Author Topic: การถ่ายทอดลักษณะทางกรรมพันธุ์ของปลาแต่ละสายพันธุ์  (Read 32566 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline galaxy

  • Senior User
  • ***
  • Posts: 85
    • View Profile
แอบมาเก็บความรู้อยู่พักนึงแล้วครับ อ่านกำลังเพลินเลย
ถึงจะยังเป็นมือใหม่ และคิดว่ายังไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร 
แต่อ่านไว้ประดับความรู้ก็ไม่ได้เสียหายอะไรครับ ชอบ

narongsak

  • Guest
     มาช้าไปหน่อยเลยจะขอเก็บตกประเด็นต่าง ๆ ที่ค้างไว้เลยก็แล้วกันนะครับ......
1.  เฉลยคำถามแรก
     ทำไมต้องใช้ตัวผู้ตาดำและใช้ตัวเมียตาแดง?
-  จริง ๆ เรื่องมันมีอยู่นิดเดียวเอง  ก็คือ  ถ้าใช้ตัวผู้ตาแดงแล้วตัวเมียตาดำ  ถ้าเกิดตัวเมียตัวนั้นเคยโดนผสมพันธ์มาแล้วไม่ว่าจะเกิดจากการตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามแล้วเราเอาตัวเมียตัวนั้นมาใช้  ลูกที่เกิดมามันจะเป็นตาดำทั้งหมดอยู่แล้ว  เราจะไม่รู้ว่าลูกปลาตัวไหนเป็นลูกคาท้องหรือตัวไหนเป็นลูกจากตัวผู้ที่เราผสมใหม่  ในการคัดพ่อแม่ครั้งต่อไปจากจะเกิดการผิดพลาดได้ครับ!
-  แต่ถ้าใช้ตัวผู้ตาดำตัวเมียตาแดง  ถ้ามีลูกคาท้องมันจะเป็นตาแดง(เราก็คัดแยกไว้)ลูกที่ได้จากการผสมใหม่จะเป็นตาดำซึ่งเราจะสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจน  และง่ายต่อการคัดปลาทำในรุ่นต่อไปครับ!
......และนี่เป็นทริฟ!ข้อมูลจากการปฏิบัติจริงๆ ของข้าพเจ้าครับ  ใครเห็นดีด้วยก็เอาไปใช้ได้ไม่ว่ากัน  จริง ๆ มันก็แค่เนี๊ย!แหละ  แหมคนตอบก็ไม่รู้ว่าจะทฤษฏีไปไหน(น้าน...) สุดท้ายขอบคุณที่ช่วยตอบนะครับ     
2.  เฉลยคำถามที่สอง
     เรื่องซันเซทกระโดงยาวว่าจะใช้ตัวเมียกระโดงอะไรดี?
-  ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาเค้าจะปรับอะไรสักอย่าง  แล้วไม่รู้ว่าจะใช้อะไร  เค้ามักจะใช้ซุปเปอร์ไวท์เพราะมันไม่มีสีน่าจะถ่ายทอดลักษณะต่าง ๆ ได้ดี  แต่ในกรณีนี้ผมคิดว่าน่าจะใช่  เยอรมันฟลูแฟลดตินั่ม  เพราะข้างตัวมีลักษณะคล้ายกันกับซันเซทของคุณน่าจะเข้ากันได้!
(แถมให้นิดนึงกระโดงปลานั้นแตกต่างจากริบบ้อนที่ต้องใช้ตัวเมียเพียงอย่างเดียว  ในส่วนของกระโดงสามารถถ่ายทอดผ่านตัวผู้ที่กระโดงสวย ๆ ได้ครับ)
    ประกาศรับของรางวัล
]1.  ตัวเมียเยอรมันฟลูแพลตตินั่มกระโดง(ตาแดง) 1 ตัว]
2.  ตัวเมียซุปเปอร์ไวท์หางขาวกระโดง(ตาแดง) 1 ตัว
     ติดต่อรับของรางวัลได้เลยครับ........ :)

narongsak

  • Guest
ฟูลแพลตตินั่ม เป็นลักษณะนะครับ
 การที่น้อง Watery_Wing เข้าใจว่า ฟูลแพลตตินั่ม ก็คือ (แพลตตินั่ม - ทองคำขาว) (ฟูล - ทั้งตัว) ก็น่าจะเป็น "ฉาบขาวเงาๆทั้งตัว" อันนี้ถูกต้องแล้ว แต่ถูกแค่ครึ่งเดียวครับ เพราะคำว่า ฟูลแพลตตินั่ม มันบอกแค่ลักษณะที่ตัวนะครับ ยังไม่ได้บอกถึงลักษณะของหางหรือว่าเป็นตาดำหรือตาแดงเลย และการที่น้อง Watery_Wing จะเข้าใจว่า  ฟูลแพลตตินั่ม คือปลาที่ขาวทั้งตัวจนถึงหางนั้นมันก็ไม่แปลกเพราะ ในบ้านเราจะมีปลาตัวนี้ขายอยู่เยอะกว่า  ฟูลแพลตตินั่ม  แบบอื่นๆ และอีกประการที่ทำให้เข้าใจถูกแค่ครึ่งเดียวก็น่าจะมาจากสาเหตุ ที่ชื่อของปลาหางนกยูง ที่มีลักษณะพิเศษเพิ่มเข้าไปมากๆนั้นชื่อมันจะยาวมาก ทำให้ทางผู้ขายหรือร้านค้า ตัดชื่อให้สั้น ย่อชื่อให้เรียกสั้นๆสะดวกแก่การขาย 
 ที่นี้มารู้จักชื่อปลาที่เป็น ฟูลแพลตตินั่ม  ในแบบต่างๆกันบ้างนะ
1. RREA  Full Platinum German Tuxedo White Tail (ตัวนี้เป็นปลาที่น้อง Watery_Wing เข้าใจ)
2. RREA  Full Platinum Tuxedo Blue Tail (ตาแดง ตัวสีขาว หางพื้นสีฟ้า ตัวนี้ในบ้านเราเคยมี แต่ตอนนี้ไม่เห็นนานแล้ว)
3. RREA  Full Platinum Txedo Red Tail (ตาแดง ตัวสีขาว หางพื้นสีแดง ตัวนี้ก็มีในบ้านเรา แต่อาจจะไม่ได้เรียกชื่อตามนี้)
4. RREA  Full Platinum Red Tail (ตาแดง ตัวสีขาว หางพื้นสีแดง จะต่างกับ RREA  Full Platinum Txedo Red Tail ตรงที่ครึ่งตัวจะมีสีขาวที่ดูดีกว่าเพราะภายใต้ แพลตตินั่ม ไม่มีความเข้มของ ทักซิโด้ )
5. Full Platinum Blue Grass (ตัวสีขาวหรือขาวอมเหลือง หางเป็นกราสสีฟ้า)
6. Full Platinum Red Mosaic (ตัวสีขาวหรือขาวอมเหลือง หางเป็นโมเศสสีแดง ตัวนี้จะพอเห็นในปลาจำนวนบ้างนะ)
 พอแค่นี้ก่อนละกันนะ มันยังมีอีกเยอะที่เป็น ฟลูแพลตตินั่ม จะบอกว่าเกือบทุกสายพันธ์ สามารถทำให้มีลักษณะของ ฟลูแพลตตินั่ม ก็ว่าได้
 
อันนี้ถ้าตัดคำว่าฟลูออก(ยกเว้นข้อแรก)  น่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่านะครับ!

