนในบอร์ดเค้าส่งลิ๊งค์ที่นี่มาให้คะ ตอนนั้นเองเหลือบไปเห็นข้อความของคุณsiangchai เรื่อง "ทำไมต้องอาทีเมีย" และความรู้อีกหลายอย่างมากๆๆ จนมั่นใจนิดๆว่า คงเลี้ยงปลารอดได้แน่เรา...

วันเสาร์ที่ 18 ตอนเย็นๆหลังทำงานเสร็จ ก็นั่งแท๊กซี่ไปจตุจักร ได้ ไข่อาทีเมีย120บาท เกลือใช้ทำน้ำทะเลสังเคราะห์ถุงเบ้อเร่อ120บาท ซื้อหลอดไฟเปลี่ยนให้ตู้ปลา(จะได้มองเห็นลูกปลาชัดๆ)40บาทมั้งไม่แน่ใจ ปรอทวัดอุณหภูมิ15บาท ใยสังเคราะห์ไว้เปลี่ยนในกรองญี่ปุ่นอีก20บาท แต่...อาทีเมียสำเร็จรูปขายหมดพอดี-*-a ทีนี้แฟนมาพอดีเลยได้ลูกมือช่วยทำอุปกรณ์พวกขวดอาทีเมียอะคะ ปั๊มลมอันเก่าที่เสียงดังหนวกหู ก็กลับเงียบสนิท อ่า ดีจิงๆ ไม่ต้องซื้อปั๊มลมเพิ่ม นั่งอ่านคำแนะนำข้างขวดอาทีเมีย อ่านถุงเกลือ ดูเวบประกอบไปด้วย ลงมือช่วยกันทำตอนนั้นแหละคะ ทีนี้ก็มาลุ้นกัน... ว่าจะตีไข่อาทีเมียสำเร็จไหมน้อ ลูกปลาจะได้มีกิน... เช้าวันนั้นเอง เลยไปซื้ออาหารปลามา ที่ร้านเค้าไม่มีอาทีเมียตัวเล็ก เค้าเลยเอา ไรน้ำจืดมาให้แทน ตักให้ลูกปลากิน กินกันใหญ่เลยคะ ดีใจมากๆ อย่างน้อยๆคงไม่อดตายกันแล้วแน่ๆ และแล้ว อาทีเมียก็ลอยเต็มขวด!!!! โอ้ ตอนนั้นดีใจมากคะ ที่ทำสำเร็จจนได้ ลูกปลามีอาหารกินแล้ว!!

แต่.... มีลูกปลาอยู่กลุ่มนึง ที่ไม่ยอมกิน ไม่สุงสิงกะใคร ไม่ค่อยว่าย ซึมๆอยู่ข้างกระจกตลอด สุดท้ายก็ตาย... (งงคะ อันนี้งงว่าเขาเป็นอะไรตายจริงๆ เพราะตัวอื่นปรกติมากๆจนถึงปัจจุบัน) ตอนนี้เลยเหลืออยู่ 8 ตัว อายุน่าจะราวๆ 2สัปดาห์กว่าๆแล้วคะ โตวันโตคืน กินเก่งขึ้นกว่าเดิมอีก แน่ะ คงคิดว่าเมย์ไม่ทำอะไรผิดพลาดแล้วละสิ... พลาดจนได้คะ มีวันนึง(จำไม่ได้ว่าวันไหนคะ) ไปต่างจังหวัด เห็นว่าปลาอดตั้ง1วันเต็มๆ เลยให้อาหารเต็มสูบเลยคะ ปรากฎกินไม่หมดคะ อาการเหมือนกับที่คุณ siangchai บอกคะ ลอยตัวบนผิวน้ำเพื่อฟ้องว่า อากาศไม่เพียงพอ เพราะอาทีเมียเต็มตู้เลย-*- ต้องค่อยๆดูดเอาอาทีเมียออกเท่าที่เอามาได้คะ และเอาน้ำที่รองไว้สำรองมาเติมให้ จนเห็นว่า มันเริ่มบางตาแล้ว ก็มีอยู่ตัวนึงแหละคะ ที่พยายามเก็บกวาดจนหมดตู้ ต้องยินดีอย่างมากที่ไม่มีปลาตายคะ...

ก็เล่ามาซะยาวเหยียดเลยคะ เพราะอยากให้เป็นอุทาหรณ์กับคนที่ต้องการเลี้ยงปลาแบบขำๆ บางทีคุณอาจจะขำไม่ออกเมื่อเป็นแบบเมย์ก็ได้คะ ยังไงก็ศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะต้อง "รับผิดชอบ" ชีวิตน้อยๆเหล่านี้นะคะ

รบกวนพวกพี่ๆช่วยวิเคราะห์ด้วยนะคะว่า จากข้างบนเนี่ย มันพลาดตรงไหนบ้าง และจะแก้ยังไงถึงจะเหมาะสม เมย์จะได้รู้ด้วยคะว่ามันผิดตรงไหนอีกบ้าง และคนอื่นๆที่เข้ามาก็จะได้รู้ด้วยคะ ว่าทำผิดตรงไหน-*-a

