มีถามอีกก็ตอบอีก เปรียบเทียบง่ายๆ คนเราหายใจเอาอากาศไม่ดีเข้าไปร่างกายยังต่อต้านเลยเช่นไอ จาม ฯลฯ
อากาศที่ใช้หายใจของปลาก็คือน้ำ ถ้าคุณภาพน้ำไม่ดี ปลาก็จะแสดงอาการออกมาเช่น ว่ายส่าย เอาตัวถูกับตู้
ว่ายไปมาเร็วๆเหมือนสลัดอะไรบางอย่างให้หลุดจากตัว ฯลฯ
ปลาเกิดอาการแบบนั้น เนื่องจาก สภาพน้ำที่ใช้เลี้ยงมีความสกปรกเกินกว่าที่ปลาจะปรับตัวได้
ในน้ำอาจจะมีของเสียจากที่ปลาขับถ่าย รวมไปถึงเศษอาหารที่ปลากินไม่หมด(ทั้งอาหารสด+แห้ง)
รวมไปถึงน้ำที่เอามาใยงพักไว้ไม่พอ คลอลีนยังหลงเหลืออยู่ทำให้น้ำที่ใช้เลี้ยงสกปรกเกินไป
ปลาก็จะขับเมือกออกมาเพื่อป้องกันตัวเอง แต่ถ้าของเสียในน้ำเยอะเกินไปปลาขับเมือกออกมาจนร่างกายไม่ไหว
ก็จะโดนแบคทีเรียตัวร้ายเกาะกินตามตัวละทีนี้ ทำให้เห็นเป็นเหมือนเชื้อราขาวๆ หางขุ่นๆ ที่ตัวปลา
ถ้าสังเกตุเห็นก่อน รีบตักปลาตัวที่มีอาการ ครีบข่าวขุ่น หรือเหมือนมีปุยขาวๆมาเกาะตามลำตัว ออกมาทันที
อย่าไปเสียดาย มีกี่ตัวตักออกมาให้หมด(ดูที่เป็นเยอะๆนะ) แล้วรีบเปลี่ยนน้ำในตู้ซัก 30% (น้ำที่เปลี่ยนต้องเป็น
น้ำที่เตรียมไว้เปลี่ยนปลาแล้วนะ) สังเกตุอาการปลาในตู้ถ้าปกติแล้วก็รอดไป ถ้ายังมีบางตัวเริ่มเป็นอีก ก็ตักตัวนั้นออกอีก
(เพราะบางที บางตัวยังไม่แสดงอาการ)เปลี่ยนน้ำอีกที จนกว่าปลาจะว่ายสบายตัว
อาการที่เป็นรักษายังไงก็ไม่หายนะ ย้ำว่ารักษานะ ถ้าเอามาใส่ยาเพื่อเยียวยา ยืดอายุให้ปลาอีกนิดละก็ได้ เพราะปลาที่บ้าน
ช่วงแรกๆเกิดอาการแบบนี้แล้ว ไม่รอด ยังไงก็ไม่รอด อยู่ที่ว่าจะตายช้า ตายเร็วเท่านั้น
สภาพน้ำดูแลให้ดี บางบ้านน้ำขุ่นซะมองไม่เห็นตัวปลาแต่ทำไมไม่เกิดอาการแบบนี้ เพราะสภาพน้ำ คุณภาพน้ำดี
แต่บางบ้าน น้ำใสเจ๋วเลย แต่ปลาเกิดอาการนี้ เพราะสภาพน้ำแย่เกิดกว่าที่ปลาจะรับได้ครับ
การป้องกันง่ายและดีกว่าการรักษาครับ
ปล.ตอบจากประสพการณ์การเลี้ยงนะครับ