Author Topic: การถ่ายทอดลักษณะทางกรรมพันธุ์ของปลาแต่ละสายพันธุ์  (Read 32617 times)

0 Members and 3 Guests are viewing this topic.

narongsak

  • Guest
ไม่รู้ว่าใครสอนใครกันแน่ฟ๊ะ...เค้าถึงให้มีระบบชายเซ็นเตอร์ไง  คือนักเรียนเป็นศุนย์กลาง
ทฤษฎีที่ตอบมาน่าจะมีบางอย่างผิดพลาด  ยังไงช่วยอ้างอิงแหล่งที่มานึดนึง..
เดี๋ยวเอาไว้จะมาตรวจให้ละเอียดอีกที  ตอนนี้ขอไปทำมาหารับประทานก่อนนะครับ
( แค่คนสองคนคุยกัน  คิดว่าน่าจะมีคนอีกมากได้ประโยชน์  ถ้ามีคนคุยกันมากขึ้นจะมีคนอีกไม่รู้เท่าไหร่ได้ประโยชน์จากเรื่องพวกนี้ครับ )
ตั้งใจตีลูกให้ไปถึงดวงจันทร์  ถึงพลาด ก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว
« Last Edit: March 23, 2007, 01:18:30 pm by narongsak »

Watery_Wing

  • Guest
ไม่รู้ว่าใครสอนใครกันแน่ฟ๊ะ...เค้าถึงให้มีระบบชายเซ็นเตอร์ไง  คือนักเรียนเป็นศุนย์กลาง
ทฤษฎีที่ตอบมาน่าจะมีบางอย่างผิดพลาด  ยังไงช่วยอ้างอิงแหล่งที่มานึดนึง..
เดี๋ยวเอาไว้จะมาตรวจให้ละเอียดอีกที  ตอนนี้ขอไปทำมาหารับประทานก่อนนะครับ
( แค่คนสองคนคุยกัน  คิดว่าน่าจะมีคนอีกมากได้ประโยชน์  ถ้ามีคนคุยกันมากขึ้นจะมีคนอีกไม่รู้เท่าไหร่ได้ประโยชน์จากเรื่องพวกนี้ครับ )

ที่มาอยู่ หน้า 1 คะ อาจารย์ หัวข้อกระทู้นี้แหละคะ

 :-\ อ้าว งานนี้คงต้องหาคำตอบที่ถูกต้องร่วมกันแล้วละคะ นักเรียนก็ทำได้แต่หาข้อมูลอ่านๆวิเคราะห์เอาคะ

บางที อาจจะวิเคราะห์ข้อมูลผิดก็ได้คะ  :-X (ปฏิบัติกับทฤษฎีไม่ตรงกันซะแหล่ว สนุกเลยคราวนี้  ;D)

ขอบคุณคุณนพรัตน์คะ กำลังเข้ามาแก้อยู่พอดีเลย  :-[

« Last Edit: March 23, 2007, 02:14:04 pm by Watery_Wing »

narongsak

  • Guest
สงสัยงานนี้ต้องระกวนอาจารย์สอนพิเศษทั้ง 3 ท่านมาช่วยอธิบายรูปพวกนี้ซะแล้วแหละ....แล้วเดี๋ยวจะสรุปในทางของผมให้อีกทีนึงครับ......
(ที่ต้องการให้อ้างอิงแหล่งข้อมูล  คืออยากรู้ว่าได้รูปพวกนี้มาจากไหน ยังไงคนลงรูปรบกวนช่วยแจ้งนึดนึงครับ)
« Last Edit: March 23, 2007, 01:46:37 pm by นพรัตน์ »

nopparat

  • Guest
ต้องรีบไปรื้อๆ ค้นๆ รังหนู ดูว่าไปได้ข้อมูลมาจากใหน (กลัวจะจามไม่หยุด)
แล้วในที่สุดก็หาเจอ (รอดตัวไป)  ;)

http://members.aol.com/guppyblks/gen01.htm

http://members.aol.com/guppyblks/gen02.htm

http://members.aol.com/guppyblks/gen03.htm


(ปล.  แก้ไขให้ตามคำขอแล้วนะครับ อาจารย์)
« Last Edit: March 23, 2007, 01:46:59 pm by นพรัตน์ »

cyber_g

  • Guest
มารายงานตัวปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งการยึดอำนาจครับ       
          บางทีบางเรื่องพื้นฐานเคยพูดแล้ว ตามประสาคนเคยพูดก็ไม่ค่อยพูดซ้ำ พอพูดใหม่ก็จะห้วนๆ สั้นๆ พูดซ้ำมากก็เกรงใจคนที่เคยอ่านที่เราเขียนไปแล้ว แต่ก็คิดว่าคงต้องพูดละเอียดอีกซักครั้งเพราะสมาชิกใหม่ๆน่าจะเพิ่มขึ้นมากแล้วรวมทั้งเป็นการ ปรับปรุงให้สิ่งที่เล่าสู่กันฟันทันสมัยยิ่งขึ้น ถ้าอะไรที่เขียนแล้วเห็นว่าควรขยายความไม่ต้องเกรงใจบอกได้ ถ้ารู้ยินดีขยายความให้เข้าใจครับ
จะพยายามปรับตัวให้พูดอะไรง่ายๆ  แต่บางทีบุคลิกมันพาไป ขึ้นต้นก็เป็นลำไม้ไผ่ พอลงท้ายกลายเป็นบ้องกัญชา ต้องขออภัยล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ด้วย
 
เริ่มด้วยขอตอบคำถามคุณ Satan ก่อนครับ คิดว่าคุณ Satan คงไม่ใช่มือใหม่ แต่ขออนุญาตอธิบายลงไปให้พื้นฐานมากขึ้นเผื่อน้องๆที่เข้ามาใหม่ด้วยเลย

อันดับแรกคงต้องทำความเข้าใจเรื่องพื้นสีกันใหม่สักเล็กน้อยก่อน
สีของปลาเราแบ่งเป็นสองลักษณะ คือ
1 สีที่ส่งผลตลอดทั้งตัวปลา ผมเรียกพื้นสี หรือ base color บางทีเรียก basic color หรือ ทางเยอรมันเรียก grundfarben
2 สีที่แสดงลวดลาย หรือสีที่แสดงลักษณะของสายพันธุ์ opaque color หรือ เยอรมันเรียก decfarben

ทีนี้มาทำความเข้าใจเรื่องของพื้นสี กันครับ
พื้นสีที่เป็นพื้นฐาน ตอนนี้พบอยู่ 7 แบบคือ
1 เทา  grey
2 อัลบิโน  albino
3 บลู  blue (หรือ เยอรมันเรียก blau)
4 ชมพู pink
5 โกลด์ gold  (เรียกตาม ยุโรป  เอซียเรียก ไทเกอร์  อเมริกาเรียก บรอนซ์ bronze)
6 บลอนด์  blond (เรียกตาม ยุโรป  อเมริกา เรียกโกลด์ gold)
7 ลูติโน lutino
        นอกเหนือจากพื้นสี 7 แบบนี้ก็ยังมีพื้นสีที่ประกอบกันขึ้นจากพื้นสีทั้ง7 แบบนี้ ซึ่งจะพูดในรายละเอียดต่อไปครับ

