พูดกันให้เท่ห์ ๆ เลยว่า
"การเลี้ยงปลาหางนกยูงนั้นมันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์"ในเรื่องพันธุกรรมนั้นผมจัดเป็นศาสตร์ที่นักเลี้ยงปลาที่ดีควรจะศึกษา ซึ่งจะนำมาประยุกต์ใช้ในทิศทางการทำปลาของแต่ละคน ในการพัฒนาปลานั้น ในความคิดของผม จะแบ่งย่อยลงไปอีก คือ ในการทำปลาก็มีทั้งศาสตร์และศิลป์เช่นกัน ซึ่งตัวผมเองแบ่งไว้ดังนี้
1. ศาสตร์
1.1 ศาสตร์ ในการพัฒนาปลา
1.2 ศิลป์ ในการพัฒนาปลา
2. ศิลป์
1. ศาสตร์ในการพัฒนาปลา หรือศาสตร์แห่งพันธุกรรม ผมคิดว่าเราได้พูดกันมาพอสมควรแล้ว ซึ่งผมคิดว่าเพียงพอและพอดีกับมือใหม่ ๆ ที่เริ่มเข้ามาไม่ถึง 2 ปี ก็พอที่จะดูและนำไปประยุกต์ใช้ได้ หากลึกไปกว่านี้อาจจะยังไม่มีประโยชน์สำหรับคนกลุ่มนี้ จะมีก็แต่กลุ่มที่เลี้ยงมานาน ๆ ที่จะเข้าใจและนำไปใช้ได้จริง(ซึ่งไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของผม) เพราะกลุ่มนี้ก็จัดว่าเป็น "โปร" อยู่แล้ว ที่ผมต้องการก็คือ สร้าง"โปร" ใหม่ ๆ ให้กับวงการหางนกยูงบ้านเราทีเดียว ในจำนวนเยอะ ๆ ภายในเวลา 2 ปี
(ไม่ใช่นโยบายหาเสียงนะเนี๊ย! เค้าเลือกตั้งกันเดือนธันวาโน้น)

เพราะฉนั้น จากนี้ไปผมคิดว่าเราน่าจะเปลี่ยนเรื่องคุยกันก่อน เอาที่เค้าเอาไปใช้ได้จริง ๆ (หลังจากเคลียเรื่องที่ยังค้างอยู่เก่าเสร็จแล้ว) "เพราะมีคนมาซื้อปลา แล้วบอกกับผมว่า เค้าดูกระทู้นี้นะ ดูทุกวัน! แล้วก็คล้อยตาม อยากลองพัฒนาปลาตามไปด้วย แต่ติดปัญหาที่ว่า จะพัฒนาปลาได้อย่างไร "
ในเมื่อซื้อปลาไปเท่าไหร่ก็ตายยยยยยยยย....หมด" หรือไม่ตายก็เลี้ยงแล้วมันไม่สวย ก็เลยอยากจะหยุดเรื่องศาสตร์ไว้ก่อนคิดว่า น่าจะมากพอแล้วครับ
ในเรื่องของ"ศาสตร์" ผมแบ่งเป็น 2 ข้อย่อย ดังนี้
1.1 ศาสตร์ในการพัฒนาปลา ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือ ทฤษฏี หรือหลักพันธุกรรมต่าง ๆ ที่เราพูดกันมาบางแล้ว
1.2 ศิลป์ในการพัฒนาปลา
- อันนี้ต้องบอกก่อนว่า"มันเป็นความคิดของผมคนเดียว" คือ อาจจะด้วยที่ว่าผมเป็นร้านค้าด้วย ผมเลยมองแบบนี้ว่า คือ คนที่ทำปลาเก่ง ๆ มันมีหลายคน หลายแบบ บางทีผมดูปลานะ
"โอ..ตัวนี้ไม่ธรรมดานะ กว่าจะทำได้ไม่ใช่ง่าย ๆ " แต่ดูภาพรวมแล้วมันไม่ค่อยสวย จะให้เอามาขาย มันก็คงขายไม่ได้ หรือ ถ้าได้มันก็คงขายไม่ค่อยดี
"เพราะคนที่จะดูรู้ว่ามันไม่ธรรมดา ในเมืองไทยก็คงมีไม่กี่คน แล้วไอ้ที่ดูรู้แล้วยอมเสียตังค์ซื้อด้วย มันยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ แต่ไอ้ที่ดูแล้วเห็นว่ามันไม่ค่อยสวยนั้น เต็มประเทศเลย" ผมก็เลย สรุป ความคิดเอาคนเดียวว่า จริง ๆ แล้วคนทำปลา ที่เก่งก็คือ ทำออกมาแล้วมันต้องขายได้ด้วย คนทั่วไปก็ต้องดูแล้วรู้ว่ามันสวย คือ" ตัวปลามันต้องขายตัวมันเองได้ "
ไม่ใช่ต้องมานั่งอธิบายกันยืดยาว ว่าทำมาอย่างโน้น นำเข้าจากประเทศนั้น ผสมกับปลาประเทศนี้ ทำมาหลายปี มันทำยากจริง ๆ นะจ๊อด พูดเสร็จจ๊อดก็เข้าใจ แต่จ๊อดก็ งงๆ เพราะดูแล้วแปลก ๆ ไม่ชอบ จ๊อดไม่ซื้อ เพราะส่วนตัวจ๊อดคิดว่าไม่สวย! เพราะคน70 - 80 เปอร์เซนต์ ของคนเลี้ยง ซื้อเพราะชอบ และเห็นว่ามันสวย ไอ้ที่ซื้อเพราะหายาก ทำยากนั้นมีเหมือนกัน แต่น้อยมั๊ก ๆ
เหมือนรูปที่ศิลปินใหญ่ ๆ หลายท่านวาด คนทั่วไปถ้าไม่ได้เรียนศิลปะอย่างหยั่งรากลึก
" มันก็ดูไม่รู้เรื่อง ก็มันดูไม่รู้เรื่องจริง ๆ นี่หว่า! " แล้วจะซื้อมั๊ยละทีนี้ ให้ฟรีเผลอ ๆ ยังไม่เอาเลย ไม่รู้จะเอาไปไว้ตรงไหน ก็มันดูไม่รู้เรื่อง นี่คือคนส่วนใหญ่ ส่วนไอ้ที่ดูรู้เค้าก็อาจจะซื้อกันแพง ๆ อันนั้นก็เรื่องของเค้า และนั้นคือคนส่วนน้อย อย่างคนที่ชอบฟังเพลง อินดี้ เพลงเบเกอรี่ แล้วไม่ฟังRS เพราะว่ามันตลาดเกินไป ขายหน้าตานักร้อง เพลงไม่มีคุณค่าไม่เก่ง สุ้เพลง เบเกอรี่ไม่ได้ จริง ๆ แล้ว ผมกลับมองกลับกัน คือ ผมว่าRS เค้าก็เก่งนะ คือ เก่งตรงที่ว่าทำงานออกมา แล้วขายได้ แล้วก็ขายได้เยอะ ๆ ด้วย จริง ๆ ถามว่าให้เค้าทำแบบ อินดี้ หรือ เบอเกอรี่ เค้าทำได้มั๊ย? ผมว่าเค้าก็ทำได้นะ แต่เค้าเลือกที่จะไม่ทำ เพราะเค้ารู้ว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ที่ฟังเพลง ชอบฟังเพลงแบบไหน (ไม่ได้บอกว่าเบเกอรี่ไม่เก่ง เค้าก็เก่งในทางของเค้า ตัวผมเองก็ชอบฟังเช่นเดียวกัน)