Watery_Wing

  • Guest
 ;D ขอบคุณคะ อาจารย์ ที่มีรางวัลให้ด้วย

แต่ว่า ตอนนี้ยังติดอยู่ตรงที่ว่า ซันเซท ตัวผู้มี แค่ 2 ตัวเองคะ(แต่ก็คึกดีมาก)

กำลังหาซันเซทเพิ่มอยู่(ซึ่งเมื่อวันอาทิตไปดูมีแต่ ซันเซทหางพินคะ)

ก็เลยว่าถ้ามีซันเซทพร้อม ตู้พร้อม เมื่อไร ถึงค่อยไปรับนะคะ (ฝากอาจารย์ไว้ดีแล้วคะ ปลอดภัยกว่า)

ช่วงนี้น้ำเน่าไวจังคะ แปบเดียวขุ่นเลย น่ากลัวเหมือนกันนะคะ ขนาดคนยังต้องเปิดพัดลมเปิด 3 จ่อตลอดเลย  :-X

ปล. แหม อาจารย์คะ ภาคปฏิบัติยังไม่เคยมีประสบการณ์มากแบบเมย์เนี่ย ที่ทำได้ก็แค่ยกทฤษฎีมาอ้างอิงแหละคะ ถึงจะสามารถคำนวนความน่าจะเป็นได้

 ;D แต่ทฤษฎีดี ก็ทำให้ภาคปฏิบัติมีแนวทางที่ชัดเจน แล้วก็ไวขึ้นนี่คะ โดยเฉพาะถ้ามีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทุกท่านช่วยสอนแบบนี้คะ

ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับตัวนักเรียนแล้วว่า จะนำมาประยุกต์ใช้ได้มากน้อยแค่ไหนคะ  ;D
« Last Edit: March 29, 2007, 04:46:06 pm by Watery_Wing »

Nana

  • Guest
 "RREA  Full Platinum Tuxedo Blue Tail (ตาแดง ตัวสีขาว หางพื้นสีฟ้า ตัวนี้ในบ้านเราเคยมี แต่ตอนนี้ไม่เห็นนานแล้ว"
ใช่ตัวนี้ไหมคะ 
http://www.guppy-fish.com/forums/index.php?topic=1045.msg7641#msg7641

pinguppy

  • Guest
ฟูลแพลตตินั่ม เป็นลักษณะนะครับ
 การที่น้อง Watery_Wing เข้าใจว่า ฟูลแพลตตินั่ม ก็คือ (แพลตตินั่ม - ทองคำขาว) (ฟูล - ทั้งตัว) ก็น่าจะเป็น "ฉาบขาวเงาๆทั้งตัว" อันนี้ถูกต้องแล้ว แต่ถูกแค่ครึ่งเดียวครับ เพราะคำว่า ฟูลแพลตตินั่ม มันบอกแค่ลักษณะที่ตัวนะครับ ยังไม่ได้บอกถึงลักษณะของหางหรือว่าเป็นตาดำหรือตาแดงเลย และการที่น้อง Watery_Wing จะเข้าใจว่า  ฟูลแพลตตินั่ม คือปลาที่ขาวทั้งตัวจนถึงหางนั้นมันก็ไม่แปลกเพราะ ในบ้านเราจะมีปลาตัวนี้ขายอยู่เยอะกว่า  ฟูลแพลตตินั่ม  แบบอื่นๆ และอีกประการที่ทำให้เข้าใจถูกแค่ครึ่งเดียวก็น่าจะมาจากสาเหตุ ที่ชื่อของปลาหางนกยูง ที่มีลักษณะพิเศษเพิ่มเข้าไปมากๆนั้นชื่อมันจะยาวมาก ทำให้ทางผู้ขายหรือร้านค้า ตัดชื่อให้สั้น ย่อชื่อให้เรียกสั้นๆสะดวกแก่การขาย 
 ที่นี้มารู้จักชื่อปลาที่เป็น ฟูลแพลตตินั่ม  ในแบบต่างๆกันบ้างนะ
1. RREA  Full Platinum German Tuxedo White Tail (ตัวนี้เป็นปลาที่น้อง Watery_Wing เข้าใจ)
2. RREA  Full Platinum Tuxedo Blue Tail (ตาแดง ตัวสีขาว หางพื้นสีฟ้า ตัวนี้ในบ้านเราเคยมี แต่ตอนนี้ไม่เห็นนานแล้ว)
3. RREA  Full Platinum Txedo Red Tail (ตาแดง ตัวสีขาว หางพื้นสีแดง ตัวนี้ก็มีในบ้านเรา แต่อาจจะไม่ได้เรียกชื่อตามนี้)
4. RREA  Full Platinum Red Tail (ตาแดง ตัวสีขาว หางพื้นสีแดง จะต่างกับ RREA  Full Platinum Txedo Red Tail ตรงที่ครึ่งตัวจะมีสีขาวที่ดูดีกว่าเพราะภายใต้ แพลตตินั่ม ไม่มีความเข้มของ ทักซิโด้ )
5. Full Platinum Blue Grass (ตัวสีขาวหรือขาวอมเหลือง หางเป็นกราสสีฟ้า)
6. Full Platinum Red Mosaic (ตัวสีขาวหรือขาวอมเหลือง หางเป็นโมเศสสีแดง ตัวนี้จะพอเห็นในปลาจำนวนบ้างนะ)
 พอแค่นี้ก่อนละกันนะ มันยังมีอีกเยอะที่เป็น ฟลูแพลตตินั่ม จะบอกว่าเกือบทุกสายพันธ์ สามารถทำให้มีลักษณะของ ฟลูแพลตตินั่ม ก็ว่าได้
 