พื้นสีมีบทบาทอย่างไรต่อปลาที่เราเห็น
1. ลำดับแรกคือพื้นเทา พื้นเทาคือปลาที่ถือว่าเป็นพื้นปรกติที่พบโดยทั่วไป ปลาพื้นเทาเป็นปลาที่สามารถแสดงสีต่างๆของสายพันธุ์ได้โดยสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ปลาสายพันธุ์หนึ่งบนลำตัวมีแต้มสีแดง มีข้อสีดำ และหางเหลือง ปลาพื้นเทาก็จะแสดงสีลวดลายตามสายพันธุ์นี้ให้เราเห็นองประกอบตามสายพันธุ์โดยครบถ้วนตามที่มี  อีกตัวอย่างเช่นปลามีข้อสีขาวหางสีขาว โดยส่วนอื่นๆไม่มีสี ปลาก็จะแสดงตามนั้น เรียกว่าลักษณะตามสายพันธุ์เป็นยังไง ปลาพื้นเทา จะแสดงออกตามนั้น นัยตาของปลาพื้นเทาจะเป็นสีดำเสมอ เพราะธรรมชาติของดวงตาตามปรกติเป็นสีดำ
ตัวอย่างภาพปลาพื้นเทา

http://www.guppyart.de/galery/0018.jpg

http://www.guppyart.de/galery/0012.jpg

http://www.guppyart.de/galery/0054.jpg

http://www.guppyart.de/galery/0107.jpg

http://www.guppyart.de/galery/0082.jpg

2. พื้นอัลบิโน อัลบิโน จัดเป็น พื้นสีอีกแบบหนึ่ง อัลบิโน ในภาษาชาวบ้านก็คือเผือกนั่นเอง อัลบิโนเกิดขึ้นจากการผ่าเหล่าทางพันธุกรรม ที่มีผลทำให้ไม่มีเม็ดสีดำ ที่เรียกว่าเมลานิน ในผิวหนัง เป็นผลทำให้ปลาทั้งตัวขาดเม็ดสีดำ รวมถึงในตาด้วย  ปลาอัลบิโนจึงมีตาแดงเสมอ อัลบิโนถูกจัดเป็นพื้นสีเพราะส่งผลตลอดทั้งตัวปลาและเกิดกับสายพันธุ์ใดก็ได้ที่มี พันธุกรรมของ อัลบิโนอยู่ ปลาอัลบิโนจึงเป็นปลาตาแดง และตลอดทั้งตัวจะไม่มีสีดำปนเปื้อนเลยแม้แต่น้อย เราสามารถทำปลาทุกสายพันธุ์ให้เป็นอัลบิโนได้ ดังนั้นอัลบิโนจึงไม่ใช่ลักษณะประจำสายพันธุ์ เหมือนคนไทย คนลาว หรือฝรั่ง สามารถเป็นอัลบิโนได้ แต่ไม่ทำให้คนเหล่านั้นเปลี่ยนไปจากการเป็นคนไทย คนลาว หรือฝรั่งได้
ปลาที่เป็นอัลบิโนจึงมีอยู่แทบทุกสายพันธุ์ เช่น อัลบิโนฟูลโกลด์  อัลบิโนเรดกลาซ อัลบิโน เรดโมเสด อื่นๆอีกมากมาย
ตัวอย่างภาพของปลาที่เป็นอัลบิโน

http://www.guppyart.de/galery/0106.jpg

http://www.guppyart.de/galery/0102.jpg

http://www.guppyart.de/galery/0030.jpg

3. พื้นบลู พื้นบลูจัดเป็นพื้นสีอีกแบบหนึ่ง พอเราบอกว่าเป็นพื้นสี เราคงต้องนึกภาพออกทันทีว่า ลักษณะของพื้นบลูก็คงต้องเหมือนอัลบิโน หรือ พื้นเทา คือ ส่งผลต่อตัวปลาตลอดทั้งตัว และ พื้นบลู ไม่ใช่ลักษณะประจำสายพันธุ์ ปลาทุกสายพันธุ์สามารถทำให้เป็นพื้นบลูได้  เช่นเราอาจทำมอสโควบลูให้เป็นพื้นบลู ทำเยลโล่ทักสิโดที่บ้านให้เป็นพื้นบลู ทำแจแปนบลูที่บ้านให้เป็นพื้นบลู แต่ปลาที่ทำให้เป็นพื้นบลูแต่ละตัวก็ยังคงลักษณะพันธุกรรมของสายพันธุ์เดิมคือ มอสโคว เยลโลทักสิโด หรือแจแปนบลู แต่หน้าตาสีสรรอาจดูเปลี่ยนไป
      ทีนี้สมบัติของพื้นบลู ต่างจากพื้นอัลบิโนหรือพื้นเทา ที่พูดมาก่อนหน้านี้ยังไง ลักษณะแบบไหนเราจึงเรียกมันว่าบลู
      การที่เราเรียกปลาว่าเป็นพื้นบลูก็เพราะว่า มันไม่สามารถสร้างสีแดงและสี เหลืองได้ อาจสงสัยว่าทำไมสร้างแดงสร้างเหลืองไม่ได้มันไปเกี่ยวอะไรกับ บลู เพราะบลูมันแปลว่าน้ำเงิน อันนี้เราอาจต้องย้อน รำลึกไปถึงสมัยที่เราเรียนศิลปะ ตอนเด็กๆ ที่ครูสอนเราว่า แม่สีมีสามสีคือ สีแดง น้ำเงิน เหลือง นอกจากนี้ก็มีสีที่ใช้ประกอบการเขียนภาพที่ผสมขึ้นได้ยากคือสีดำ กับสีขาว เบ็ดเสร็จ ก็คือไม่ว่าเราจะเขียนภาพสีอะไรก็ตาม เราใช้ 5 สีนี้ผสมกันขึ้นได้ อย่างเช่นสีส้มเกิดจากสีแดงผสมกับเหลือง สีฟ้าเกิดจากน้ำเงินเจือจางหรือน้ำเงินผสมกับขาว สีม่วงเกิดจากแดงผสมน้ำเงิน สีเขียวเกิดจากสีเหลืองผสมน้ำเงินเป็นต้น
ทีนี้ลองจินตนาการปลาตัวนึงขึ้นมาเป็นปลาพื้นเทามีสีม่วง ทั้งตัว
สมมุติว่าอย่างในรูปนี้

http://www.guppyart.de/galery/0045.jpg

ถ้าเราเอาสีแดงกับสีเหลืองออกจะเหลือสีอะไร ตัวอย่างอีกตัว ปลาลำตัวสีส้ม โคนหางสีน้ำเงิน อมเขียวอย่างในรูปนี้

http://www.guppyart.de/galery/0064.jpg

 เอาสี แดงกับเหลืองออกจะเหลือสีอะไร จะเห็นว่าทั้งสองตัวอย่าง ถ้าเอาสีแดงกับเหลืองออกสิ่งที่เหลืออยู่บนตัวปลาก็คือน้ำเงิน กับดำ ด้วยเหตุนี้ปลาสายพันธุ์ที่มีสีน้ำเงินปนอยู่จึงแสดงส่วนที่เป็นสีน้ำเงินออกมาอย่างเด่นชัด อย่างเช่นในรูปนี้

http://www.guppyart.de/galery/0007.jpg

จริงๆแล้วไม่เฉพาะตัวอย่างที่ยกมานี้ ปลาสายพันธุ์ไหนๆเมื่อทำเป็นพื้นบลูแล้ว ก็ไม่แสดงสีแดงเหลือง ทำให้เห็นสีส่วนที่เหลือที่เป็นน้ำเงินอยู่ ก็เลยเป็นที่มาว่าทำไมเรียกพื้นนี้ว่าพื้นบลู ทีนี้ปลาพื้นบลูจำเป็นต้องเป็นสีน้ำเงินเสมอหรือไม่ ลองดูกรณีนี้ครับ สมมุติเรามีปลาพื้นเทาที่แดงแท้ๆทั้งตัวเลยพอทำเป็นพื้นบลูแล้วจะเป็นสีอะไร จะเห็นว่าปลาแดงแท้ๆถ้าเอาแดงออก มันก็แสดงสีของเนื้อปลาขาวๆใสๆเท่านั้น

