มารายงานตัวปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งการยึดอำนาจครับ
บางทีบางเรื่องพื้นฐานเคยพูดแล้ว ตามประสาคนเคยพูดก็ไม่ค่อยพูดซ้ำ พอพูดใหม่ก็จะห้วนๆ สั้นๆ พูดซ้ำมากก็เกรงใจคนที่เคยอ่านที่เราเขียนไปแล้ว แต่ก็คิดว่าคงต้องพูดละเอียดอีกซักครั้งเพราะสมาชิกใหม่ๆน่าจะเพิ่มขึ้นมากแล้วรวมทั้งเป็นการ ปรับปรุงให้สิ่งที่เล่าสู่กันฟันทันสมัยยิ่งขึ้น ถ้าอะไรที่เขียนแล้วเห็นว่าควรขยายความไม่ต้องเกรงใจบอกได้ ถ้ารู้ยินดีขยายความให้เข้าใจครับ
จะพยายามปรับตัวให้พูดอะไรง่ายๆ แต่บางทีบุคลิกมันพาไป ขึ้นต้นก็เป็นลำไม้ไผ่ พอลงท้ายกลายเป็นบ้องกัญชา ต้องขออภัยล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ด้วย
เริ่มด้วยขอตอบคำถามคุณ Satan ก่อนครับ คิดว่าคุณ Satan คงไม่ใช่มือใหม่ แต่ขออนุญาตอธิบายลงไปให้พื้นฐานมากขึ้นเผื่อน้องๆที่เข้ามาใหม่ด้วยเลย
อันดับแรกคงต้องทำความเข้าใจเรื่องพื้นสีกันใหม่สักเล็กน้อยก่อน
สีของปลาเราแบ่งเป็นสองลักษณะ คือ
1 สีที่ส่งผลตลอดทั้งตัวปลา ผมเรียกพื้นสี หรือ base color บางทีเรียก basic color หรือ ทางเยอรมันเรียก grundfarben
2 สีที่แสดงลวดลาย หรือสีที่แสดงลักษณะของสายพันธุ์ opaque color หรือ เยอรมันเรียก decfarben
ทีนี้มาทำความเข้าใจเรื่องของพื้นสี กันครับ
พื้นสีที่เป็นพื้นฐาน ตอนนี้พบอยู่ 7 แบบคือ
1 เทา grey
2 อัลบิโน albino
3 บลู blue (หรือ เยอรมันเรียก blau)
4 ชมพู pink
5 โกลด์ gold (เรียกตาม ยุโรป เอซียเรียก ไทเกอร์ อเมริกาเรียก บรอนซ์ bronze)
6 บลอนด์ blond (เรียกตาม ยุโรป อเมริกา เรียกโกลด์ gold)
7 ลูติโน lutino
นอกเหนือจากพื้นสี 7 แบบนี้ก็ยังมีพื้นสีที่ประกอบกันขึ้นจากพื้นสีทั้ง7 แบบนี้ ซึ่งจะพูดในรายละเอียดต่อไปครับ
พื้นสีมีบทบาทอย่างไรต่อปลาที่เราเห็น
1. ลำดับแรกคือพื้นเทา พื้นเทาคือปลาที่ถือว่าเป็นพื้นปรกติที่พบโดยทั่วไป ปลาพื้นเทาเป็นปลาที่สามารถแสดงสีต่างๆของสายพันธุ์ได้โดยสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ปลาสายพันธุ์หนึ่งบนลำตัวมีแต้มสีแดง มีข้อสีดำ และหางเหลือง ปลาพื้นเทาก็จะแสดงสีลวดลายตามสายพันธุ์นี้ให้เราเห็นองประกอบตามสายพันธุ์โดยครบถ้วนตามที่มี อีกตัวอย่างเช่นปลามีข้อสีขาวหางสีขาว โดยส่วนอื่นๆไม่มีสี ปลาก็จะแสดงตามนั้น เรียกว่าลักษณะตามสายพันธุ์เป็นยังไง ปลาพื้นเทา จะแสดงออกตามนั้น นัยตาของปลาพื้นเทาจะเป็นสีดำเสมอ เพราะธรรมชาติของดวงตาตามปรกติเป็นสีดำ