อันนี้ถ้าตัดคำว่าฟลูออก(ยกเว้นข้อแรก)  น่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่านะครับ!
ถ้าตัดคำว่าฟลูออก มันก็จะเป็นปลาอีกตัวนึงไปเลยนะ ที่ยกตัวอย่างก็แค่จะบอกว่า ปลาที่มีแพลตตินั่ม เต็มตัว มันก็มีอีกหลายๆตัวนะ

narongsak

  • Guest
ถ้าตัดคำว่าฟลูออก มันก็จะเป็นปลาอีกตัวนึงไปเลยนะ ที่ยกตัวอย่างก็แค่จะบอกว่า ปลาที่มีแพลตตินั่ม เต็มตัว มันก็มีอีกหลายๆตัวนะ
อ๋อ!...เข้าใจเละ  เข้าใจผิดขอโทษทีครับ

narongsak

  • Guest
     คำถามยามว่างสำหรับนักเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง ถ้าเราใช้ตัวผู้ตาดำ ผสมกับ ตัวเมียตาดำ  ลูกก็จะออกตาดำถูกมั๊ย!  ที่นี้คำถามมีอยู่ว่า
1.  ตัวผู้ตาดำ + ตัวเมียตาแดง  ลูกปลาตาสีอะไร
2.  ตัวผู้ตาแดง + ตัวเมียตาดำ  ลูกปลาตาสีอะไร
3.  ทำไมบางที ตัวผู้ตาดำ + ตัวเมียตาดำ ได้ลูกปลาตาสีแดง
4.  ตัวผู้ตาแดง + ตัวเมียเผือกตาทับทิม  ได้ลูกปลาตาสีอะไร
5.  ตัวผู้เผือกตาทับทิม + ตัวเมียตาแดง  ได้ลูกปลาตาสีอะไร
6.  ทำไมเรดอบิโน้แท้ ๆ  + ปลาตาแดงลูกออกตาดำ
    ใครตอบถูกหมดตามคำตอบของผม (ซึ่งอาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องก็ได้)  มีปลาแจกอีกแล้วครับ! ;D

Nana

  • Guest
ตอบได้ 3 ข้อ นอกนั้น จนปัญญา เพราะเพิ่งอยู่ชั้นอนุบาล
1. ตาดำ ถ้าตัวผู้และเมียเป็นพันธ์แท้ ถ้าไม่แท้ ก็อะไรก็เกิดขึ้นได้ มีทั้งตาดำทั้งตาแดง
2. ตาดำ ถ้าตัวผู้และเมียเป็นพันธ์แท้ ถ้าไม่แท้ ก็อะไรก็เกิดขึ้นได้ มีทั้งตาดำทั้งตาแดง
3.เพราะพ่อ/แม่ของตัวผู้ หรือ ตัวเมีย เป็นตาแดง ทำให้มีโอกาสได้ตาแดง 25 %

Offline kombua

  • k+G+B
  • TGC STAFF
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 1,024
  • Gender: Male
  • Tel. : 084 1557514, 085 2219023
    • View Profile
    • k+G+B Guppy Studio
1.  ตัวผู้ตาดำ + ตัวเมียตาแดง = ลูกปลาตาสีดำ (ยีนเด่น)
2.  ตัวผู้ตาแดง + ตัวเมียตาดำ = ลูกปลาตาสีดำ (ยีนเด่น)
3.  ทำไมบางที ตัวผู้ตาดำ + ตัวเมียตาดำ ได้ลูกปลาตาสีแดง เพราะ จาก 1+1 หรือ 2+2  ก็จะได้ลูกปลาตาสีแดง เนื่องจากตาแดงซึ่งเป็นยีนด้อยแฝงอยู่ในสายเลือด
4.  ตัวผู้ตาแดง + ตัวเมียเผือกตาทับทิม  = ลูกปลาตาสีทับทิม
5.  ตัวผู้เผือกตาทับทิม + ตัวเมียตาแดง  = ลูกปลาตาสีทับทิม
6.  ทำไมเรดอบิโน้แท้ ๆ  + ปลาตาแดงลูกออกตาดำ   เสียดายที่ข้อนี่ตอบไม่ได้แน่ชัด ทั้งที่ที่บ้านก็เป็นเคสนี้  แต่ขอเดาว่าเกิดจากเลือดชิดในสายพันธุ์ที่มากเกินไปทำให้เกิดการรักษาสายพันธุ์ ที่อาจจะเรียกว่าเป็นการกลายพันธุ์ก็ได้ เพื่ออย่างน้อยสายพันธุ์จะได้ไม่สูญพันธุ์


ตอบให้ทุกคนรู้ว่า จริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้เรารู้กันจริงๆ หรือ ว่ายังมั่วนิ่มกับมันอยู่  ไม่อายหรอกครับ  ถ้าจะโง่มาก่อนแล้วจะฉลาดทีหลัง ดีกว่าไม่รู้แล้วอวดฉลาด

ขอบคุณเฮียเก็กที่ตั้งคำถามนะครับ

satan

  • Guest
ขอตอบบ้างนะครับ
1. ตัวผู้ตาดำ + ตัวเมียตาแดง  ลูกปลาตาสีอะไร  ตอบ ตาดำ/ตาแดง/เผือกตาทับทิม (ในมุมมองที่ว่า ทั้งตัวผู้และตัวเมียมียีนส์แฝง)
2. ตัวผู้ตาแดง + ตัวเมียตาดำ  ลูกปลาตาสีอะไร  ตอบ ตาดำ/ตาแดง/เผือกตาทับทิม (ในมุมมองที่ว่า ทั้งตัวผู้และตัวเมียมียีนส์แฝง)
3. ทำไมบางที ตัวผู้ตาดำ + ตัวเมียตาดำ ได้ลูกปลาตาสีแดง  ตอบ เพราะทั้งตัวผู้และตัวเมีย มียีนส์ของปลาตาแดงอยู่
4. ตัวผู้ตาแดง + ตัวเมียเผือกตาทับทิม  ได้ลูกปลาตาสีอะไร  ตอบ ตาดำ/ตาแดง/เผือกตาทับทิม (ในมุมมองที่ว่า ทั้งตัวผู้และตัวเมียมียีนส์แฝง)
5. ตัวผู้เผือกตาทับทิม + ตัวเมียตาแดง  ได้ลูกปลาตาสีอะไร  ตอบ ตาดำ/ตาแดง/เผือกตาทับทิม (ในมุมมองที่ว่า ทั้งตัวผู้และตัวเมียมียีนส์แฝง)
6. ทำไมเรดอบิโน้แท้ ๆ  + ปลาตาแดงลูกออกตาดำ ตอบ เพราะ เรดอบิโน้แท้ เป็น เผือกตาทับทิม