  ทีนี้ยังไม่จบง่ายๆ สำหรับบลู เรามาดูในรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับพื้นบลูกัน
ตามที่เรารู้แล้วว่าบลูไม่แสดงสีแดงกับเหลือง ปัจจุบันนี้เขาพบว่า บลู มี 3 แบบ คือ บลูของทางยุโรป บางทีเรียก บลู1 (เขียนอักษรแทนยีนส์ r1 ) บลู1 นี่มีสมบัติในการในการแสดงผลของบลูได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ คือ สามารถทำให้ปลาลดสีเหลืองแดงลงแต่ไม่สมบูรณ์ ทีนี้มันก็มีปัญหาสิครับ ปลาแสดงสีแดงได้ แต่น้อยกว่าพื้นเทา มันก็คล้ายกับพื้นเทาสิ แล้วถ้ามีปลาที่เป็นพื้นบลู1 อยู่จะรู้ได้ไง เขาก็พบว่า บลูมีสมบัติที่สำคัญอีกอันหนึ่งคือ นอกจากมันสยบแดงเหลืองแล้วมันยังไม่ยอมให้ลักษณะทางพันธุกรรมของ ผิวงูหรือเสนกสกินแสดงออกได้ด้วย ข้อนี้ก็เลยเป็นตัวทดสอบบ่งชี้ชัดได้ว่าเป็น บลู1 หรือเทากันแน่
รูปนี้เป็นตัวอย่างของปลาที่เป็นบลู1

http://www.guppyart.de/galery/0099.jpg

   มีบลู1 ก็ต้องมีบลู 2 ครับ  บลู2 นี่เป็นบลูที่มีชื่อเสียงมาก ที่อ้างถึงบลูโดยทั่วไปก็จะหมายถึงบลูตัวนี้ (เขียนอักษรแทนยีนส์ด้วย r2) บลู2 นี่พบในปลาที่พัฒนามาจากทางเอเซีย เช่น บลูนีออนทักสิโด บลูไดมอนด์ บลูกล๊าซเป็นต้น บลู2 หรือ อาเซียนบลูมีผลต่อการลดสีแดงและเหลืองค่อนข้างสมบูรณ์100เปอร์เซนต์ ในปลาทั่วไป (มียกเว้นเหมือนกัน ปลาแดงบางอย่างจำไม่ได้ว่าของยุโรปหรืออเมริกา บลู2 ไม่สามารถลบแดงเขาได้ เรียกว่าธรรมชาติมีทางออกเสมอ ยืมคำนี้มาจากหนังจูราสสิคพาร์ค) บลู2 เป็นปลาที่เราหาดูได้บ่อยมากในบ้านเรา โดยพบในนีออนบลู และบลูไดมอนด์
ตัวอย่างรูปของบลู 2 ครับ

รูปแรกนี้เป็นมอสโควที่ทำเป็นพื้นบลู2

http://www.guppyart.de/galery/0079.jpg
รูปนี้เป็น บลูไดมอนด์ที่ทำเป็นพื้นบลู 2



ทีนี้ก็เป็นบลูตัวสุดท้าย บลู3 ครับ บลูตัวนี้ทางเยอรมันเขาเรียก hell blue น่าจะแปลว่าน้ำเงินอ่อน (ไม่ใช่น้ำเงินนรก) ปลาพื้นนี้ตัดสีแดงได้ดีแต่สีเหลืองไม่ค่อยดี มีลักษณะที่สำคัญที่แตกต่างจากบลูสองตัวข้างบนคือมันสามารถแสดง ผิวงูได้ ปลาพื้นบลู3นี้ ตัวจะออกสีฟ้า

รูปนี้เป็น บลู3 ครับ

http://www.guppyart.de/galery/0074.jpg
อีกรูปครับ

http://www.guppyart.de/galery/0022.jpg

รูปภาพส่วนใหญ่ได้มาจาก เวบไซท์ guppy art


http://www.guppyart.de/galerie.htm

คำถามลับสมองท้ายบท

ถ้าต้องการ 3/4  black  แล้วมีคนมาเสนอขาย ให้เลือกสองตัว ตัวหนึ่ง เป็น3/4 black ที่มีสีแดงข้างหู แต่อีกตัวเป็น 3/4 black ที่ไม่ติดแดง ท่านจะเลือกตัวไหน

« Last Edit: March 26, 2007, 05:11:16 pm by cyber_g »

Watery_Wing

  • Guest
 ;D ฟื้นคืนชีพแล้วคะ โดปยานอนหลับไปสักพัก ตอนนี้กลับมาสู้ต่อดีกว่า  :D

ตอนนี้ Target เมย์มีแย้ว คือจะ พัฒนา ซันเซท กระโดงสูง เป็นของตัวเองให้ได้

 :-X แม้ว่าจะไม่ถูกใจตลาดก็ตาม แต่ถูกใจคนเลี้ยงก็พอเนอะ อิอิ

มาอ่าน และข้อมูลเพิ่มเติมต่อ งานนี้ต้องหาของฟลูแพลตตินั่มด้วยแล้วสิ

ถ้าหาเจอแล้วจะเอามาให้อาจารย์ตรวจดูนะคะ ว่าเมย์เข้าใจถูกไหม

-/|\- ขอบคุณงามๆ กราบอาจารย์ทั้งหลาย ที่คอยแนะนำชี้ทางให้นักเรียนคนนี้ เริ่มเห็นทางสว่าง

และไปได้ไวกว่า ด้วยการช่วยเหลือของอาจารย์ทุกท่าน หากผิดพลาดอะไรติได้เสมอนะคะ

ชอบให้คนแนะนำคะ จะได้มีความคิดเห็นที่ต่างออกไป ถูกผิดเด๋วเราก็มาวิเคราะห์ด้วยกันเนอะ ;D


The Rat can do!!


อ่านวนซ้ำหลายรอบทีเดียว (จิตนาการตาม) เริ่มๆเห็นภาพแล้วคะ เลยคิดว่ามาตอบคำถามอาจารย์ cyber_g ดูดีกว่า ว่าเราเข้าใจถูกไหม?

คำถามลับสมองท้ายบท
ถ้าต้องการ 3/4  black  แล้วมีคนมาเสนอขาย ให้เลือกสองตัว ตัวหนึ่ง เป็น3/4 black ที่มีสีแดงข้างหู แต่อีกตัวเป็น 3/4 black ที่ไม่ติดแดง ท่านจะเลือกตัวไหน


 :-X ทีนี้เมย์ไม่รู้ว่า 3/4 black เนี่ยต้องเนื้อบลู หรือเนื้อเทา ถึงจะใช่ที่ต้องการ (แต่ดูรูปของคุณ pingu แล้วก็เห็นติดแดงนะคะ) << ต้องขอบคุณ คุณ pingu ที่หารูปมาให้ดูประกอบด้วยนะคะ ไม่รู้จักเลยคะชื่อนี้ -_-''

งั้นตอบแบบนี้ละกันคะ

3/4 black ที่มีสีแดงข้างหู

1. เป็นเนื้อเทา เพราะว่า เนื้อเทาสามารถแสดงสีและองค์ประกอบได้ครบถ้วนตามสายพันธุ์ ดังนั้นตัวที่มีติดแดงข้างหู จึงสมควรเลือก เพราะเป็นสายพันธ์จริง

2. เป็นเนื้อบลู (คงไม่ใช่อัลบิโน่แล้วแหละคะ) แต่ทีนี้จะเข้ากลุ่มบลูไหนต้องมาวิเคราะห์กัน

2.1 บลู1 (สามารถทำให้ปลาลดสีเหลืองแดงลงแต่ไม่สมบูรณ์ และไม่แสดงผิวงูหรือเสนกสกิน)
ข้อนี้มีโอกาสเป็นไปได้ เพราะว่า 3/4 black ไม่แสดงผิวงูหรือเสนกสกิน และลดสีลงไม่สมบูรณ์ ดังนั้นก็อาจจะเห็น 3/4 black ที่มีสีแดงข้างหู

