วันนี้ไม่ได้ไปทำงาน เพราะแมนยูไนเต็ด ทำพิษ วันนี้ก็คงจะโดนสิเวอร์พูลทำพิษอีก

ตอนนี้ว่างไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยยยย......
หาเรื่องมาทะเลาะกับชาวบ้านเค้าอีก (ไม่ช่ายยยย........ล้อเล่นนะ) 
มาต่อให้ในเรื่อง "ศาสตร์ และ ศิลป์" ที่เคยโพสต์ไว้ตอนก่อนสงกรานต์ โดยจะพูดในเรื่องของ ศิลป์ ในหัวข้อใหญ่ที่ 2 คือ เรื่องของการดูแลปลาหางนกยูง เพื่อใครหลาย ๆ คนจะได้หมดปัญหาในการเลี้ยงดู เลิกทำปลาตายหมดสักที จะได้เทรินโปร มาช่วยกันพัฒนาปลากันบ้าง
จะเริ่มยังไงดี! .....

.เอาตั้งแต่เริ่มต้นเลยก็แล้วกัน
เราจะเริ่มกันจากใครสักคนนึง อยากจะเลี้ยงปลาหางนกยูงญี่ปุ่น เพราะไปดูมาที่ร้าน guppy thailand มาแล้วอยากจะเลี้ยงต้องทำยังงั๊ยบ้าง

เริ่มต้น เราจะเลี้ยงปลาเราก็ต้องมีอุปกรณ์ ที่จะใส่น้ำ เอาไว้เลี้ยงปลาก่อน ทีนี้เราจะเลี้ยงมันใน อะไร
( เห็นมั๊ย หาเรื่องมาพูดจนได้ )
อุปกรณ์ ที่เราใช้เลี้ยงปลา ที่นิยมใช้กันก็มีประมาณนี้1. ตู้กระจก ขนาดต่าง ๆ
2. บ่อปูน ทั้ง ทรงกลม และทรง สี่เหลี่ยม
3. กะละมัง
4. กระถาง หรือ อ่าง พลาสติก
อื่น ๆ เช่น ลังโฟม เป็นต้น
อุปกรณ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ใส่น้ำมาเลี้ยงปลาได้ทั้งสิ้น ที่นี้เรามาดูกันว่า อะไรบ้าง คือ ข้อแตกต่าง และ สิ่งที่ควรรู้ กับอุปกรณ์เหล่านี้
อุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยงปลาเหล่านี้ มีข้อดี ข้อเสีย และสิ่งที่ควรรู้ แตกต่างกันไป โดยสิ่งที่เราควรจะรู้ เวลาเราจะเลือกใช้ ก็คือ ข้อดี ข้อเสีย และของ
สำคัญ ที่หลายคนไม่ได้ นึกถึง ก็คือ
จำนวนน้ำที่ บรรจุลงไป ถามว่าจะรู้มันไป ทำไม ก็ตอบว่า มันจะมีประโยชน์เวลาเราป่วย เพราะจะได้รู้ว่า ต้องใช่ยา แค่ไหน เช่น 1 หยดต่อน้ำ 10 ลิตร ( ถ้าไม่รู้ว่า น้ำในอ่างหน้าบ้านเรา มันมีน้ำกี่ลิตร จะใส่ยาถูกได้ยังงั๊ยละครับ คุณผู้ชม)
ตู้กระจก แนะนำให้ใช้ตู้ทรงสี่เหลี่ยมผีนผ้า เท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้ โหล แก้วทรงกลม ( เหมือนในมิวสิควีดีโอ ) หรือ ตู้ทรง 6 เหลี่ยม หรือ 8 เหลี่ยม ตู้และโหลพวกนี้กระจกจะทำหน้าที่คล้าย ๆ เลนต์ คือรวมแสงเข้ามาตรงกลางตู้ รบกวนตัวปลา ผมไม่แนะนำครับ เลี้ยงนะเลี้ยงได้ แต่คงไม่ดีหรอกครับ ตู้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้านะชัวว์สุด.....
ตุ้ที่นิยมใช้กัน มีอยู่ 2 - 3 ไซด์ ครับ คือ ขนาด 18 นิ้ว 20 นิ้ว 24 นิ้ว ประมาณนี้ ทีนี้จะใช้size ไหนดี ก็อยู่ที่ ความสะดวกของพื้นที่ในการตั้งตู้ครับ แล้วก็สะตังค์ในกระเป๋าด้วย