cyber_g

  • Guest
ขอตอบข้อ 6 ครับเพราะได้พูดเรื่องอัลบิโนไปแล้วแต่รู้สึกว่าไม่ครอบคลุม ไม่ได้แยกให้เห็นว่าอัลบิโนมีสองแบบ ก็เลยขออนุญาติตอบเป็นการเพิ่มเติมข้อมูลด้วย
ปลาตาแดงแท้ (RREA) มี2แบบ คล้ายกับบลูที่มีถึง 3แบบ ตาแดงทั้งสองแบบนี้ดูภายนอกก็เหมือนกัน แต่จริงแล้วมันมีพันธุกรรมที่ต่างกัน  ถ้าให้ยีนส์ของตาแดงแบบที่1 แทนด้วย a1  และตาแดงแบบที่2 แทนด้วย a2
การจับคู่ยีนส์ของปลาตาแดงแบบที่ 1 จะเป็น a1a1A2A2
ของปลาตาแดงแบบที่สองได้เป็น A1A1a2a2
ผสมกันในรุ่น F1จะเป็น A1a1A2a2 ทั้งหมด
A1a1 ตาดำลูกครึ่ง เพราะ A1 เป็นลักษณะเด่นของแบบที่1
A2a2 ตาดำลูกครึ่ง เพราะ A2 เป็นลักษณะเด่นของแบบที่2
กรณีนี้จะเห็นว่า ถ้าพ่อแม่เป็นตาแดง แท้แบบที่ 1 เมื่อผสมกับตาแดงแท้แบบที่2 จะได้ตาดำทั้งหมด แต่รุ่นหลังจากนี้จะซับซ้อนมาก มันจะมีลูกกลับมาเป็นตาแดงอีก แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเป็นตาแดงแบบไหนเพราะลักษณะภายนอกเหมือนกัน แล้วยังมีตาดำที่เป็นลูกผสมได้อีกหลายแบบเช่น
a1A1A2A2   ตาดำแฝงตาแดงแบบที่1
a1A1a2A2 ตาดำแฝงตาแดงทั้งสองแบบ
A1A1a2A2 ตาดำแฝงตาแดงแบบที่สอง
และอาจมีตาแดงแท้ๆทั้งสองแบบได้ด้วย คือ a1a1a2a2 ตัวนี้จะพีเศษคือถ้าเอาไปผสมกับตาแดงตัวไหนก็ให้ตาแดงทั้งหมดได้
ถ้าใครถนัดเรื่อง พรุนเนทแสควร์ก็อาจลองขยับดู จะเห็นได้ด้วยว่าปลาในแต่ละรุ่น มีกี่เปอร์เซนต์ที่เป็น อัลบิโน1 อัลบิโน2 และเทาลูกผสมแบบต่างๆ
« Last Edit: March 30, 2007, 05:26:03 pm by cyber_g »

cyber_g

  • Guest
ขอต่อเรื่องบลอนด์เลยนะครับ เหลืออีกไม่กี่พื้น มอบให้กับคนที่อยากรู้ครับ
ปลาพื้นบลอนด์ blond เป็นชื่อเรียกตามทางยุโรปเรียกกัน ทางแถบอเมริกาเรียกตัวนี้ว่า โกลด์(gold) ในบ้านเรานิยมเรียกกันว่าโกลเด้น (golden) ผมขอเรียก blond เพื่อไม่ให้สับสนกับอีกตัวที่มีชื่อโกลด์เหมือนกัน
     ปลาพื้นบลอนด์ คือปลาที่มีพื้นสีดูเผินๆ คล้ายอัลบิโน คือออกไปในแนวครีมๆเหลืองๆหน่อย ปลาพื้นบลอนด์มีความแตกต่างจากอัลบิโนที่เห็นได้ชัดคือ ตาดำ ลำตัวของบลอนด์ถึงจะดูคล้ายอัลบิโน แต่จริงแล้วจะขุ่นและทึบกว่า ทั้งนี้เพราะว่า บลอนด์ไม่ได้เป็นปลาที่ขาดสีดำเหมือนอัลบิโน แต่บลอนด์มีสีดำที่ละเอียดมาก เม็ดสีดำที่กระจายอยู่บนตัวปลาจะเป็นเม็ดละเอียดไม่รวมกลุ่มทำให้เราแทบมองไม่เห็นว่าปลานี้มีสีดำ ยกเว้นตรงที่ตาเท่านั้น เราจึงเห็นปลาตัวนี้เหมือนไม่มีสีดำบนลำตัวแต่ตาดำ
          เช่นเดียวกับพื้นสีอื่นๆก่อนหน้า พื้นบลอนด์ เป็นสีที่มีผลต่อตัวปลาตลอดทั้งตัว เราสามารถทำปลาทุกสายพันธุ์ให้เป็นบลอนด์ได้ 
        พื้นบลอนด์มีผลอย่างไรกับสีของปลาบ้าง เมื่อเราทำปลาให้เป็นพื้นบลอนด์ จะทำให้ส่วนต่างๆของตัวปลาที่เคยเป็นสีดำตอนที่เป็นปลาพื้นเทา จางลงจนมองไม่เห็น หรือเหลือเพียงจางๆ (ยกเว้นทักสิโดบางสายพันธุ์ที่สามารถแสดงข้อดำบนพื้นบลอนด์ได้)และการที่เม็ดสีดำในตัวปลามีการกระจายทั่วทั้งลำตัวและเป็นเม็ดละเอียด ทำให้เรามีความรู้สึกว่าปลาที่เป็นบลอนด์มีสีเนียน รูปต่อไปนี้เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นว่าปลาพื้นเทาเมื่อทำเป็นพื้นบลอนด์แล้วสีจะเปลี่ยนไปอย่างไร

รูป1 นี้เป็นปลาพื้นเทา ของฟูลโกลด์หางกรรไกร
http://www.guppyart.de/galerie25.htm


ส่วนรูป2 นี้เป็นพื้นบลอนด์ของฟูลโกลด์หางกรรไกร
http://www.guppyart.de/galerie24.htm


รูป3 แพลตินัมมีข้อทักสิโด พื้นเทา
http://www.guppyart.de/galerie94.htm



รูป4 เป็นแพลตินัม มีข้อทักสิโด ที่เป็นพื้นบลอนด์
http://www.guppyart.de/galerie42.htm


รูปที่ 5 เป็นปลาแดงพื้นเทา
http://www.fullredguppy.com/grey.jpg


รูปที่ 6 เป็นปลาแดงพื้น บลอนด์
 http://www.fullredguppy.com/redgupa.jpg

ให้สังเกตความแตกต่างของสีดำบนตัวปลาที่เป็นพื้นเทา กับพื้นบลอนด์ดูนะครับ และทุกตัวเป็นตาดำ
ใครอาจหารูปที่เป็นอัลบิโน(ตาแดง)มาเทียบด้วยก็ได้เพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้นถึงพื้นต่างๆ
วันนี้ขอพอตรงนี้ครับ
กลับเย็นบ่อยๆ แม่บ้านเริ่มสงสัยว่าไปมีกิ๊ก ครับ
« Last Edit: March 30, 2007, 06:54:05 pm by cyber_g »

narongsak

  • Guest
รอให้กระทู้มันได้ทำงานสักวันสองวันนะพี่นะ...แล้วเดี๋ยวจะมาเฉลยให้. :)เผื่อจะมีใครตอบถูกหมดทุกข้อ ;D
ส่วนที่ตอบกันมานั้นถูกต้องทั้ง 3 ข้อ ทั้งคุณ nana  และคุณ kombul(ข้อ1 ข้อ2 และ ข้อ3)  ส่วนข้อ 6 อาจารย์สอนพิเศษ อธิบายแล้ว  ก็ยังเหลือ ข้อ4 และ ข้อ 5 ครับ ที่คุณ kombul ตอบยังไม่ถูกครับ! ;D