ตัวอย่างภาพปลาพื้นเทา
http://www.guppyart.de/galery/0018.jpghttp://www.guppyart.de/galery/0012.jpghttp://www.guppyart.de/galery/0054.jpghttp://www.guppyart.de/galery/0107.jpghttp://www.guppyart.de/galery/0082.jpg2. พื้นอัลบิโน อัลบิโน จัดเป็น พื้นสีอีกแบบหนึ่ง อัลบิโน ในภาษาชาวบ้านก็คือเผือกนั่นเอง อัลบิโนเกิดขึ้นจากการผ่าเหล่าทางพันธุกรรม ที่มีผลทำให้ไม่มีเม็ดสีดำ ที่เรียกว่าเมลานิน ในผิวหนัง เป็นผลทำให้ปลาทั้งตัวขาดเม็ดสีดำ รวมถึงในตาด้วย ปลาอัลบิโนจึงมีตาแดงเสมอ อัลบิโนถูกจัดเป็นพื้นสีเพราะส่งผลตลอดทั้งตัวปลาและเกิดกับสายพันธุ์ใดก็ได้ที่มี พันธุกรรมของ อัลบิโนอยู่ ปลาอัลบิโนจึงเป็นปลาตาแดง และตลอดทั้งตัวจะไม่มีสีดำปนเปื้อนเลยแม้แต่น้อย เราสามารถทำปลาทุกสายพันธุ์ให้เป็นอัลบิโนได้ ดังนั้นอัลบิโนจึงไม่ใช่ลักษณะประจำสายพันธุ์ เหมือนคนไทย คนลาว หรือฝรั่ง สามารถเป็นอัลบิโนได้ แต่ไม่ทำให้คนเหล่านั้นเปลี่ยนไปจากการเป็นคนไทย คนลาว หรือฝรั่งได้
ปลาที่เป็นอัลบิโนจึงมีอยู่แทบทุกสายพันธุ์ เช่น อัลบิโนฟูลโกลด์ อัลบิโนเรดกลาซ อัลบิโน เรดโมเสด อื่นๆอีกมากมาย
ตัวอย่างภาพของปลาที่เป็นอัลบิโน
http://www.guppyart.de/galery/0106.jpghttp://www.guppyart.de/galery/0102.jpghttp://www.guppyart.de/galery/0030.jpg3. พื้นบลู พื้นบลูจัดเป็นพื้นสีอีกแบบหนึ่ง พอเราบอกว่าเป็นพื้นสี เราคงต้องนึกภาพออกทันทีว่า ลักษณะของพื้นบลูก็คงต้องเหมือนอัลบิโน หรือ พื้นเทา คือ ส่งผลต่อตัวปลาตลอดทั้งตัว และ พื้นบลู ไม่ใช่ลักษณะประจำสายพันธุ์ ปลาทุกสายพันธุ์สามารถทำให้เป็นพื้นบลูได้ เช่นเราอาจทำมอสโควบลูให้เป็นพื้นบลู ทำเยลโล่ทักสิโดที่บ้านให้เป็นพื้นบลู ทำแจแปนบลูที่บ้านให้เป็นพื้นบลู แต่ปลาที่ทำให้เป็นพื้นบลูแต่ละตัวก็ยังคงลักษณะพันธุกรรมของสายพันธุ์เดิมคือ มอสโคว เยลโลทักสิโด หรือแจแปนบลู แต่หน้าตาสีสรรอาจดูเปลี่ยนไป