แต่!!! สีที่แต้มจะจางกว่าพื้นเทาคะ(แดงอ่อน)

2.2 บลู2(ข่ม100) บลู3(ข่มแดงดีเหลืองไม่ดี แสดงสเนกสกิน) งั้นคงไม่ใช่บลูพวกนี้แล้วคะ


3/4 black ที่ไม่ติดแดง
1. เนื้อเทา ไม่ใช่แน่ๆ เพราะเนื้อเทาจะต้องแสดงครบ

2. เนื้ออัลบิโน่ ก็ไม่ใช่ เพราะตาไม่แดงตัวไม่เผือก มีเม็ดสีดำครบเป๊ะๆ

3. เนื้อบลู อันนี้เข้าเค้าที่สุด

3.1 บลู 1 (ข่มไม่ 100 ไม่สเนก) ถ้างั้นก็ไม่ใช่ เพราะว่า ข่มไม่สมบูรณ์ ก็น่าจะเห็นแต้มแดงจางๆตรงข้างหูบ้าง

3.2 บลู 2 (ข่ม 100 ยกเว้นแดงบางพันธุ์ทางยุโรป) 3/4 black ไม่ใช่ปลาแดง ดังนั้นแล้ว ก็ข่มได้แน่นอน(เกือบ)100 ส่วนถ้าเอาสีแดงกับเหลืองออก
ก็น่าจะยังเป็นสีดำอยู่ (สีดำ ลืมไปแล้วว่าสีอะไรผสมกับอะไร(จากบทความบอกว่าผสมยาก) แต่ก็จัดเป็นแม่สี)

3.3 บลู 3 (ข่มแดงดีเหลืองไม่ดี แสดงสเนกสกินได้) 3/4 black ไม่ใช่สเนกสกิน ดังนั้นแล้วถึงจะข่มแดงไม่ให้ติดแดงได้ แต่ก็ไม่น่าจะใช่

ดังนั้นสรุปย่อๆขอตอบว่า

ถ้าต้องการ 3/4 black ที่มีสีแดงข้างหู
- 1. เป็นเนื้อเทา เพราะว่า เนื้อเทาสามารถแสดงสีและองค์ประกอบได้ครบถ้วนตามสายพันธุ์ ดังนั้นตัวที่มีติดแดงข้างหู จึงสมควรเลือก เพราะเป็นสายพันธ์จริง
- 2.1 บลู1 (สามารถทำให้ปลาลดสีเหลืองแดงลงแต่ไม่สมบูรณ์ และไม่แสดงผิวงูหรือเสนกสกิน)
ข้อนี้มีโอกาสเป็นไปได้ เพราะว่า 3/4 black ไม่แสดงผิวงูหรือเสนกสกิน และลดสีลงไม่สมบูรณ์ ดังนั้นก็อาจจะเห็น 3/4 black ที่มีสีแดงข้างหู

แต่!!! สีที่แต้มจะจางกว่าพื้นเทาคะ(แดงอ่อน)

ถ้าต้องการ 3/4 black ที่ไม่ติดแดง
- 3.2 บลู 2 (ข่ม 100 ยกเว้นแดงบางพันธุ์ทางยุโรป) 3/4 black ไม่ใช่ปลาแดง ดังนั้นแล้ว ก็ข่มได้แน่นอน(เกือบ)100 ส่วนถ้าเอาสีแดงกับเหลืองออก
ก็น่าจะยังเป็นสีดำอยู่ (สีดำ ลืมไปแล้วว่าสีอะไรผสมกับอะไร(จากบทความบอกว่าผสมยาก) แต่ก็จัดเป็นแม่สี)
« Last Edit: March 24, 2007, 02:25:08 am by Watery_Wing »

narongsak

  • Guest
     เป็นไง...เป็นไง!
คุณภาพคับแก้วจริง ๆ อาจารย์สอนพิเศษของเรา...(ปรบมือให้ดัง ๆ )
     ทีนี้อยากให้อาจารย์ยกตัวอย่างปลาประกอบในแต่ละหัวข้อที่อธิบายหน่อยเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น  เพราะบอกตรง ๆ ว่าไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่  เจอแต่น้ำกับปลาในตู้  ผมก็ลองทำลองศึกษาจากมันเอาเอง  แต่จากข้อมูลที่ได้ผมเริ่มเห็นอะไรลาง ๆ แล้วเหมือนกัน  เพราะทฤษฏีสามารถยืนยันข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติได้.
อย่างที่อยากจะให้รบกวนยกตัวอย่างก็เช่น
-  สายพันธุ์ไหนบ้าง  ที่จัดอยู่ในปลาพื้นบลู?
คนอ่านจะได้นึกภาพออก   ว่าเป็นแบบนี้  แล้วมันแยกเป็น 123 อย่างนี้เป็นต้น
(เรียนไปพร้อม ๆ กันเลยก็แล้วกันนะครับ)  แต่ว่ากว่าจะต่อเรื่องของผมต่อได้  ก็ต้องรออาจารย์ท่านอธิบายให้ถึงเรื่องรูปต่าง ๆของเราก่อนนะ..
เสาร์ - อาทิตย์ ขอขาดสอนก่อนก็แล้วกันนะครับเพราะค่อนข้างยุ่ง  ถ้ายังไง  เชิญอาจารย์พิเศษท่านอื่น ๆ หรือให้นักเรียนฝากคำถามไว้ก่อนก็แล้วกันนะ.. วันนี้ก็ต้องขอตัวไปนอนก่อนเหมือนกันครับ...
     ขอให้ทุกท่านมีความสุข  และสนุกกับการเลี้ยงปลาหางนกยูงครับ
« Last Edit: March 24, 2007, 02:18:15 am by narongsak »

Watery_Wing

  • Guest
(ฮือๆ พิมพ์ไว้ตั้งเยอะว่าหาอะไรบ้าง กดCtrl+ อะไรไม่รุ้ทีเดียว ปิดหน้าต่าง หายไปหมดเลย  :'( )

กำลังหาที่มา ของฟลูแพลตตินั่ม กับซันเซทอยู่คะ ว่าเกิดจากอะไร?

ว่าแต่เห็นฟูลแพลตตินั่ม เห็นมีอยู่ในชื่อ ของปลาหลายๆสีด้วย สรุปว่า ฟลูแพลตตินั่มเนี่ย

 ??? เป็นชื่อสายพันธุ์ หรือว่า เป็นชื่อของลักษณะคะ

แต่ก่อนเคยเข้าใจว่า ฟูลแพลตตินั่ม ก็คือ (แพลตตินั่ม - ทองคำขาว) (ฟูล - ทั้งตัว) ก็น่าจะเป็น "ฉาบขาวเงาๆทั้งตัว"

เลยเข้าใจว่า ต้องมีแต่สีขาวอย่างเดียวเท่านั้น  :-X (เข้าใจถูกไหมอะคะ)


 :-\ ทวนไปทวนมา หาไปหามา เริ่มงงเองซะแล้ว (สงสัยพื้นฐานยังไม่แน่นพอ)

แล้วก็หาเกี่ยวกับซันเซท ก็ไม่มีใครพูดถึงที่มา รู้แต่ว่า เป็นปลาเก่า และมาจากสิงคโปร์  :-X

แต่เจอ sunset แว๊บๆ อยู่ใน หัวข้อ "ฟูลพิ้งค์?" ด้วย

เลยยิ่งสงสัยที่มาของซันเซทเข้าไปใหญ่  ???