Offline myguppy

  • Experience User
  • ****
  • Posts: 307
  • Gender: Male
    • View Profile
ผมอ่านกระทู้นี่ทุกวันเลย เชื่อไหมครับผมยังอ่านไม่จบเลย

ตาลายซะก่อน แต่ก็จะพยายามอ่าน ๆ ๆ ๆ แล้วก็อ่านนะครับ

ขอขอบคุณทุกท่านที่เมตตาแบ่งปันความรู้นะครับ ผมจะติด
ตามอ่านต่อไปเรื่อย ๆ

ปล กำลังรวบรวมให้อ่านอีกรอบนะครับ
« Last Edit: March 31, 2007, 01:30:18 am by myguppy »
รูปปลานี่ถ่ายยากจัง ถ่ายไม่เคยดีเลย

Watery_Wing

  • Guest
สวัสดีคะคุณครู  ;D

:o กำลังตามอ่านอยู่คะ (อาจารย์แต่ละท่านขยันแบ่งปันความรู้สุดๆเลยคะ  ;))

แต่ว่าเรื่องตาปลานี่ ไม่ค่อยแน่ใจเลยว่าความรู้ที่มีอยู่จะถูกต้องหรือเปล่า

แต่ก็เหมือนเดิมละคะ ตอบไว้ก็ทำให้รู้ว่าที่เราคิดถูกไหม ถ้าไม่ถูกก็จะได้แก้ให้ถูก

 ;D ;D รอบนี้อาจจะไม่ค่อยทฤษฎีนะคะ

แล้วจะมาแก้ reply นี้ให้เป็นคำตอบคะ ขอเวลาสักครู่นะคะ   ;)

 ??? ??? กำลังหาข้อมูลอยู่นะคะ ยิ่งอ่านยิ่ง งง @_@
« Last Edit: March 31, 2007, 05:04:40 pm by Watery_Wing »

Watery_Wing

  • Guest
1.  ตัวผู้ตาดำ + ตัวเมียตาแดง  ลูกปลาตาสีอะไร
- สีดำ เพราะว่า สีดำเป็น ยีนส์เด่น และตาแดงเป็นยีนส์ด้อย
- สีแดง เพราะว่า ถ้าตัวผู้สีดำมียีนส์ตาแดงแฝงอยู่ เช่น
 Parent = Red + Black = F1 Black(redแฝง)
และเมื่อเอา F1Black(redแฝง) มาผสมกันเอง ก็จะได้ = F2Red(ที่มีดำแฝง)

2.  ตัวผู้ตาแดง + ตัวเมียตาดำ  ลูกปลาตาสีอะไร
- สีดำ เพราะว่า สีดำเป็น ยีนส์เด่น และตาแดงเป็นยีนส์ด้อย
- สีแดง เพราะว่า ถ้าตัวผู้สีดำมียีนส์ตาแดงแฝงอยู่ เช่น
 Parent = Red + Black = F1 Black(redแฝง)
และเมื่อเอา F1Black(redแฝง) มาผสมกันเอง ก็จะได้ = F2Red(ที่มีดำแฝง)
(ขอกอปปี้ข้อ 1 มาวางนะคะ เพราะว่าเหมือนกัน)

3.  ทำไมบางที ตัวผู้ตาดำ + ตัวเมียตาดำ ได้ลูกปลาตาสีแดง
เพราะว่า ถ้าตัวผู้/ตัวเมีย สีดำมียีนส์ตาแดงแฝงอยู่ เช่น
 Parent = Red + Black = F1 Black(redแฝง)
และเมื่อเอา F1Black(redแฝง) มาผสมกันเอง ก็จะได้ = F2Red(ที่มีดำแฝง)
(ขอกอปปี้ข้อ 1 ส่วนนึงมาวางนะคะ เพราะว่าเหมือนกัน)

** โดยที่ ตัวผู้ตาดำ+ ตัวเมียตาดำ ได้ลูกปลาสีแดง เพราะทั้งคู่มียีนส์ตาแดงแฝง เหมือน F1 Black(redแฝง) คะ ***


เอาละคะ ถึงข้อเจ้าปัญหา พาเมย์งงกันแล้ว ยังไงคำตอบที่เมย์ตอบยังไม่แน่ชัด ต้องรออาจารย์มาเฉลยอีกทีนะคะ  :D

4.  ตัวผู้ตาแดง + ตัวเมียเผือกตาทับทิม  ได้ลูกปลาตาสีอะไร
จากบทความของอาจารย์ cyber_g ในบอร์ด(ที่ไม่เคยได้เข้าไปอ่านเลย - -'')
http://www.guppy-fish.com/forums/index.php?topic=578.msg3773#msg3773
Re: RREA คืออะไรครับ
Reply #5 on: October 27, 2006, 02:20:45 pm ข้อความของคุณนพรัตน์

แต่ถ้าเอาปลาเผือกตาแดงชมพูแท้ ผสมกับปลาเผือกตาแดงทับทิมแท้ (อย่างนี้เรียกว่าไม่ได้ผสมกันเอง)
จะให้ลูกปลากลับเป็นตาดำ หรือบางครั้งเราพบว่าปลาตาแดงชมพู ผสมกับแดงชมพูด้วยกัน ก็มีลูกปลา
ตาดำออกมาได้ ทั้งนี้เพราะปลาเผือกตาแดงชมพูของเราไม่ใช่ของแท้ คือมีสายเลือดแฝงของ
ปลาเผือกตาทับทิมปนอยู่ด้วย


ดังนั้นเมย์ก็ขอตอบว่า = ได้ลูกปลาตาดำ คะ

5.  ตัวผู้เผือกตาทับทิม + ตัวเมียตาแดง  ได้ลูกปลาตาสีอะไร
(ตอบเหมือนข้อ 4 คะ เหตุผลก็เหมือนกัน)

6.  ทำไมเรดอบิโน้แท้ ๆ  + ปลาตาแดงลูกออกตาดำ
(ข้อ6 ท่านอาจารย์ cyber_g ที่มาของข้อมูลก็มาอธิบายไปแล้วคะ)


ต้องขอโทษด้วยนะคะที่อธิบายไม่ละเอียด และอาศัยกอปปี้แปะเยอะ ไม่มีเวลามาก แต่ว่าอยากตอบอะคะ

ไว้ถ้ามีโอกาสจะกลับมาแก้ให้อธิบายละเอียดนะคะ  ;D



ข้อมูลเกี่ยวกับ "ตาแดง" ในบอร์ดนี้คะ เอามาแปะไว้ให้ผู้ที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติม

http://www.guppy-fish.com/forums/index.php?topic=750.0

http://www.guppy-fish.com/forums/index.php?topic=578.msg3773#msg3773

 ;D ;D ;D ;D ยกมารวมๆไว้ให้คะ เผื่อบางท่านเนตไม่อำนวย(ไม่เร็ว) จะได้ไม่ต้องกดไปดูหลายๆหน้า

cyber_g
Re: ตาruby
Reply #6 on: October 27, 2006, 03:50:03 pm


ruby eye = wine red eye albino (WREA) = lutino เป็นชื่อเรียกพื้นสีครับ ปลาพื้นสี้นี้เป็นปลาเหลือง ตาแดงทับทิม เป็นปลาที่ขาดสีดำ แต่ยังไม่ถึงกับขาด 100% คือยังมีสีดำได้เล็กน้อยตาก็เลยเป็นแดงอมสีดำ