ถ้าถามผม 20 นิ้วจะเป็นขนาดที่เหมาะสม และสารพัดประโยชน์ที่สุด และราคาไม่แพงมาก เพราะถ้าเล็กกว่านี้มันเหมาะทีจะเลี้ยง พ่อแม่ปลาเท่านั้น เอามาขุนลูกปลาไม่ได้ ตู้ 20 นิ้ว จะเป็นตู้เพาะพันธ์ หรือตู้ขุนลูกปลาก็ได้ แต่ข้อเสียของตู้ 20 กระจกจะบาง ถ้าแทบกับตู้ 24 กระจกจะหนา น่าใช้กว่าแต่จะแพงกว่า มากเหมือนกัน ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องทุนทรัพย์และสถานที่ ตู้ 24 นิ้วครับ สุดยอดเลย เลี้ยงปลาสวยมาก น้ำจะมากกว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพน้ำจะนานกว่า ( พูดภาษาชาวบ้านก็คือ " น้ำจะเสีย ช้ากว่า ) ถ้าตู้เล็กน้ำจะเสียเร็ว เป็นการบังคับให้เรา ต้องขยันเปลี่ยนน้ำไปในตัว ราคาอยู่ที่ 270 บาทต่อ 1 ใบ แต่ถ้าจะให้ เด็ด แบบกะว่า ขุนปลาประกวดกันไปเลยก็ แนะนำ ตู้ 30 นิ้วครับดีที่สุดเท่าที่เคยใช้มา สามารถใช้กับกรองได้หลายแบบ เช่น กรองบนตู้ ถ้าเล็กกว่า 30 นิ้วจะใช้ไม่ได้ น้ำมันจะแรงไป..ใหญ่กว่า 30 นิ้วเริ่มไม่ค่อยดีแล้วปลามันตัวยาว ๆ ดูแปลก ๆ ไม่ค่อยชอบ ( ความเห็นส่วนตัวนะครับ ใครเชื่อผมก็ลองเอาไปใช้กันดูละกัน )
จำนวนน้ำในตู้ขนาดต่าง ๆ วิธีคำนวนง่าย ๆ ก็คือ
- วัดความยาวของตู้ * ความกว้าง * ความสูงของน้ำที่เราใส่ลงไป (เน้นย้ำ ความสูงของน้ำนะ ไม่ใช่ความสูงของตู้ เพราะเวลาเราใส่น้ำ เราไม่ได้ใส่เต็มปริ่มตู้อยู่แล้ว วัดหน่วย เป็นเซนติเมตร นะ เมื่อ เอา กว้าง * ยาว * สูง แล้วก็ หาร ด้วย 1000 จะได้จำนวนน้ำ เป็น ลิตร

* เท่าที่จำได้ ตู้ 20 นิ้ว น้ำเต็มตู้ ประมาณ 40 ลิตร และ 24 นิ้ว น้ำเต็มตู้ ประมาณ 60 ลิตร*
ข้อดีข้อเสียของตู้กระจกก็คือ
- เราเห็นปลาชัดเจน เวลาปลามันปวย เราจะเห็นเร็ว เมื่อเห็นเร็วก็รักษาทัน ถ้าเทียบกับ บ่อ จะสังเกตุปลาป่วย ได้ยากกว่า ถ้าเห็นช้าไป ป่วยมา 3 - 4 วัน แล้วเพิ่งเห็น โอกาสรักษาให้หายนั้นเทียบจะไม่มีเลยครับ
ข้อเสีย ก็คือ
- ปลาจะโดนกวน จากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง เช่น คนเดินผ่าน การปิด เปิดไฟ และแสง สว่าง ในกรณีปลาที่ซื้อมาใหม่ อาจจะมีอาการ ตื่นกลัว อยู่ตลอดเวลา หรือพ่อ แม่พันธ์ ถ้าโดนกวนมาก ๆ อาจจะท้องยาก นิดนึงครับ
วันนี้พอก่อนแล้วกันนะ เมื่อยแล้วว่างเมื่อไหร่จะมาต่อให้อีกครับ