อยากถามอาจารย์ทุกท่านว่า การค้นหาต้นตอของปลาที่ตัวเองจะพัฒนาจำเป็นไหมคะ(แบบว่าจะได้ดูว่าแท้ไม่แท้เป็น)?

แล้ว ฟูลแพลตตินั่มเนี่ย ใช่อย่างที่เมย์เข้าใจไหมอะคะ

(แรกๆก็อายที่จะถาม ป่านนี้ยังไม่รู้ แต่ก็กล้าถามแล้วคะ อยากรู้ จะได้เอาไปพัฒนา  ;D)



+1 ให้กับอาจารย์เรื่องฟลูแพลตตินั่มคะ -*- ตอนนี้เห็นภาพและเข้าใจแล้วว่า คืออะไร?

 ;D บอกไว้ที่เรบนี้ด้วยดีกว่า ว่าทำการบ้านของอาจารย์ cyber_g แล้วนะคะ อยู่เรบข้างบน

ไม่อยากโพสต์ใหม่ กลัวว่าเด๋วจะทำให้ลิสต์ด้านหน้า มีแต่หัวข้อนี้มากเกินไป  :-\
« Last Edit: March 24, 2007, 02:16:16 pm by Watery_Wing »

pinguppy

  • Guest
ฟูลแพลตตินั่ม เป็นลักษณะนะครับ
 การที่น้อง Watery_Wing เข้าใจว่า ฟูลแพลตตินั่ม ก็คือ (แพลตตินั่ม - ทองคำขาว) (ฟูล - ทั้งตัว) ก็น่าจะเป็น "ฉาบขาวเงาๆทั้งตัว" อันนี้ถูกต้องแล้ว แต่ถูกแค่ครึ่งเดียวครับ เพราะคำว่า ฟูลแพลตตินั่ม มันบอกแค่ลักษณะที่ตัวนะครับ ยังไม่ได้บอกถึงลักษณะของหางหรือว่าเป็นตาดำหรือตาแดงเลย และการที่น้อง Watery_Wing จะเข้าใจว่า  ฟูลแพลตตินั่ม คือปลาที่ขาวทั้งตัวจนถึงหางนั้นมันก็ไม่แปลกเพราะ ในบ้านเราจะมีปลาตัวนี้ขายอยู่เยอะกว่า  ฟูลแพลตตินั่ม  แบบอื่นๆ และอีกประการที่ทำให้เข้าใจถูกแค่ครึ่งเดียวก็น่าจะมาจากสาเหตุ ที่ชื่อของปลาหางนกยูง ที่มีลักษณะพิเศษเพิ่มเข้าไปมากๆนั้นชื่อมันจะยาวมาก ทำให้ทางผู้ขายหรือร้านค้า ตัดชื่อให้สั้น ย่อชื่อให้เรียกสั้นๆสะดวกแก่การขาย 
 ที่นี้มารู้จักชื่อปลาที่เป็น ฟูลแพลตตินั่ม  ในแบบต่างๆกันบ้างนะ
1. RREA  Full Platinum German Tuxedo White Tail (ตัวนี้เป็นปลาที่น้อง Watery_Wing เข้าใจ)
2. RREA  Full Platinum Tuxedo Blue Tail (ตาแดง ตัวสีขาว หางพื้นสีฟ้า ตัวนี้ในบ้านเราเคยมี แต่ตอนนี้ไม่เห็นนานแล้ว)
3. RREA  Full Platinum Txedo Red Tail (ตาแดง ตัวสีขาว หางพื้นสีแดง ตัวนี้ก็มีในบ้านเรา แต่อาจจะไม่ได้เรียกชื่อตามนี้)
4. RREA  Full Platinum Red Tail (ตาแดง ตัวสีขาว หางพื้นสีแดง จะต่างกับ RREA  Full Platinum Txedo Red Tail ตรงที่ครึ่งตัวจะมีสีขาวที่ดูดีกว่าเพราะภายใต้ แพลตตินั่ม ไม่มีความเข้มของ ทักซิโด้ )
5. Full Platinum Blue Grass (ตัวสีขาวหรือขาวอมเหลือง หางเป็นกราสสีฟ้า)
6. Full Platinum Red Mosaic (ตัวสีขาวหรือขาวอมเหลือง หางเป็นโมเศสสีแดง ตัวนี้จะพอเห็นในปลาจำนวนบ้างนะ)
 พอแค่นี้ก่อนละกันนะ มันยังมีอีกเยอะที่เป็น ฟลูแพลตตินั่ม จะบอกว่าเกือบทุกสายพันธ์ สามารถทำให้มีลักษณะของ ฟลูแพลตตินั่ม ก็ว่าได้
 

Watery_Wing

  • Guest
 ;D วันพรุ่งนี้นักเรียนขอลาหยุด 1 วันนะคะ

ไปเที่ยว + ไปดูปลา ซื้ออุปกรณ์ที่จตุจักรคะ

เตรียมพร้อมสำหรับภาคปฏิบัติรายวิชานี้คะ ;D

โพสต์ไว้ด้านบน เยอะเลย ใช้ Modify เอาหนะคะ รบกวนอาจารย์ตรวจการบ้าน และเรียงความด้วยนะคะ  ::)

Offline pingu

  • Senior User
  • ***
  • Posts: 113
    • View Profile
ปลากระโดงยาว ๆ เท่าที่อาจารย์เห็นนั้นมีหลายตัวเช่น
-  มอสโคฟลูแบล็ค  (ตาดำ)
-  เยอรมันทักษิโด้ (ทั้งตาดำและตาแดง)
-  บลูกร๊าซ,เรดกร๊าซ(ทั้งตาดำและตาดแดง)
-  คิงค๊อบบร้า (ทั้งตาดำและตาแดง)
-  อเมริกันไวเทล (ตาแดง)
-  เรดอบิโน้
-  เยอรมันฟลูแฟลตตินั่ม (ตาแดง)
-  ซุปเปอร์ไวท์  (ตาแดง)
อื่น ๆ ที่อาจจะมีแล้วไม่รู
ลองคิดดูซิจ๊ะว่าน่าจะใช้ตัวไหนเข้ากับ"ซันเซท"ของคุณ
     น้องเมย์สามารถทำซันเซทกระโดงสูงได้จากปลาหลายตัวเลยครับแล้วแต่ว่าจะเลือกใช่ตัวไหนให้ออกมาได้ใกล้เคียงและไวที่สุดแต่ต้องดูด้วยว่าน้องเมย์จะใช้ตัวผู้หรือตัวเมียของซันเซทมาพัฒนาด้วย ตัวเลือกในการใช้ก้อจะต่างกันตัวที่เราเลือกมาทำก้อจะต่างกันและอย่างน้อยน้องเมย์จะต้องยอมเสียสละเวลาไปเป็นปีถึงจะได้ซันเซทที่คงลักษณะที่ถูกต้องและมีกระโดงสูงเพิ่มเข้าไปอย่างที่ต้องการที่เสียเวลานานขนาดนั้นเพราะว่าเมื่อปรับปรุงในครั้งแรกน้องเมย์จะยังไม่ได้ซันเซทในรุ่นแรกทันทีน้องเมย์ต้องเอาซันเซทแท้หรือไม่ก้อให้พี่น้องผสมกันอีกที(ที่เราเรียกว่าINBREED)ซันเซทจึงปรากฎให้น้องเมย์เห็นซึ่งก้อได้ซันเซทในจำนวนที่น้อย พี่ไม่เคยบันทึกข้อมูลว่าได้เป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไรน่ะจำนวนซันเซทจะค่อยๆเพิ่มขึ้นเมื่อเราเอาซันเซทแท้ใส่ย้ำเข้าไปใหม่หรือไม่ก้อให้พี่น้องผสมกันเอง                        กำลังหาที่มา ของฟลูแพลตตินั่ม กับซันเซทอยู่คะ ว่าเกิดจากอะไร?