      การทำความเข้าใจ ไม่ยาก ลองอย่างนี้ดูครับ เอากระดาษขาวมาแผ่นนึง แล้ววาดรูปปลาลงบนกระดาษโดยใช้สีพื้นเป็นสีเหลือง แต้มตาด้วยสีแดงเลือดหมู จากนั้นก็วาดลวดลายต่างๆตามที่อยากให้เป็น อาจเป็นกราส โมเสค solidcolor(สีพื้น ) โดยใช้สีตามข้อจำกัดนี้เท่านั้นคือ แดง ส้ม เหลือง ขาว ฟ้า เงิน ทอง หรือสีที่ผสมขึ้นจากสีเหล่านี้ จะออกมาเป็นลูติโน ครับ
ถ้าคุณวาดลายโมเสคแดง คุณก็เรียกมันว่า WREA red mosaic ถ้าคุณเขียนประกายเงินหรือทองที่หัวด้วย ก็ เป็น WREA platinum mosaic  ประมาณนี้อะครับ

เมื่อพูดถึง WREA แล้วก็เลยขอต่อ RREA ด้วยเลยเพราะใกล้เคียงกัน RREA จะต่างกับ WREA ตรงที่เป็นเผือกแบบไม่มีสีดำ ตาก็เลยแดงสดใสกว่า สีของปลาเผือกก็เหมือนกับ WREA ถ้าจะเขียนเป็นภาพ ก็คงจำกัดสีที่ใช้เขียนแบบเดียวกันคือไม่มีสีดำ สีที่ลงเป็นชั้นแรกก็ควรเป็นสีของเนื้อปลาตามธรรมชาติ ตามด้วยลวดลายที่ต้องการ ลองดูนะครับ



นพรัตน์ 
Re: RREA คืออะไรครับ
Reply #5 on: October 27, 2006, 02:20:45 pm


“ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับปลาตาแดง”

ค้นหาข้อมูลและแบ่งปันความรู้ไว้ โดยคุณ cyber_g เมื่อนานมาแล้ว...ผมแอบเก็บเอาไว้อีกแล้ว 

(ปรับปรุงและเรียบเรียงใหม่แล้วบางส่วน)

ปลาตาแดง คือ ปลาเนื้อเผือก ในที่นี้คำว่า "ปลาเนื้อเผือก" ก็คือปลาที่ไม่มีสีดำเจือปนอยู่
ไม่ว่าในระดับเนื้อหรือระดับผิว (ซึ่งรวมถึงนัยต์ตาด้วย) เลยทำให้เรามองเห็นตาของปลาเป็นสีแดง
ปลาบางตัวมีสีทองตาแดง ก็เป็นปลาเผือกสีทอง หรือบางตัวมีลายบนลำตัวเหมือนงูตาแดง
หรือตัวสีแดงตาก็แดง ทั้งหมดนี้ต่างก็ยังเป็นปลาเผือก การสังเกตปลาเผือกที่ง่ายที่สุดก็คือ
สังเกตจากดวงตาที่เป็นสีแดง นอกจากนี้ส่วนอื่นๆ ที่เราพอจะสังเกตได้อีกก็คือ หัวปลาซึ่งส่วนใหญ่
จะไม่มีสีเคลือบ จะเห็นเป็นสีออกเนื้อๆ ไม่เป็นสีดำ หรือเราอาจสังเกตจากปลาตัวเมียหรือลูกปลาก็ได้
เพราะปลาตัวเมียหรือลูกปลาจะมีสีเคลือบน้อย ทำให้เห็นสีเนื้อของปลาได้อย่างชัดเจน ปลาเผือกนี้
เราจะเรียกตามภาษาฝรั่งว่า Albino ซึ่งมักจะพบคำนี้บ่อยๆ กำกับอยู่กับชื่อปลา เช่น Red Albino, 
RREA (Real Red Eye Albino) Blue Grass,  RREA Red Grass เป็นต้น

ปลาตาแดงหรือปลาเผือกเท่าที่เราพบเห็นจะมีอยู่สองแบบ คือ

-    RREA = Real Red Eye Albino  ตาสีแดงออกชมพูใส  (Clear Pink Eye) 
     ปลาลักษณะนี้จะเรียกว่า ปลาเผือกประเภทตาแดงแท้

-    WREA = Wine Red Eye Albino ตาสีแดงทับทิม หรือ แดงแบบไวน์ (Wine Eye)
     หรือ รูบี้อาย (Ruby Eye)
       
ปลาเผือกทั้งสองแบบนี้ถ้าเป็นปลาแท้ เมื่อผสมกันเองจะให้ลูกเป็นปลาเผือกทั้งหมดทุกครั้ง

แต่ถ้าเอาปลาเผือกตาแดงชมพูแท้ ผสมกับปลาเผือกตาแดงทับทิมแท้ (อย่างนี้เรียกว่าไม่ได้ผสมกันเอง)
จะให้ลูกปลากลับเป็นตาดำ หรือบางครั้งเราพบว่าปลาตาแดงชมพู ผสมกับแดงชมพูด้วยกัน ก็มีลูกปลา
ตาดำออกมาได้ ทั้งนี้เพราะปลาเผือกตาแดงชมพูของเราไม่ใช่ของแท้ คือมีสายเลือดแฝงของ
ปลาเผือกตาทับทิมปนอยู่ด้วย

เช่นเดียวกันถ้าเอาปลาเผือกตาทับทิมแท้ ผสมกับปลาเผือกตาทับทิมแท้ จะให้ลูกเป็นปลาเผือกทั้งหมด
แต่ถ้าปลาเผือกตาทับทิมนี้มีเชื้อแฝงของปลาเผือกตาแดงชมพู (ตาทับทิมเผือกไม่แท้) ลูกที่ออกมา
ก็สามารถมีตาดำได้เช่นกัน
« Last Edit: March 31, 2007, 05:49:12 pm by Watery_Wing »

narongsak

  • Guest
จากคำตอบของคุณเมย์เราได้ประโยชน์เพิ่มเติมที่ผมข้ามไปอีกเรื่องนึงคือ
    -  ปลาตาแดงแม้ผสมกันเองถ้ามีเลือดตาดำแฝงอยู่  ก็มีโอกาสที่จะหลุดลูกปลาที่เป็นตาดำได้ครับ  :) ผมใช่คำว่า"มีโอกาส"นะ  เพราะบางทีก็ออกตาแดงได้ทั้งครอกเหมือนกันครับ
       แล้วก็ตอบถูกอีก 1 ข้อคือ ข้อที่ 5 ครับ  (จะออกตาดำทั้งหมด) ;D
ส่วนข้อที่ 4 ยังไม่ถูก  (ไม่รู้ว่าทฤษฏีเป็นไง  แต่จากประสบณ์การณ์ที่ผมเคยลองทำมันยังไม่ถูกครับ)  อันนี้เป็นกุณแจเลย สำหรับการพัฒนา ถ้าคุณรู้สามารถนำไปใช้ได้ทันที ;D(บอกตั้งแต่ตอนต้นแล้วนะว่า  อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องก็ได้  แต่เป็นคำตอบในหัวของผมเอง) ;D

