ข้อแนะนำถึงวิธีเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ Credit "
http://www.aqualink.com/"« on: August 10, 2004, 10:26:47 pm »
By Llyn Hutchins
April 8, 1996
แปลไทย โดย เซียงชัย จิตโกศลวณิชย์ ภาคที่ 1 คุณภาพของน้ำ water quality ปลาหางนกยูงสามารถมีชีวิตอยู่ได้ดีในช่วงอุณหภูมิระหว่าง 68 -80 F ( -C ) และที่ 72 ฟ ดูจะเป็นจุดที่ดีที่สุด
สำหรับมันในเรื่องสุขภาพ-ความแข็งแรง ปลาหางนกยูงสามารถทนในอุณหภูมิที่ต่ำถึง 60 ฟ แต่เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำ
ทำให้ขบวนการเมตาโบลิซึม ( การเผาผลาญอาหารในร่างกาย )ต่ำลงมาก ดังนั้นพวกมันจะไม่มีการผสมพันธุ์ มันจะขาด
ความตื่นตัวactive และไม่ว่าปลาตัวใดที่อ่อนแอจากการเจ็บป่วยที่อุณหภูมินี้มันจะตายอย่างง่ายดาย น้ำในตู้ปลาจะเย็น
กว่าอุณหภุมิภายนอก/สิ่งแวดล้อมด้านนอกประมาณ 2 องศา ดังนั้นถ้าห้องที่คุณตั้งตู้ปลามีอุณหภูมิอย่างน้อยอยู่ 70 ฟ
ตลอดเวลา คุณก็ไม่จำเป็นต้องซื้อฮีทเตอร์ใส่ในตู้ปลา เป็นเรื่องที่มีประโยชน์มากที่จะมีอุณหภูมิที่คงที่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อ
เรามีการเปลี่ยนถ่ายน้ำถึงแม้จะบางส่วนก็ควรให้มีอุณหภูมิเดียวกันกับน้ำที่อยู่ในตู้ปลา ขอจงระมัดระวังการเปลี่ยนแปลง
ของอุณหภูมิที่รวดเร็วจะส่งผลที่ทำให้ปลาช็อค SHOCK
ปลาต้องการอ็อกซิเจนเพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่ได้ ถ้าปลาของคุณมาลอยตัวงับอากาศอยู่ที่ผิงย้ำ มันเป็นสัญญาน
บ่งบอกว่าปริมาณอ็อกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำในตู้ปลาไม่เพียงพอเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนปริมาณของปลาที่เลี้ยง
เราจะสร้างตู้ปลาอย่างไรเพื่อให้มีการดูดซับของอ็อกซิเจนได้ระดับที่ดีที่สุด อ็อกซิเจนในอากาศสามารถเข้าไปในน้ำได้ที่
บริเวณผิวของน้ำเท่านั้น ดังนั้นปริมาณพื้นผิใของน้ำมากเท่าไร ยิ่งมีการดูดซับเปลี่ยนถ่ายอ็อกซิเจนได้มากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นตู้ที่เลี้ยงปลาแล้วมีสุขภาพที่ดีที่สุดคือ ตู้ที่เป็นทรงที่ กว้างและเตี้ย ( SHIORT AND WIDE ) จะดีกว่าตู้ที่ผอมสูง
( SLENDER ) วิธีการคำนวณที่เป็นมาตราฐาน คือ ทุก 20 ตารางนิ้วของผิวน้ำ เลี้ยงปลาได้ในขนาด 1 นิ้ว โดยวัด
ความยาวของปลาจาก ปลายจมูกถึงข้อหาง การเคลื่อนไหวของน้ำก็ทำให้การดูดซับของอ็อกซิเจนทำได้ดียิ่งขึ้น
โดยเฉพาะฟองอากาศที่ออกมาจากเครื่องกรองที่กรองในตู้ปลาจะยิ่งเพิ่มปริมาณอ็อกซิเจนให้ละลายในน้ำได้มากยิ่งๆขึ้น
อีกอย่างที่น่าสนใจ คือ ที่อุณหภูมิที่ต่ำกว่าอ็อกซิเจนจะสามารถดูดซับอยู่ในน้ำได้ มากกว่า นานกว่า ดังนั้นดีที่สุดคือ