ทีนี้สมบัติของพื้นบลู ต่างจากพื้นอัลบิโนหรือพื้นเทา ที่พูดมาก่อนหน้านี้ยังไง ลักษณะแบบไหนเราจึงเรียกมันว่าบลู
การที่เราเรียกปลาว่าเป็นพื้นบลูก็เพราะว่า มันไม่สามารถสร้างสีแดงและสี เหลืองได้ อาจสงสัยว่าทำไมสร้างแดงสร้างเหลืองไม่ได้มันไปเกี่ยวอะไรกับ บลู เพราะบลูมันแปลว่าน้ำเงิน อันนี้เราอาจต้องย้อน รำลึกไปถึงสมัยที่เราเรียนศิลปะ ตอนเด็กๆ ที่ครูสอนเราว่า แม่สีมีสามสีคือ สีแดง น้ำเงิน เหลือง นอกจากนี้ก็มีสีที่ใช้ประกอบการเขียนภาพที่ผสมขึ้นได้ยากคือสีดำ กับสีขาว เบ็ดเสร็จ ก็คือไม่ว่าเราจะเขียนภาพสีอะไรก็ตาม เราใช้ 5 สีนี้ผสมกันขึ้นได้ อย่างเช่นสีส้มเกิดจากสีแดงผสมกับเหลือง สีฟ้าเกิดจากน้ำเงินเจือจางหรือน้ำเงินผสมกับขาว สีม่วงเกิดจากแดงผสมน้ำเงิน สีเขียวเกิดจากสีเหลืองผสมน้ำเงินเป็นต้น
ทีนี้ลองจินตนาการปลาตัวนึงขึ้นมาเป็นปลาพื้นเทามีสีม่วง ทั้งตัว
สมมุติว่าอย่างในรูปนี้
http://www.guppyart.de/galery/0045.jpgถ้าเราเอาสีแดงกับสีเหลืองออกจะเหลือสีอะไร ตัวอย่างอีกตัว ปลาลำตัวสีส้ม โคนหางสีน้ำเงิน อมเขียวอย่างในรูปนี้
http://www.guppyart.de/galery/0064.jpg เอาสี แดงกับเหลืองออกจะเหลือสีอะไร จะเห็นว่าทั้งสองตัวอย่าง ถ้าเอาสีแดงกับเหลืองออกสิ่งที่เหลืออยู่บนตัวปลาก็คือน้ำเงิน กับดำ ด้วยเหตุนี้ปลาสายพันธุ์ที่มีสีน้ำเงินปนอยู่จึงแสดงส่วนที่เป็นสีน้ำเงินออกมาอย่างเด่นชัด อย่างเช่นในรูปนี้
http://www.guppyart.de/galery/0007.jpgจริงๆแล้วไม่เฉพาะตัวอย่างที่ยกมานี้ ปลาสายพันธุ์ไหนๆเมื่อทำเป็นพื้นบลูแล้ว ก็ไม่แสดงสีแดงเหลือง ทำให้เห็นสีส่วนที่เหลือที่เป็นน้ำเงินอยู่ ก็เลยเป็นที่มาว่าทำไมเรียกพื้นนี้ว่าพื้นบลู ทีนี้ปลาพื้นบลูจำเป็นต้องเป็นสีน้ำเงินเสมอหรือไม่ ลองดูกรณีนี้ครับ สมมุติเรามีปลาพื้นเทาที่แดงแท้ๆทั้งตัวเลยพอทำเป็นพื้นบลูแล้วจะเป็นสีอะไร จะเห็นว่าปลาแดงแท้ๆถ้าเอาแดงออก มันก็แสดงสีของเนื้อปลาขาวๆใสๆเท่านั้น
ทีนี้ยังไม่จบง่ายๆ สำหรับบลู เรามาดูในรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับพื้นบลูกัน