narongsak

  • Guest
        พูดกันให้เท่ห์ ๆ เลยว่า "การเลี้ยงปลาหางนกยูงนั้นมันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์"
ในเรื่องพันธุกรรมนั้นผมจัดเป็นศาสตร์ที่นักเลี้ยงปลาที่ดีควรจะศึกษา  ซึ่งจะนำมาประยุกต์ใช้ในทิศทางการทำปลาของแต่ละคน  ในการพัฒนาปลานั้น ในความคิดของผม จะแบ่งย่อยลงไปอีก  คือ  ในการทำปลาก็มีทั้งศาสตร์และศิลป์เช่นกัน  ซึ่งตัวผมเองแบ่งไว้ดังนี้
     1. ศาสตร์
          1.1  ศาสตร์  ในการพัฒนาปลา
          1.2  ศิลป์  ในการพัฒนาปลา
     2.  ศิลป์
    1.   ศาสตร์ในการพัฒนาปลา  หรือศาสตร์แห่งพันธุกรรม  ผมคิดว่าเราได้พูดกันมาพอสมควรแล้ว   ซึ่งผมคิดว่าเพียงพอและพอดีกับมือใหม่ ๆ ที่เริ่มเข้ามาไม่ถึง 2 ปี  ก็พอที่จะดูและนำไปประยุกต์ใช้ได้  หากลึกไปกว่านี้อาจจะยังไม่มีประโยชน์สำหรับคนกลุ่มนี้  จะมีก็แต่กลุ่มที่เลี้ยงมานาน ๆ ที่จะเข้าใจและนำไปใช้ได้จริง(ซึ่งไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของผม)  เพราะกลุ่มนี้ก็จัดว่าเป็น "โปร" อยู่แล้ว  ที่ผมต้องการก็คือ สร้าง"โปร" ใหม่ ๆ ให้กับวงการหางนกยูงบ้านเราทีเดียว  ในจำนวนเยอะ ๆ ภายในเวลา 2 ปี (ไม่ใช่นโยบายหาเสียงนะเนี๊ย!  เค้าเลือกตั้งกันเดือนธันวาโน้น) ::)  เพราะฉนั้น จากนี้ไปผมคิดว่าเราน่าจะเปลี่ยนเรื่องคุยกันก่อน  เอาที่เค้าเอาไปใช้ได้จริง ๆ   (หลังจากเคลียเรื่องที่ยังค้างอยู่เก่าเสร็จแล้ว)  "เพราะมีคนมาซื้อปลา  แล้วบอกกับผมว่า เค้าดูกระทู้นี้นะ  ดูทุกวัน! แล้วก็คล้อยตาม อยากลองพัฒนาปลาตามไปด้วย  แต่ติดปัญหาที่ว่า  จะพัฒนาปลาได้อย่างไร " ในเมื่อซื้อปลาไปเท่าไหร่ก็ตายยยยยยยยย....หมด"   หรือไม่ตายก็เลี้ยงแล้วมันไม่สวย  ก็เลยอยากจะหยุดเรื่องศาสตร์ไว้ก่อนคิดว่า  น่าจะมากพอแล้วครับ
                ในเรื่องของ"ศาสตร์" ผมแบ่งเป็น 2 ข้อย่อย ดังนี้
     1.1  ศาสตร์ในการพัฒนาปลา  ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือ ทฤษฏี  หรือหลักพันธุกรรมต่าง ๆ ที่เราพูดกันมาบางแล้ว
     1.2  ศิลป์ในการพัฒนาปลา
                  -  อันนี้ต้องบอกก่อนว่า"มันเป็นความคิดของผมคนเดียว"  คือ อาจจะด้วยที่ว่าผมเป็นร้านค้าด้วย  ผมเลยมองแบบนี้ว่า คือ คนที่ทำปลาเก่ง ๆ มันมีหลายคน หลายแบบ  บางทีผมดูปลานะ "โอ..ตัวนี้ไม่ธรรมดานะ  กว่าจะทำได้ไม่ใช่ง่าย ๆ "  แต่ดูภาพรวมแล้วมันไม่ค่อยสวย  จะให้เอามาขาย  มันก็คงขายไม่ได้ หรือ ถ้าได้มันก็คงขายไม่ค่อยดี  "เพราะคนที่จะดูรู้ว่ามันไม่ธรรมดา  ในเมืองไทยก็คงมีไม่กี่คน  แล้วไอ้ที่ดูรู้แล้วยอมเสียตังค์ซื้อด้วย มันยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่  แต่ไอ้ที่ดูแล้วเห็นว่ามันไม่ค่อยสวยนั้น เต็มประเทศเลย"   ผมก็เลย สรุป ความคิดเอาคนเดียวว่า  จริง ๆ แล้วคนทำปลา ที่เก่งก็คือ ทำออกมาแล้วมันต้องขายได้ด้วย  คนทั่วไปก็ต้องดูแล้วรู้ว่ามันสวย คือ" ตัวปลามันต้องขายตัวมันเองได้ " ไม่ใช่ต้องมานั่งอธิบายกันยืดยาว ว่าทำมาอย่างโน้น  นำเข้าจากประเทศนั้น  ผสมกับปลาประเทศนี้ ทำมาหลายปี มันทำยากจริง ๆ นะจ๊อด  พูดเสร็จจ๊อดก็เข้าใจ  แต่จ๊อดก็ งงๆ เพราะดูแล้วแปลก ๆ ไม่ชอบ จ๊อดไม่ซื้อ เพราะส่วนตัวจ๊อดคิดว่าไม่สวย!  เพราะคน70 - 80 เปอร์เซนต์ ของคนเลี้ยง  ซื้อเพราะชอบ และเห็นว่ามันสวย  ไอ้ที่ซื้อเพราะหายาก ทำยากนั้นมีเหมือนกัน แต่น้อยมั๊ก ๆ   
                      เหมือนรูปที่ศิลปินใหญ่ ๆ หลายท่านวาด  คนทั่วไปถ้าไม่ได้เรียนศิลปะอย่างหยั่งรากลึก " มันก็ดูไม่รู้เรื่อง  ก็มันดูไม่รู้เรื่องจริง ๆ นี่หว่า!  "  แล้วจะซื้อมั๊ยละทีนี้  ให้ฟรีเผลอ ๆ ยังไม่เอาเลย ไม่รู้จะเอาไปไว้ตรงไหน  ก็มันดูไม่รู้เรื่อง  นี่คือคนส่วนใหญ่  ส่วนไอ้ที่ดูรู้เค้าก็อาจจะซื้อกันแพง ๆ อันนั้นก็เรื่องของเค้า  และนั้นคือคนส่วนน้อย  อย่างคนที่ชอบฟังเพลง อินดี้ เพลงเบเกอรี่ แล้วไม่ฟังRS เพราะว่ามันตลาดเกินไป ขายหน้าตานักร้อง เพลงไม่มีคุณค่าไม่เก่ง สุ้เพลง เบเกอรี่ไม่ได้  จริง ๆ แล้ว ผมกลับมองกลับกัน คือ ผมว่าRS เค้าก็เก่งนะ คือ เก่งตรงที่ว่าทำงานออกมา แล้วขายได้ แล้วก็ขายได้เยอะ ๆ ด้วย จริง ๆ ถามว่าให้เค้าทำแบบ อินดี้ หรือ เบอเกอรี่ เค้าทำได้มั๊ย? ผมว่าเค้าก็ทำได้นะ แต่เค้าเลือกที่จะไม่ทำ เพราะเค้ารู้ว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ที่ฟังเพลง ชอบฟังเพลงแบบไหน  (ไม่ได้บอกว่าเบเกอรี่ไม่เก่ง เค้าก็เก่งในทางของเค้า ตัวผมเองก็ชอบฟังเช่นเดียวกัน) :) แต่มองว่าRS เค้าก็เก่ง คือ เก่งที่ทำงานออกมา  แล้วขายได้   
                  สรุป  ก็คือ  เวลาเราจะนำความรู้มาพัฒนาปลาซักตัวนึง  ให้เราจินตนาการไปก่อนเลยว่า  จะทำแบบไหน" ตัวแดงหางเหลืองกระโดงน้ำเงินตาสีฟ้า  "นึกเอาไว้ก่อนเลย  จินตนาการเอาไว้ (ไอ้แบบทียกตัวอย่างไม่เอานะ)  แล้วดู ลองคิดดูว่า  เอ้....ถ้าทำได้จริง ๆ  แล้วจะมีคนซื้อเรามั๊ย  คนอื่นดูแล้วเค้าจะชอบ  เค้าจะอยากได้ของเรามั๊ย  คือคนอื่นดูแล้วเค้าจะว่าสวยมั๊ย (เอาว่าทำให้คนอื่นเค้าดูแล้วอยากได้ก็ได้อะ  เดี๋ยวจะว่าไม่ได้ขาย  ปลาเลี้ยงเป็นงานอดิเรก)  คือ ถ้าทำแล้วคนอื่นดูแล้วอยากได้  คนอื่นว่าสวย  อันนี้ผมว่าเก่ง  อันนี้ผมขอเรียกว่า"การพัฒนาปลาอย่างมีศิลปะ"     
                 บ้านเรายังมีอีกเยอะ ที่เก่งในเรื่องศาสตร์แต่ขาดในเรื่องศิลป์  จึงอยากฝากนักพัฒนาใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า ควรจะมีทั้ง 2 อย่างไปพร้อม ๆ กันมันก็น่าจะเกิดประโยชน์ขึ้นมา เกิดคุณค่า และเกิดมูลค่าในที่สุด คุ้มกับเวลาที่เสียไป...."และนี่เป็นความคิดของผมเพียงคนเดียว  ที่อยากจะบอกนักพัฒนาทุกท่านครับ" ;D
               2.  ศิลป์
                       ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับ "ศิลป์" ในข้อ 1.2   กล่าวคือ  ศิลป์ในหัวข้อใหญ่ในเรื่อง"ศาสตร์และศิลป์"  ผมจะหมายถึง "ศิลปะในการเลี้ยงดู"  เลี้ยงอย่างไรให้ปลาออกมาสวย  เลี้ยงยังไงให้ตัวใหญ่ ๆ เปลี่ยนน้ำยังไง ปลาป่วยรักษายังไง ล้างตู้แบบไหน  ใช้ซันไลหรือผงซักฟอก! >:D  อะไรแบบนี้  ซึ่งในคาบเรียนต่อ ๆ ไปเราจะมาพูดถึงเรื่องพวกนี้กัน  ทีนี้เราก็จะสามารถแลกเปลี่ยน  ประสบการณ์ซึ่งกันและกันได้  ไม่ว่าจะเป็นมือเก่าหรือมือใหม่ " บางทีสิ่งที่เราคิดว่าดีแล้ว  อาจจะไม่ดีก็ได้  หรืออาจจะเจออะไรทีดีกว่าจากคนที่เพิ่งเริ่มเลี้ยง ซึ่งแม้แต่เราเองก็อาจจะคาดไม่ถึง"  ถ้าไม่รำคาญกันซะก่อนว่าไอ้นี่เป็นใคร  ขยันหาเรื่องมาโพสต์จัง  เราก็เริ่มคาบเรียนหน้าในโอกาสต่อไปครับ  ในหัวข้อ"ศิลปะในการเลี้ยงปลาหางนกยูง"
« Last Edit: April 01, 2007, 04:17:01 am by narongsak »