น้องเมย์ก้อจะเห็นเองจากการผสมเพื่อปรับปรุงพันธุ์ว่ามันมาจากพันธุ์อะไรเพราะในขั้นตอนนี้มันจะเผยโฉมให้เราดูว่ามันมาจากตัวไหนบ้างมันจะหลุดมาให้เราเห็นโดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปหาประวัติความเป็นมาให้เหนื่อยโดยที่เราจะรู้ว่าการทำปลาMICARIFFไม่ว่าจะเป็นซันเซทหรือเรนโบว์หรือเยลโล่สามารถเข้ากับปลาตัวไหนได้เร็วสุดใกล้เคียงและเสียเวลาสั้นที่สุดในการพัฒนา ใครอ่านอันนี้แล้วคงเข้าใจยากแต่มีคำเฉลยแล้วค่อยมาตอบแล้วกันว่าใช่ตัวไหนทำไมต้องใช่ตัวนั้น  บางทีคำตอบของแต่ละคนก้อไม่เหมือนกันแล้วแต่วิธีการแต่ผลลัพท์เท่ากันเป็นอันจบ                                                                                                                                       แล้วก็หาเกี่ยวกับซันเซท ก็ไม่มีใครพูดถึงที่มา รู้แต่ว่า เป็นปลาเก่า และมาจากสิงคโปร์                                                                      อันนี้ขอตอบว่าไม่ได้มาจากสิงคโปร์น่ะครับ  ซันเซทที่เห็นในตลาดนี้มาจากงานประมูลปลาที่อเมริกาโดยบริษัทเก่าพี่(ซีพี)เป็นคนประมูลมาแล้วผลิตเพื่อส่งออกแต่ตอนหลังเลิกทำแล้วมีพวกลังปลาเจ้าใหญ่ๆประมูลไปเลยทำให้มีปลาตัวนี้ในตลาดเต็มไปหมด  แล้วก้อซันเซทประเทศที่ผลิตเพื่อส่งออกเยอะสุดก้อประเทศศรีลังกาเหมือนปลาที่เห็นในกะละมังในบ้านเราแต่มีคุณภาพมาก ส่วนสิงคโปร์ก้อมีแต่ในความคิดผมสิงคโปร์น่าจะซื้อปลาจากศรีลังกามาขายต่ออีกทีแต่คงมีทำเองด้วย ส่วนประเทศไหนเจ้าของสายพันธุ์ผมก้อไม่แน่ใจอาจจะเป็นสองประเทศนี้ประเทศใดประเทศหนึ่งหรืออาจไม่ใช่เลยก้อได้ เพราะเคยเห็นปลาตัวนี้ในหนังสือฝรั่งที่ยังไม่พัฒนาจนสวยเหมือนปัจจุบันที่ลงปีที่ได้รางวัลที่1ค่อนข้างนานมากเกือบยี่สิบหรือกว่านั้นไม่แน่ใจ                                                                     พูดกันตรงๆก็เพิ่งรู้ว่า ปลาหางนกยูงมีแบ่งเป็นเซทเป็นสายด้วย ไม่กล้าไขว้มั่ว กลัวจะเป็นปลากะละมังอะคะ                                                                                                                                                                                                                                      อันนี้ถูกต้องแล้วที่ไม่กล้าไข้วมั่วต้องมีหลักการครับ ข้อนี้เห็นด้วยเพราะในเวปนี้มีบอกหลักการให้เยอะแล้วเลือกใช้ได้เลยแต่ที่บอกว่ากลัวจะเป็นปลากะละมัง อย่าไปดูถูกน่ะครับ เพราะเมื่อก่อนไม่มีปลากะละมังเหมือนในยุคปัจจุบันปลากะละมังสมัยก่อนเป็นปลาตู้ที่สวยและมีคุณภาพมาก ตัวใหญ่หางสวยทุกตัวตักขึ้นมาประกวดได้ทุกตัวไม่เหมือนสมัยนี้หาสวยไม่ค่อยได้นอกจากฟาร์มที่มีคุณภาพจริงๆแต่ก้อต้องเลือกแล้วเลือกอีก สมัยก่อนสักยี่สิบกว่าปีที่แล้วปลาหางนกยูงส่วนใหญ่ที่ผมรู้จักได้สายพันธุ์มาจากสิงคโปร์ ปลาญี่ปุ่นเพิ่งเข้ามาไม่น่าจะเกินสิบปีครับช่วงยี่สิบกว่าปีที่แล้วปลาสวยๆคู่ละ80-120ก้อว่าแพงแล้วครับ พอมาเจอปลาจากญี่ปุ่นซึ่งไม่มีในเมืองไทยราคาแพงคนเลยหันไปเล่นปลาญี่ปุ่นกันหมดทำให้ปลาสิงคโปร์คนเลิกความนิยมเลยไม่ค่อยตั้งใจทำมันเลยหมดความสวยเลยต้องระเห็จไปเป็นปลากะละมังราคาถูกๆคุณภาพก้อลดลงเพราะราคาไม่น่าผลิตขาย ทั้งที่จริงแล้วปลาทุกตัวที่ญี่ปุ่นทำขึ้นก้อมาจากสิงคโปร์เพียงแต่วิธีการเลี้ยงและผลิตต่างกันรูปแบบปลาจึงออกมาต่างกันทั้งที่เป็นปลาสายพันธุ์เดียวกันแค่นี้ก่อนง่วงแล้วครับแล้วค่อยมาต่อครับ
« Last Edit: March 25, 2007, 03:35:08 am by pingu »

Nana

  • Guest
"5 โกลด์ gold  (เรียกตาม ยุโรป  เอซียเรียก ไทเกอร์  อเมริกาเรียก บรอนซ์ bronze)
  6 บลอนด์  blond (เรียกตาม ยุโรป  อเมริกา เรียกโกลด์ gold)"
รบกวนช่วยโพสต์ รูปปลาข้อห้า กับ ข้อหก ด้วยได้ไหมคะ อ่านจากชื่อ มันเป็นงง ค่ะ โกลด์ทั้งคู่?
เนื่องจากที่บ้านมีปลาสีเหลือง สีทองเยอะ เลยอยากทราบว่า โกลด์เป็นอย่างไร หรือ บลอนด์ เป็นอย่างไร
ขอบคุณค่ะ

cyber_g

  • Guest
เฉลยการบ้านครับ
ถ้าเลือกปลาที่มีสีแดงข้างหู มีโอกาสเป็นพื้นเทาสูง เพราะฉะนั้น ถ้าเราเห็นปลาตัวนั้นเป็น 3/4black บนพื้นเทา เราก็ค่อนข้างมันใจได้ว่ามันเป็น 3/4black ที่บริสุทธิ์

ถ้าเลือกปลาที่ไม่ติดแดง มีความเป็นไปได้สามกรณี คือกรณีแรก ปลาเป็นปลาพื้นเทา แต่ปลาตัวนี้ไม่มีลักษณะพันธุกรรมของสีแดงข้างลำตัว และเป็น 3/4black แท้ตาม ที่เห็น กรณีนี้ มีวิธีสังเกตุคือหลังอาจเป็นสีน้ำตาล
กรณีที่สอง คือ ปลาตัวนี้อาจเป็นพื้นบลู หรือลูกครึ่งพื้นบลู ทำให้มีผลต่อการแสดงออกของสีแดง ดังนั้น บริเวณข้อดำรวมถึงใบหางอาจมีลักษณะพันธุกรรมของสีแดงเหลืองปนอยู่ แต่ไม่แสดงออกเพราะความเป็นพื้นบลู
กรณีที่สาม ปลาเป็นพื้นบลู และเป็น 3/4black ที่บริสุทธิ์