ตามที่เรารู้แล้วว่าบลูไม่แสดงสีแดงกับเหลือง ปัจจุบันนี้เขาพบว่า บลู มี 3 แบบ คือ บลูของทางยุโรป บางทีเรียก บลู1 (เขียนอักษรแทนยีนส์ r1 ) บลู1 นี่มีสมบัติในการในการแสดงผลของบลูได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ คือ สามารถทำให้ปลาลดสีเหลืองแดงลงแต่ไม่สมบูรณ์ ทีนี้มันก็มีปัญหาสิครับ ปลาแสดงสีแดงได้ แต่น้อยกว่าพื้นเทา มันก็คล้ายกับพื้นเทาสิ แล้วถ้ามีปลาที่เป็นพื้นบลู1 อยู่จะรู้ได้ไง เขาก็พบว่า บลูมีสมบัติที่สำคัญอีกอันหนึ่งคือ นอกจากมันสยบแดงเหลืองแล้วมันยังไม่ยอมให้ลักษณะทางพันธุกรรมของ ผิวงูหรือเสนกสกินแสดงออกได้ด้วย ข้อนี้ก็เลยเป็นตัวทดสอบบ่งชี้ชัดได้ว่าเป็น บลู1 หรือเทากันแน่
รูปนี้เป็นตัวอย่างของปลาที่เป็นบลู1
http://www.guppyart.de/galery/0099.jpg มีบลู1 ก็ต้องมีบลู 2 ครับ บลู2 นี่เป็นบลูที่มีชื่อเสียงมาก ที่อ้างถึงบลูโดยทั่วไปก็จะหมายถึงบลูตัวนี้ (เขียนอักษรแทนยีนส์ด้วย r2) บลู2 นี่พบในปลาที่พัฒนามาจากทางเอเซีย เช่น บลูนีออนทักสิโด บลูไดมอนด์ บลูกล๊าซเป็นต้น บลู2 หรือ อาเซียนบลูมีผลต่อการลดสีแดงและเหลืองค่อนข้างสมบูรณ์100เปอร์เซนต์ ในปลาทั่วไป (มียกเว้นเหมือนกัน ปลาแดงบางอย่างจำไม่ได้ว่าของยุโรปหรืออเมริกา บลู2 ไม่สามารถลบแดงเขาได้ เรียกว่าธรรมชาติมีทางออกเสมอ ยืมคำนี้มาจากหนังจูราสสิคพาร์ค) บลู2 เป็นปลาที่เราหาดูได้บ่อยมากในบ้านเรา โดยพบในนีออนบลู และบลูไดมอนด์
ตัวอย่างรูปของบลู 2 ครับ
รูปแรกนี้เป็นมอสโควที่ทำเป็นพื้นบลู2
http://www.guppyart.de/galery/0079.jpgรูปนี้เป็น บลูไดมอนด์ที่ทำเป็นพื้นบลู 2

ทีนี้ก็เป็นบลูตัวสุดท้าย บลู3 ครับ บลูตัวนี้ทางเยอรมันเขาเรียก hell blue น่าจะแปลว่าน้ำเงินอ่อน (ไม่ใช่น้ำเงินนรก) ปลาพื้นนี้ตัดสีแดงได้ดีแต่สีเหลืองไม่ค่อยดี มีลักษณะที่สำคัญที่แตกต่างจากบลูสองตัวข้างบนคือมันสามารถแสดง ผิวงูได้ ปลาพื้นบลู3นี้ ตัวจะออกสีฟ้า
รูปนี้เป็น บลู3 ครับ
http://www.guppyart.de/galery/0074.jpgอีกรูปครับ
http://www.guppyart.de/galery/0022.jpgรูปภาพส่วนใหญ่ได้มาจาก เวบไซท์ guppy art
http://www.guppyart.de/galerie.htmคำถามลับสมองท้ายบท
ถ้าต้องการ 3/4 black แล้วมีคนมาเสนอขาย ให้เลือกสองตัว ตัวหนึ่ง เป็น3/4 black ที่มีสีแดงข้างหู แต่อีกตัวเป็น 3/4 black ที่ไม่ติดแดง ท่านจะเลือกตัวไหน