ขอให้ทุกคนเลี้ยงปลาอย่างมีความสุขคะ~*

ds

  • Guest
ผมว่าไม่ว่าจะเลี้ยงอะไร ส่วนใหญ่จะเคยเป็นแบบนี้เกือบทั้งนั้น
ครั้งแรกคือมีแต่ความอยากเลี้ยง แต่ไม่รู้วิธีการที่ถูกต้อง คิดเอาเองว่าควรเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
แต่ผลลัพธ์คือต้องเสียไปไม่น้อยเพื่อแลกมาซึ่งความรู้และประสบการณ์ แต่นั่นคือธรรมชาติที่ทุกคนต้องผ่านจุดนี้มา

แต่ผมยังว่านั่นคือการเริ่มต้นที่ดีแล้ว คือ
1. ไม่ใช่แค่มีความรู้สึกอยากเลี้ยง แต่รู้สึกผูกพันธ์กับมัน.. เสียใจเวลาที่มันป่วยหรือตาย ดีใจที่มันออกลูกให้
2. ได้เริ่มต้นเรียนรู้จากปลาที่ราคาน้อย ๆ
3. มีการค้นคว้าหาเหตุผล และวิธีการที่ถูกต้องไปด้วย

ขอให้กำลังใจครับ

nopparat

  • Guest
ที่บอกว่าซื้อปลาแถวบ้านแฟน (ทางเข้าไปเคหะธนฯ ข้างๆ โลตัส)  แถวนั้นมีร้านขายปลาแบบนี้ด้วยหรือครับ
ไม่เคยเห็นซักที อยู่ช่วงใหนน่ะครับช่วยบอกทางหน่อยจะแวะไปดูบ้างครับ  ร้านที่แวะไปเดินเล่นประจำ
ที่อยู่ในตลาดนัดใหม่ริมถนนใหญ่ก็เห็นขายแต่ปลาอย่างอื่น...

Watery_Wing

  • Guest
โลตัสที่พูดถึง คือโลตัสพระราม2 อะคะ ข้างๆจะมีทางเข้าไปเคหะธน(แฟนบอกว่างั้นนะคะ) ทีนี้ก็เดินไปตรงแด่วเลยคะไกลหน่อยร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ จะมีอยู่ร้านเดียวเลยคะ เจ้าของร้านใจดีมั่กๆอิอิ ;D เค้าขายปลาหลายอย่าง ขายอุปกรณ์การเลี้ยงปลา ขายเบ็ดด้วยคะ(เห็นแฟนว่าเดินไปอีกนู้นนนนน จะถึงทะเล มีตกปลากัน) เค้ามีตู้ปลาหางนกยูงอยู่3แบบเองคะ 1.หน้าร้านตู้สายพันธุ์ธรรมดา 2.ตู้ซันเซทตาดำธรรมดาๆตัวเมีย1ตู้ 3.ตู้ซันเซทตาดำธรรมดาๆตัวผู้1ตู้ 4.ตู้บลูแพลทตินั่มตัวเมีย1ตู้ 5.ตู้บลูแพลทตินั่มตัวผู้1ตู้ นอกนั้นก็เป็นปลาทอง ปลาหมอสี ไม้น้ำ ฯลฯ

 ;) ขอบคุณ คุณds มากนะคะ ที่ให้กำลังใจคะ ตอนนี้ก็พยายามดูแลเจ้าหนูน้อยทั้งหลายให้ดีที่สุดคะ~*

Watery_Wing

  • Guest
 :D ตอนนี้เจ้าตัวเล็กก็ร่าเริง(เกินไปนิด) ว่ายเล่นกันใหญ่ บางตัวก็ไปมุดใต้กรองออกมาตัวก็เลอะๆว่ายโต้ฟองอากาศที่ออกมาจากกรองล้างตัว ดูแล้วก็น่าจะแข็งแรงดีกันหมดคะ

เริ่มมองๆออกว่าตัวไหนผู้ตัวไหนเมียละคะ ตัวเมียโตไวกว่าตั้งเยอะ-*- ตัวผู้โตเหมือนกันนะคะ แต่โตไม่เท่าตัวเมียอะคะ เทียบกันแล้วดูเล็กไปเลย กะว่ารอให้ขนาดตัวผู้ดูแล้วปลอดภัยไม่โดนปลาบอลลูนกินเมื่อไร จะเอาปลาบอลลูนมาอยู่ในตู้ซะที กลายเป็นปลากะละมังมานานละ อ่อ ตอนนี้ครีบที่รุ่ยๆงอกใหม่สวยเหมือนเดิมแล้วคะ ดีใจจิงๆ :D


Offline TGC Admin

  • ADMINISTRATOR
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 897
  • Country: th
  • Gender: Male
  • HALF TUXEDO BLUE MOSAICO
    • View Profile
    • ThaiGuppy.com
เลี้ยงปลาแบบอนุรักษ์ ดูเหมือนโบราณ ๆ แต่ลองดูสิ ไม่ใช่ง่าย ๆ นะ