ดังนั้นถ้าต้องการใช้ปลาที่มีความบริสุทธิ์ของ 3/4 black ควรเลือกตัวที่มีสีแดงข้างหู หรือเป็นพื้นเทา เพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่า


จะเห็นว่าที่มีนักเรียนวิเคราะห์มา 1คน มีความถูกต้องอยู่มากครับ ให้เกรด A+ เลยครับ

แก้เล็กน้อย สีดำไม่ใช่แม่สีครับ

คำอธิบายด้านบนปรับปรุงใส่ตัวอย่างรูปให้แล้วครับ

สำหรับรูปบลอนด์ ยุโรป โกลด์ อเมริการ หรือโกลเด้น เอเซีย ดูรูปนี้ครับ
http://www.guppyart.de/galery/0004.jpg


http://www.guppyart.de/galery/0010.jpg


http://www.guppyart.de/galery/th0005.jpg


ส่วนรูปต่อไปนี้เป็นโกลต์ยุโรป หรือไทเกอร์ เอเซีย หรือ bronze ของอเมริกาครับ

http://www.guppy-aktuell.com/Gr._Gold_Weibchen.jpg


http://www.guppy-aktuell.com/Gr._Gold_lazuli.jpg


คำอธิบายจะตามมาทีหลังครับ อาจต้องเป็นวันพุธ เพราะพรุ่งนี้มีภาระกิจทั้งวัน
เรื่องที่จะพูดต่อไปคงเป็น บลอนด์ ไทเกอร์ แล้วถึงจะไปคำตอบ เรื่อง superwhite ได้ครับ วันนี้ไม่มีการบ้านเพราะยังไม่ได้เพิ่มเติมเนื้อหาให้ ทบทวนเนื้อหาเก่ากันไปก่อนครับ




« Last Edit: March 26, 2007, 05:38:32 pm by kombua »

satan

  • Guest
ทำไมอาจารย์ cyber_g มีแต่ภาคทฤษฏีละครับ แล้วภาคทฤษกีที่บอกมามันเป็นจริงในชีวิตประจำวันไหม ตอนนี้อยากรู้ภาคปฏิบัติ ที่มันสามารถปฏิบัติได้จริงๆ ทฤษฏีมากไปมันก็เหมือนจะเพ้อฝันไปนะ ยังไม่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง อยากเป็นแค่คนเลี้ยงปลาหางนกยูง อิอิ เท่าที่อ่านๆๆๆๆดูคิดว่าที่อาจารย์ cyber_g บอกๆมา เนื้อปลาบางเนื้อ หรือปลาบางตัว คงยังไม่มีในไทยเลยมั้ง จากที่เดินตามตลาดและงานประกวดมา 4  ปี และจากที่บอกเรื่องลักษณะไหนบริสุทธิ์ ถ้าจะทดลองจริงๆมันคงต้องทำในห้องทดลองหรือสถานที่ที่มันมิดชิดจริงๆ เพราะเท่าที่ดูตัวแปรมันคงมีเยอะมากๆๆที่จะทำให้การทดลองผิดเพี้ยน แต่ก็ไม่ได้บอกนะว่าทฤษฏีไม่มีประโยชน์เอาซะเลย ผมว่ามีก็มีประโยชน์แต่คงจะแค่ในบางส่วน ฉนั้นอยากให้เอาส่วนที่อาจารย์ cyber_g ทดลองหรือปฏิบัติมาแล้วมาบอกหรือเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ คิดว่าเรื่องทฤษฏีอาจารย์ cyber_g บอกและเอามาจากเวปอื่นเยอะแล้ว เอาภาคปฏิบัติและผลงานมาให้ดูบ้างจะดีกว่า ว่ามันเป็นไปตามทฤษฏีที่บอกมาไหม
ปล.ด้วยความเคารพอย่างสูง

Watery_Wing

  • Guest
 ;D ตอนนี้นักเรียนที่เงียบหายไปเพราะกำลังดำเนินการ ด้านปฏิบัติอยู่คะ

ไว้ได้ผลยังไงแล้วจะมาแจ้งให้ทราบนะคะ  ;D

หน้าร้อนแบบนี้ ขนาดคนยังร้อนจะแย่ แล้วปลาจะเป็นอะไรไหมน้า...  :-\

Nana

  • Guest
เรียนคุณ cyber_g
ขอบคุณนะคะที่เอารูปมาประกอบให้เข้าใจยิ่งขึ้น
ขอบคุณที่แนะนำเวปกัปปี้อาท ด้วยค่ะ ดูรูปปลาจุใจเลยค่ะ
อ่านภาษาเยอรมันออกด้วยหรือคะ เก่งจัง

cyber_g

  • Guest
กัปปี้อาร์ท เขาหายไประยะนึง  ผมก็เพิ่งไปเจอว่ากลับมาใหม่ตอนไปค้นรูปประกอบคำอธิบายพื้นสีอะครับ
ภาษาเยอรมันอ่านไม่ออกครับใช้เวบแปลช่วยครับ
ผมชอบดูรูปปลาในเวบนี้เขา ชื่อปลาเขาเป็นระบบดีมาก ครับ หน้าชื่อสายพันธุ์ทุกตัว จะมีพื้นสีนำ หน้า ทำให้รู้ว่าปลาเป็นพื้นอะไร ครับเช่น
Doppelschwert - grau - Japan blue - rot
เป็น double sword gray japanblue red
หาง กรรไกรคู่ พื้นเทา สายพันธุ์ แจแปนบลู หางแดง ประมาณนี้ครับ
ปลาคุณ นานาที่เคยเห็นเป็นบลอนด์ ก็ดูปลาที่มีคำนำหน้าว่า blond ก็จะเป็นพื้นเดียวกันกับของคุณนานาครับ
« Last Edit: March 28, 2007, 04:10:32 pm by cyber_g »