แต่มองว่าRS เค้าก็เก่ง คือ
เก่งที่ทำงานออกมา แล้วขายได้ สรุป ก็คือ เวลาเราจะนำความรู้มาพัฒนาปลาซักตัวนึง ให้เราจินตนาการไปก่อนเลยว่า จะทำแบบไหน" ตัวแดงหางเหลืองกระโดงน้ำเงินตาสีฟ้า "นึกเอาไว้ก่อนเลย จินตนาการเอาไว้
(ไอ้แบบทียกตัวอย่างไม่เอานะ) แล้วดู ลองคิดดูว่า เอ้....ถ้าทำได้จริง ๆ แล้วจะมีคนซื้อเรามั๊ย คนอื่นดูแล้วเค้าจะชอบ เค้าจะอยากได้ของเรามั๊ย คือคนอื่นดูแล้วเค้าจะว่าสวยมั๊ย
(เอาว่าทำให้คนอื่นเค้าดูแล้วอยากได้ก็ได้อะ เดี๋ยวจะว่าไม่ได้ขาย ปลาเลี้ยงเป็นงานอดิเรก) คือ ถ้าทำแล้วคนอื่นดูแล้วอยากได้ คนอื่นว่าสวย อันนี้ผมว่าเก่ง อันนี้ผมขอเรียกว่า
"การพัฒนาปลาอย่างมีศิลปะ" บ้านเรายังมีอีกเยอะ ที่เก่งในเรื่องศาสตร์แต่ขาดในเรื่องศิลป์ จึงอยากฝากนักพัฒนาใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า ควรจะมีทั้ง 2 อย่างไปพร้อม ๆ กันมันก็น่าจะเกิดประโยชน์ขึ้นมา เกิดคุณค่า และเกิดมูลค่าในที่สุด คุ้มกับเวลาที่เสียไป
...."และนี่เป็นความคิดของผมเพียงคนเดียว ที่อยากจะบอกนักพัฒนาทุกท่านครับ" 
2. ศิลป์
ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับ "ศิลป์" ในข้อ 1.2 กล่าวคือ ศิลป์ในหัวข้อใหญ่ในเรื่อง"ศาสตร์และศิลป์" ผมจะหมายถึง "ศิลปะในการเลี้ยงดู" เลี้ยงอย่างไรให้ปลาออกมาสวย เลี้ยงยังไงให้ตัวใหญ่ ๆ เปลี่ยนน้ำยังไง ปลาป่วยรักษายังไง ล้างตู้แบบไหน ใช้ซันไลหรือผงซักฟอก!

อะไรแบบนี้ ซึ่งในคาบเรียนต่อ ๆ ไปเราจะมาพูดถึงเรื่องพวกนี้กัน ทีนี้เราก็จะสามารถแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ซึ่งกันและกันได้ ไม่ว่าจะเป็นมือเก่าหรือมือใหม่
" บางทีสิ่งที่เราคิดว่าดีแล้ว อาจจะไม่ดีก็ได้ หรืออาจจะเจออะไรทีดีกว่าจากคนที่เพิ่งเริ่มเลี้ยง ซึ่งแม้แต่เราเองก็อาจจะคาดไม่ถึง" ถ้าไม่รำคาญกันซะก่อนว่าไอ้นี่เป็นใคร ขยันหาเรื่องมาโพสต์จัง เราก็เริ่มคาบเรียนหน้าในโอกาสต่อไปครับ ในหัวข้อ
"ศิลปะในการเลี้ยงปลาหางนกยูง"