เลี้ยงปลาในน้ำที่อุณหภูมิที่เหมาะสม ณ. จุดที่ต่ำที่สุด ( อย่างกล่าวตอนต้นอุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 68 -80 ฟ จุดที่ดีที่สุด
คือ 72 ฟ ) และอีกเช่นกัน การเติมเกลือก็ทำให้น้ำดูดซับอ็อกซิเจนได้มากและนานยิ่งขึ้น แต่ขอให้ดูให้แน่ใจว่าเกลือที่ใช้
ไม่มีการเพิ่มไอโอดีนลงไปกว่าที่ธรรมชาติมี และไม่ทำร้ายไม้น้ำถ้/ที่มี ต้นไม้น้ำก็มีส่วนเพิ่มปริมาณอ็อกซิเจนในน้ำบ้าง
เล็กน้อย แต่ก็ไม่แน่นอนไม่ตลอดเวลา เพราะในช่วงเวลากลางคืนต้นไม้น้ำก็มีการใช้อ็อกซิเจนด้วย แต่เนื่องจากในเวลา
กลางคืนปลาไม่มีกิจกรรมมากนัก จึงใช้อ็อกซิเจนไม่มาก จึงไม่มีผลกระทบกับมัน ต้องไม่ให้มี *ซากปลาที่ตาย *ซากไม้น้ำ
ที่ตาย หรือ *เศษอาหารที่เกิน/เหลือ/กินไม่หมด เหลืออยู่ที่พื้นตู้เป็นช่วงเวลานาน เพราะพวกแบคทีเรียที่ย่อยของเหล่านี้
ต่างหากที่ใช้ปริมาณอ็อกซิเจนในน้ำในปริมาณที่สูงมาก จึงเป็นการดีมากที่จะใช้สายยางน้ำคอยเก็บเศษส่วนเกินเหล่านี้
เพื่อไม่เกิดการเน่าบูดของสิ่งเหล่านี้ที่บริเวณพื้นตู้
คาร์บอนไดออกไซค์ เป็นของเสียทางเคมีที่ปลาสร้างขึ้นขับถ่ายออกมาเหมือนๆกับปลาอย่างอื่น และ คาร์บอน
ไดออกไซค์ เป็นสิ่งที่ก่ออันตรายแก่ปลาได้ แบคทีเรียซึ่งกินปลาที่ตาย, ซากไม้น้ำและเศษอาหารที่เหลือ ก็ผลิตคาร์บอน
ไดออกไซค์ออกมาเหมือนกัน โชคดีที่ขบวนการต่างๆที่เพิ่มปริมาณอ็อกซิเจนในน้ำ จะช่วนลดปริมาณของ คาร์บอน
ไดออกไซค์ ไปในตัว ที่จริงแล้วในช่วงเวลากลางวันพืชไม้น้ำจะช่วยใช้คาร์บอนไดออกไซค์ ดังนั้นถ้าปลาแสดงอาการขาด
อ็อกซิเจน ให้คุณแน่ใจได้เลยว่าปลาได้รับความเป็นพิษจากคาร์บอนไดออกไซค์
สิ่งที่มีผลที่สุดที่ฆ่าทุกสิ่งมีชีวิต,ปลาและรวมถึงปลาหางนกยูงด้วยที่สำคัญที่สุดคือ แอมโมเนีย ซึ่งเป็นของเสีย
อีกตัวที่ปลาสร้างขึ้นมา ซากปลาที่ตาย,ซากพืชไม้น้ำ,เศษอาหารที่เน่าเสียที่พื้นตู้ก็เป็นอีกกลุ่มที่สร้างแอมโมเนียขึ้นมา
อาการการได้รับพิษจากแอมโมเนีย คือ หายใจเร็ว,ถี่ มีการว่ายที่ผิดปกติ มักว่ายไปถูกับสิ่งของในตู้ หรือพื้นตู้ คุณอาจ
เคยเห็นบ่อยๆ ( แต่อาจไม่ทราบ ) ที่ปลาของคุณมีขีดหรือจุดแดงบนครีบหรือบริเวณหาง หรือแม้แต่มีรอยสีดำที่ก้านครีบ
หรือหาง ซึ่งเหล่านี้ คือ ผลจากการถูกเผาไหม้จากแอมโมเนีย ปลาบางตัวอาจตายทันทีกระทันหัน ถึงแม้คุณจะดูแลแก้ไข
มันอย่างดี ปลาบางตัวซึ่งอวัยวะภายในถูกทำลาย ปลาบางตัวอาจตายในอาทิตย์หรือแม้แต่หลายอาทิตย์ต่อมา ตัวเมียที่ท้อง
และลูกปลาเล็กๆนั้นเป็นส่วนที่น่าเป็นห่วง ปลาที่ถูกพิษของแอมโมเนีย นั้นมักจะติดเชื้อจากbacteria ,fungal , parasite
จนก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บในหลายอาทิตย์ต่อมา กรณีที่ยิ่งความเป็นกรดด่าง ( pH ) ของน้ำหากสูงด้วยแล้ว ยิ่งทวีความ
รุนแรงของพิษมากยิ่งขึ้น