cyber_g

  • Guest
        ทฤษฎีกับปฏิบัติมักสอดคล้องกันเสมอครับ ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติจำต้องคู่กันไปจึงจะดีครับ
ทฤษฎีมาก เพราะคนอื่นเขารุดหน้าเราไปมากแล้ว ก็เลยมีให้เราต้องตามเขาให้ทันอยู่อีกมาก แต่ยังไงก็ตาม ทฤษฎีเป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว อ่านทำความเข้าใจและเก็บรวบรวมข้อมูล ทฤษฎีเป็นความจริงที่ได้มีการปฏิบัติและทดสอบจนแน่ใจแล้วจึงเป็นทฤษฎี อย่างทฤษฎีเกี่ยวกับพื้นสี ก็เป็นทฤษฎีแล้ว เพราะมีปลาจำนวนมากที่สร้างขึ้นโดยอาศัยทฤษฎีนี้ ทฤษฎีที่เก็บรวมรวมให้เราอ่านใน 2 ชั่วโมง อาจต้องใช้เวลาทดสอบทดลองมาเป็น 10 ปี คนอ่านและทำความเข้าใจทฤษฎีจึงก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว
      ส่วนการปฏิบัตินั้นย่อมมีความสำคัญแน่นอน เพราะการปฏิบัติคือส่วนที่ทำให้เกิดผลงานขึ้น รู้ทฤษฎีแต่ไม่มีการปฏิบัติ ก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่ธรรมชาติของการปฏิบัตินั้นแตกต่างจากทฤษฎีมาก เพราะมีสิ่งที่เกี่ยวข้องมากมาย ตามที่เรารู้กันอยู่ ทั้งเรื่องน้ำ การให้อาหาร การเพาะเลี้ยง โรคต่างๆ  รวมทั้งความรู้เรื่องสายพันธุ์ปลา การเลี้ยงปลาที่ทดลองในแต่ละรุ่นใช้เวลาประมาณ 3-5 เดือน หากทำโดยตั้งใจ อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่รู้ทฤษฎีแล้วก็ไม่แนะนำให้ทำอะไรที่มีอยู่แล้วขึ้นมาใหม่จากจุดเริ่มต้น ถ้ามีคนทำแล้วก็นำมาศึกษาเพิ่มเติมและทำต่อได้เลย ปัญหาอันหนึ่งของการปฏิบัติคือต้องใช้เวลามาก สำหรับคนที่เลี้ยงเป็นงานอดิเรก ถ้ารู้ทฤษฎีด้วย การสร้างปลาตัวนึงขึ้นมาก็ไม่น่าน้อยกว่า 2 ปี แต่ถ้าคนที่ทำเป็นอาชีพ เขาอาจวางแผนทำพร้อมๆกันหลายอย่าง ทำให้ได้หลายสายพันธุ์มากขึ้นในเวลาที่เท่ากัน
       ปลาที่ผมทำอยู่ก็มีนะครับ บางเรื่องก็เป็นเพียงการปรับปรุงแก้ลักษณะของสายพันธุ์ ไม่ให้ถดถอยลงไป บางเรื่องก็เป็นการข้ามเพื่อดูว่าปลาที่ได้มามี องประกอบอะไรบ้าง และที่ทำการทดลองอยู่ แบบใช้เวลามากหน่อยเพื่อศึกษาและลองสร้างปลาใหม่ ก็มี silver ซึ่งเป็น double recessive ของ ไทเกอร์กับบลู2 ซึ่งหาได้ง่าย ผมใช้ไทเกอร์จากมอสโควตัวเมีย ส่วนตัวผู้เป็นบลู2 ของบลูไดมอนด์ ที่ติดแพลตินัม(ตอนเป็นบลู2จะไม่แสดงให้เห็นแพลตินัม อันนี้เป็นรายละเอียดนอกเหนือจากที่พูดไว้ในทฤษฎี ต้องทดลองเองจึงจะเห็นได้) ตามทฤษฎีลูกในรุ่นที่3 จะมีโอกาสได้ซิลเวอร์ 10 เปอร์เซนต์ ซึ่งน้อย อาจมีจริงหรืออาจไม่มีเลยก็ได้ แต่ในรุ่นที่ 4 ถ้าเราใช้ไทเกอร์หรือ บลู2 ที่เกิดในรุ่นสามนี้ ผสมแบบรวมกลุ่ม โอกาสได้ silver ในรุ่นที่ 4 ก็จะมีถึง 25 เปอร์เซนต์ ตอนนี้งานทดลองในส่วนนี้ของผมมันไปถึงรุ่น 3 แล้ว ปลาที่ได้มีน้อยไม่ถึง 20 ตัว ในนี้มี ไทเกอร์ 2-3 ตัว และบลู 2-3 ตัว ซิลเวอร์ยังไม่เห็น ที่เหลือเป็นพื้นเทา นับว่าสอดคล้องกับทฤษฎีพอสมควร ปลาขนาดยังเล็กบางตัวเพิ่งเริ่มไล่ ยังไม่ได้แยก คิดว่าอีกสองสามเดือนน่าจะได้รุ่นที่ 4 ถ้าไม่เผลอปล่อยให้กินหมด และไม่เกิดโรคระบาดร้ายแรง คงได้ลูกที่เป็นซิลเวอร์ออกมา และกว่าจะโตพอเห็นสีสรรได้ก็น่าจะอีก 5 เดือน ถ้าอยากเห็นก็จะถ่ายรูปปลารุ่น 3 มาให้ดูกันครับ  ตอนนี้รวมเวลาเบ็ดเสร็จที่ผมทำตัวนี้มาถึงตอนนี้ก็ไม่ต่ำกว่า 1 ปีแล้ว บางครอกเผลอก็ถูกกินหมด เสียเวลาไปมากอยู่เหมือนกัน แต่ก็เพลินดี เพราะเลี้ยงเป็นงานอดิเรก ตอนนี้ปลา F เดียวกันก็เลยมีตัวใหญ่ตัวเล็กจากคนละครอกปนกัน
 

pinguppy

  • Guest
ปลาเนื้อ ซิลเวอร์ ที่คุณ ไซเบอร์จี บอกนะ ผมก็เคยทำได้แล้ว แต่พอดีไม่มีกล้องจะถ่าย ลักษณะของมันถ้าจะอธิบายแบบง่ายๆชาวบ้านๆ ก็คือ ปลาเนื้อไทเกอร์ที่เนื้อในเปลี่ยนจากเหลืองเป็นขาวเหมือนซุปเปอร์ไวท์และตาดำ ยังไง ก็ลองๆทำกันดูนะครับ สู้ๆๆๆๆๆๆ  ใครอยากรู้เรื่องปลาเนื้อไหนอีก ถามมาได้เลย  คิดว่าเป็นคนนึง ที่ทำปลาเนื้อต่างๆมาเยอะมากๆ  ยกตัวอย่าง ซุปเปอร์ไวท์รูบี้อาย / ซิลเวอร์ ( ผมเรียก ไวท์ไทเกอร์ )  เป็นต้น
« Last Edit: March 28, 2007, 05:18:32 pm by คัมภีร์หางนกยูง »

narongsak

  • Guest
     ประกาศจากคณะปฏิรูปฉบับที่ 1
1.  ความรู้ที่หาได้รวดเร็วที่สุดนั้นมาจากการอ่าน  อ่าน  และอ่านครับ  มีคนเขียนอะไรแบบนี้ให้อ่านน่าจะถือว่าเป็นพระคุณอย่างใหญ่หลวง  ที่สละเวลาคีย์ข้อมูลที่ได้จากประสบการณ์  หรือจะไปหามาจากที่อื่นก็ตาม  หากเป็นข้อมูลที่ท่านผู้อ่านรู้อยู่แล้ว  หรือคิดว่าอ่านแล้วไม่ได้ประโยชน์  ก็แค่ไม่ต้องอ่านมันเท่านั้นเอง......
อย่าลืมว่าไม่ได้มีท่านอ่านเพียงคนเดียว  อาจจะมีคนอีกมากที่ไม่เคยรู้  และต้องการจะรู้  ถึงแม้ข้อมูลบางอย่างสำหรับมือใหม่ ๆ  อาจจะเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ก็ตามที  แต่ก็"รู้ไว้ใช่ว่า  ใส่บ่าแบกหาม"ครับ
.....................................เพราะฉนั้นกรุณาอย่าทำอะไรให้ทุก ๆ ท่านที่เข้ามาให้ความรู้ต่าง ๆ ต้องหมดกำลังใจเลยครับ  ผมว่าเรากำลังเสียสละกันอย่างสร้างสรรค์นั้นดีอยู่แล้วครับ  จะบอกให้ว่าไม่มีใครเค้าทำกันอย่างนี้หรอกครับ  ด้วยเฉพาะในเมืองไทย  มีแต่ปิด ปิด  แล้วก็ปิด  กระทู้นี้ผมถือว่าเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ เราเคารพในองค์ความรู้ซึ่งกันและกันไม่ว่าจะเป็นปฏิบัติหรือทฤษฎี  สุดแท้แต่ใครจะได้ประโยชน์จากเรื่องไหน ในกระทู้นี้  แต่รับรองครับไม่มีใครเสียประโยชน์จากการอ่านข้อมูลที่คนอื่นเค้าช่วยกันหามาลงแน่นอน(นอกจากคนนั่งพิมพ์  มันเมื่อยนิดหน่อย) อยู่กันอย่างน่ารัก น่ารักนะครับ............................ (ช่วงนี้เหนื่อย ๆ เอาไว้หายเหนื่อยแล้วเดี๋ยวจะมาคุยด้วยใหม่นะครับ)
« Last Edit: March 29, 2007, 02:16:37 am by narongsak »