Offline TGC Admin

  • ADMINISTRATOR
  • GURU User
  • *****
  • Posts: 899
  • Country: th
  • Gender: Male
  • HALF TUXEDO BLUE MOSAICO
    • View Profile
    • ThaiGuppy.com
เรื่องทฤษฐีของปลาตาทับทิมนี้จำไม่ได้แล้วครับ

เอาจากประสบการณ์ที่ทำแล้วเจอก็แล้วกัน อาจจะผิดถูกและไม่เหมือนของคนอื่น ซึ่งอาจเป็นเพราะยีนส์แต่ละสายของปลาตาทับทิมไม่เหมือนกัน

ทั้งหมดนี้เป็นปลาครอกเดียวกันผสมกันเอง

ผู้ตาแดง + เมียตาทับทิม = ได้ลูกตาแดง และตาดำ ไม่มีตาทับทิมแต่บางตัวที่ตาแดงเป็นแบบกึ่งทับทิมกึ่งตาแดง

ผู้ตาทับทิม + เมียตาแดง = เป็นเหมือนเคสแรก...

แต่ซึ่งก็มีบ้างบางครั้งที่มีหลุดออกมาเป็นตาทับทิมแบบชัดเจนเหมือนพ่อ หรือแม่ แต่ครอกนึงมีตัวสองตัวเท่านั้น

แต่ถ้าเอาผู้ตาทับทิม + เมียตาทับทิม = ก็ได้ตาทับทิมยกครอก อาจจะมีตาแดงบ้าง ตัวสองตัว

ถ้าเป็นผู้หรือเมีย ตาทับทิม + ผู้หรือเมียตาดำ = ตาทับทิม และตาดำครับ

งงไหมครับ ผมยังงงเลย...  ;D ;D
เลี้ยงปลาแบบอนุรักษ์ ดูเหมือนโบราณ ๆ แต่ลองดูสิ ไม่ใช่ง่าย ๆ นะ